ธรรมจักรมีประโยชน์อย่างไร มีความสูงสุดถึงไหน โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

ธรรมจักรมีประโยชน์อย่างไร มีความสูงสุดถึงไหน โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

หน้าที่ 1 – ปราถกะฐาธรรม
ท่านสาธุชนผู้สนใจในธรรมทั้งหลายอาตมาขอโอกาสแสดงธรรมในรูปแบบที่เรียกว่าปราถะกฐาธรรมคือพูดกันตามปกติธรรมดารไม่ต้องมีพิธีรีตองในการใช้เสียง ในการใช้ท่าทางเป็นตันที่เรียกกันว่าธรรมเทศนามันก็ดีเหมือนกัน

แต่ที่ง่ายๆก็เรียกว่าปราถกะฐาธรรมง่ายกว่า สะดวกกว่า เหนื่อยน้อยกว่าเรื่องที่จะแสดงในวันนี้คือเรื่องขอบคุณผู้ที่นำพระพุทธศาสนามาให้เราตลอดเวลาที่พูดกันเมื่อตอนเย็นเรื่องพระพุทธศาสนาที่เรียกว่าธรรมจักรมีประโยชน์อย่างไร ดับทุกข์ได้อย่างไร แก้ปัญหาได้อย่างไรมีความสูงสุดไปถึงไหนได้พูดกันไปสมบูรณ์แล้วเมื่อตอนเย็นเรามาคิดถึงประโยชน์ที่จะได้รับในการมีธรรมะและมีพระพุทธศาสนาข้อปฏิบัติขับไล่ความทุกข์หรือปัญหาออกไปได้มากมายแล้วก็เราก็มีการเป็นอยู่ที่น่าพอใจเรียกว่าสูงสุดเท่าทีมนุษย์จะมีถ้าหากว่าไม่มีพระพุทธศาสนาเราคงไม่ได้อยู่กันในลักษณะที่กำลังเป็นอยู่อย่างนี้คือไม่มีการนับถือพระพุทธศาสนาก็ไม่มีท่านทั้งหลายมานั่งฟังกันอยู่อย่างนี้ไม่มีพระเจ้าพระสงฆ์มาให้ปฏิบัติอย่างที่เป็นแผงข้างหลังมันจะมีสิ่งเหล่านี้ไม่มีความเป็นอุบาสก อุบาสิกา ไม่มีความเป็นภิกษุสามเณรและก็ไม่มีความรู้ที่จะดับทุกข์อย่างไรจะทำตัวเองให้เยือกเย็นและก็ได้รับประโยชน์

ถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่าพุทธศาสนาสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีเดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็มีอย่างที่เห็นอยู่นี่เราก็พอใจในการที่มีอย่างนี้เราก็ได้รับประโยชน์เราต้องมาพิจารณาดูว่าเราต้องมีหน้าที่ที่จะต้องตอบสนองอะไรบ้างที่เรามีพุทธศาสนาอย่างนี้หมายถึงทั่วทั้งประเทศเราได้รับประโยชน์ในทางจิตใจรู้ธรรมะลึกซึ้งกำจัดความทุกข์ได้ เราได้รับประโยชน์ในทางโลกๆวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีเราก็ได้มีธรรมะเป็นหลักพื้นฐานประจำชาติไทยและชาติไทยก็ได้มีรูปแบบของชาติไทยเป้นอย่างนี้ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องของพระธรรมศาสนา นี่เรียกธรรมจักรไปแผ่มาแล้วได้สร้างธรรมมานาจักรขึ้นมาแล้วในแผ่นดินนี้ แผ่นดินนี้จึงมีลักษณะอย่างนี้มีความสงบสุขอย่างนี้มีความเป็นไทยสมชื่ออย่างนี้ ไทยแปลว่าอิสระ

ถ้านับถือศาสนาอื่นคือไม่เป็นอิสระคือต้องเป็นทาสของพระเจ้าของอะไรต่างๆนาพอได้รับพระพุทธศาสนาคือได้รับความเป็นไทยอย่างสูงสุด ความเป็นไทยมีได้เพราะการมีแห่งธรรมะในพระพุทธศาสนามิไดเป็นไทยแต่กิเลสอย่างเดียวเป็นไทยทุกอย่างไม่เป็นทาสของใครเพราะว่ามีปัญญาสูงสุดของธรรมชาติที่ได้มาจากพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสร้างความเป็นไทยคิดดูให้ดี พระพุทธเจ้าสร้างความเป็นไทยให้กับมนุษย์ทั้งหมดทั้งสิ้นออกมาจากความเป็นทาส ของกิเลส ตัณหา อนิจจามาสู่ความเป็นไทยโดยประการทั้งปวงพระพุทธศาสนาให้ความเป็นไทยแก่เราอย่างนี้คิดดูให้ดีๆเราได้ความเป็นไทยจากกิเลส จากความทุกข์นี่ก็เรียกว่าเป็นไทยในความหมายหนึ่งใครอยากจะเรียกว่ามีความสุขก็ได้เหมือนกันพระพุทธเจ้าไม่ใช้คำว่ามีความสุขแต่ใช้คำว่าหมดแห่งทุกข์ หมดทุกข์ท่านจึงไม่พูดให้มันหล่อใจเข้ามาอีก เป็นสุขมันก็หล่อใจหลงยึดถือเอากันแต่เพียงว่ามันหมดความทุกข์ก็แล้วกันเพราะมันหมดความทุกข์ก็หมดปัญหาคือที่สุดแห่งความทุกข์พวกเรานับถือศาสนาและก็ถึงที่สุดแห่งความทุกข์การศึกษาของการปฏิบัติและได้รับผลของการปฏิบัติมาจนเราได้มาอยู่กันอย่างนี้ มีวัด มีพระเจ้าพระสงฆ์ของพระพุทธศาสนา เรามีการปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วเราก็อยู่อย่างผาสุกขอให้ใคร่ครวญให้รู้จักสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดทั่วประเทศไทยมันจะพอคิดได้ พระธรรมศาสนาสร้างประเทศไทยในรูปแบบนี้

ถ้าไม่พระธรรมประเทศไทยจะอยู่ในรูปแบบนี้หรือยังยังไงก็ไม่รู้จะพอใจหรือไม่พอใจก็ไม่รู้ แต่เดี๋ยวนี้มันพอใจและยินดีที่จะรักษาไว้ซึ่งเอามาปฏิบัติ มาพบปะกันในลักษณะนี้เป็นต้นเพื่อให้มีธรรมะมีศาสนาให้เต็มที่ต่อไปนี่เรียกว่าเราได้รับความพอใจสิ่งที่เรียกว่าธรรมะเพราะว่าธรรมจักรได้แผ่มาถึงนี่กี่ร้อยปีก็ไม่รู้เรียกว่าประเทศไทยและประเทศอื่นๆด้วยก็ๆได้ที่พระพุทธศาสนาแต่เราไม่ต้องยุ่งของเขาเรารู้

แต่ประเทศไทยเราต้องรับรู้ไปถึงหน้าที่ที่เราต้องตอบแทนบางคนจะสะดุ้งเรามีหน้าที่ตอบแทนด้วยความกตัญญูอยากจะพูดเรื่องนี้เราจะต้องคิดดูว่าพระธรรม พระศาสนามาเองไม่ได้มันต้องมีคนนำมาให้แล้วก็คิดดูว่าใครนำมาต้องศึกษาในแง่ประวัติศาสตร์กันบ้างในแง่พุทธศาสนาทีนี้พระพุทธศาสนาชาวอินเดียนำมาให้มากกว่านั้น ในรูปของศาสนาแต่นำมาให้ทั้งศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์ศาสนาพุทธมันก็ให้ประโยชน์อย่างศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์หรือไสยศาสตร์ ก็มีประโยชน์อย่างไสยศาสตร์นี่เรียกฝ่ายศาสนา ฝ่ายวัฒนธรรมถ้าว่ากันจริงๆแล้วศาสนาคือวัฒนธรรมแยกออกไปเป็นศาสนา เป็นพุทธศาสนาแยกออกมาจากวัฒนธรรมก็ถามว่าใครนำมาให้วัฒนธรรมนี้ก็ชาวอินเดีย อินเดียเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมคนไทยเราคิดดูไม่ต้องเชื่ออาตมาก็ได้อย่าลืมคุณอย่าจองหองวัฒนธรรมไทยมีมาจากอินเดีย ศาสนาพุทธก็มาจากอินเดีย ฮินดูก็เป็นศาสนาอินเดียอินเดียก็มีให้หลายศาสนาเราก็มีศาสนาพุทธก็ได้ ศาสนาพราหมณ์ก็ได้ชาวอินเดียนำมาให้แล้วก็ได้รับวัฒนธรรมทุกแขนงเดี๋ยวจะเจระนัยว่ามีกี่แขนงได้มาจากอินเดียมีคนเขียนหนังสือเห็นชื่อแล้วตกใจอินเดียคันโคน่าสยามเป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรมของอินเดียเขาเขียนอย่างนั้นก็โกรธพอไปอ่านก็เห็นว่าจริงเมืองไทยมันรับทั้งศาสนาและวัฒนธรรมของอินเดียมาเป็นพื้นฐาน

นี่ลองคิดดูว่ามันจริงหรือไม่จริงมันเอาของอินเดียมาทั้งศาสนาและวัฒนธรรมเราจึงได้มีพุทธศาสนา เราจึงปฏิบัติพุทธศาสนาได้รับ อนิสงฆ์มาจากพุทธศาสนาเราก็ต้องยิ่งขอบคุณผู้ที่นำมาให้ ผู้นำมาให้ก็ไม่ใช่คนอื่นชาวอินเดียนำมาให้ ทางประวัติศาสตร์ก็ดีชาวอินเดียมาที่นี่เรียกว่าสุวันนะภูมิ เป็นแหลมมารายูทั้งหมดตั้งแต่ก่อนพุทธกาลมาเพื่อหาประโยชน์แลกเปลี่ยนทำการค้าแล้วก็ได้ทองคำไปจากประเทศไทยชาวอินเดียมีทองคำมากมายกว่าคนไทย ทองคำไปอยู่ที่อินเดียหมดไปอยู่ในคลังที่พูดอย่างนี้แค่จะให้มองเห็นภาพว่าการไปมาของอินเดียมันมีตั้งแต่ก่อนพุทธกาลเมื่อคนอินเดียเหล่านี้มาเขาต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนนอกจากวัตถุสิ่งของก็มีสติปัญญา

วัฒนธรรมต่างๆเมื่อเขามาดีกว่าเราก็รับเอาจากอินเดีย เขาจะมีเรื่องทำนองนั้นเป็นไสยศาสตร์ประเทศไทยทีนี้จนกว่าพุทธศาสนาเกิดขึ้น ก็เอาพุทธศาสนามาให้ทีนี้วัฒนธรรมต่างๆมันก็ได้นำมาให้จนกลายเป็นชีวิตเป็นเลือดเนื้อของชาวไทยไปเสียแล้วเมื่อพูดกันถึงวัฒนธรรมระบบประเพณีเป็นชั้นวัฒนธรรม เขาก็นำเอามาให้และยิ่งมาสมรสแต่งงานกับคนพื้นเมืองที่นี่ยิ่งฝังวัฒนธรรมลงไปนั้นคนอินเดียมาสืบสายโลหิตที่สุวรรณภูมิมานมนานแล้วว่าได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มีความเจริญแบบอินเดียทีนี้ขอโอกาสพูดตรงไปตรงมาเป็นที่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างเรื่องแรกที่จะพูดปัจจัย 4 อย่างที่พระเรียกปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรคนี่เรียกว่าปัจจัย 4 ชาวอินเดีย

ทีนี้มาเป็นครูก็ได้ ถ้าเรายังไม่พบชาวอินเดียยังอยู่ทางทิศเหนือใกล้ประเทศจีนมันก็จะต้องมีวัฒนธรรมเหมือนจีน ทีนี้ชาวอินเดียเข้ามาจับยึดสอนให้แบบชาวอินเดีย การกินอาหารมันจึงกลายเป็นอย่างอินเดีย ถ้าเป็นอย่างจีนเครื่องเทศไม่มีอาหารเผ็ดไม่มีแต่ทีนี้คนไทยได้กินอาหารที่มีรสเผ็ดเรียกว่าแกงแล้วก็รู้จักใช้เครื่องเทศมีน้ำพริกกินถ้าเป็นอย่างจีนก็ใช้น้ำจิ้มชาวอินเดียมาสอนให้รู้จักกินน้ำพริกที่น่าหัวที่สุดชาวอินเดียมาสอนให้คนไทยรู้จักกินอาหารด้วยมือถ้าครบกับจีนก็กินอาหารด้วยมือไม่เป็นพระเจ้าพระอรหันต์ทั้งหลายฉันข้าวด้วยมือเดี๋ยวนี้ก็ยังมีในอินเดียอย่างเป็นพิธีรีตองกินข้าวด้วยมือ เครื่องนุ่งห่มถ้าไม่ครบกับชาวอินเดียนุ่งโจงกะเบนไม่มีนุ่งโจงกะเบนมันของอินเดียมาสู่เขมรแล้วถ่ายทอดมาที่นี่อาตมาไปที่อินเดีย บ้านนอกไปซักหน่อยสะดุ้งนึกว่าเมืองไทยโจงกะเบนเหมือนไทยคนไทยผู้หญิง

ถ้าเราไม่สมาคมกับชาวอินเดียแล้วการนุ่งผ้าโจงกะเบนไม่มีคิดดูว่าเครื่องนุ่งห่มอาจต้องใช้อย่างจีนกันไปแบบนั้นนุ่งผ้าเป็นผ้าผืนเดียวนั้นไม่มี นุ่งผ้าลาย ผ้าลายมาจากอินเดียไม่ใช่ของฝรั่งอินเดียทางตะวันตกผลิตผ้าลายมาขายคนไทยนี่เท่ากับคนไทยนุ่งผ้าลายผ้าโจลกะเบนเครื่องนุ่งห่มมันเป็นอย่างนี้ ที่อยู่อาศัยก็มีโบสถ์ มีวิหารแบบอินเดียไม่ได้ทำอย่างจีน ไม่ได้ทำอย่างฝรั่งทอดรูปแบบสถาปัตออกมาได้ว่ามันเรียนแบบอินเดียมากกว่าอย่างอื่นบ้านเรือนของเราวัดก็เหมือนอินเดียเรื่องยาก่อนที่ยาฝรั่งจะเข้ามา ยาก็อยู่วัดทั้งนั้นสมุนไพรซึ่งสอนจากอินเดียโดยตรงเอาสมุนไพรชื่อนั้นมาจากที่นั้นตำรายาของไทยมันถอดแบบมาจาอินเดียชื่อตำราก็อินเดีย บางทียาก็เอามาจากอินเดียโดยตรงแผ่นดินนี้มันไม่มีเช่นกรรนิกา สาวิกุนมันไม่มีมะลิก็มาจากอินเดียยาได้รับมาจากอินเดียเป็นสมุนไพร หมากพลูเป็นของอินเดียไปดูที่อินเดียโดยตรงเมืองไทยเลิกแต่อินเดียยังกินหมากอยู่มากกินหมากเป็นเพราะชาวอินเดียมาสอนให้แต่คนอินเดียไม่ได้เอายาสูบ ยาฝิ่นมาให้อย่าเข้าใจผิดตำรายาเป็นอย่างเดียวกับตำรายาโบราณของอินเดียโรคภัยไข้เจ็บก็เหมือนๆกันโรคในเขตร้อนนี่เรียกว่าโดยปัจจัย 4 ถ่ายทอดมาจากอินเดียมาเป็นอย่างไทย

เอาทีนี้มาดูอย่างที่เรียกว่าวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆเกี่ยวกับชีวิตประเพณีเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ลูกออกมาก็ทำอย่างอินเดีย โกนจุก บวช แต่งงาน ตายและเผาอย่างอินเดียฝังก็เป็นแบบจีนคนไทยตายแล้วเผา การเส้นสรวง การบนบานสานกล่าว การทำบุญอุทิศให้ผู้ตายของอินเดียทั้งนั้นมาสอนให้เรานี่เรียกว่าขนบธรรมเนียมตั้งแต่ตั้งครรภ์ลูกออกมาก็ทำอย่างอินเดีย โกนจุก บวช แต่งงาน ตายจนเข้าโลงนี่เป็นของชาวอินเดีย ไม่ใช่ของชาวไทย ของชาวไทยก็มีในรูปอื่นอย่างที่กำลังทำอยู่เดี๋ยวนี้เป็นของอินเดียถ้าพูดถึงการทำนาหัวหมูที่ใช้ไถนาเหมือนหัวหมูอินเดีย 100%ไม่เหมือนหัวหมูจีนหรือฝรั่งแล้วก็มรพิธีที่เกี่ยวกับทำนาเหมือนชาวอินเดียเพราะชาวอินเดียมาสอนให้เกี่ยวกับปลูกข้าว ทำขวัญเกี่ยวกับทำนามันเกี่ยวข้าวอย่างไรเหมือนอินเดียคนไทยมันเกี่ยวข้าวพิธีรีตองเกี่ยวกับดิน น้ำ ไสยศาสตร์ บูชานา บูชาแผ่นดินอย่างอินเดียหมดนี่เรียกว่าการทำนา

เอาทีนี้มาถึงเรื่องที่มันสูงขึ้นมาหน่อยการศึกษา อักษรศาสตร์ วรรณคดีการศึกษาของไทยมันถอดรูปแบบออกมาจากอินเดียตัวอักษรไทยมันถอดรูปมาจากอินเดียนี่ศึกษาอักษรไทยเราจะศึกษาอักษรเทวาราตรีจะเห็นได้ว่ามันถอดมาจากอินเดีย การเรียน ก ข ก กาแบบอินเดีย นี่มันสูงขึ้นมามันมีคำที่สูงๆเป็นคำอินเดีย ในหนังสือไทยก็มีคำอินเดียสูง 30%40%และมากขึ้นๆต่อไปภาษาไทยจะเป็นภาษาอินเดียเรียกว่ามันถอดเอาอินเดียมาในทางอักษรศาสตร์มีฉันท์ลักษณ์ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนมันถอดมาจากอินเดียน่าหัวเราทำได้ดีกว่าครูอย่าถือว่าเป็นกิเลสนับตั้งแต่นุ่งผ้า ทำอาหาร เราก็ดีกว่าครู โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนทำดีกว่าอินเดียเรียกว่าอะไรที่เราได้รับมาจากเขาเราทำดีกว่าครูหนังตะลุงก็ของอินเดียที่อินเดียฉายาราตรีกาลคือละครที่เล่นด้วยเงามโนราถ่ายทอดมาจากอินเดียทำได้ดีกว่าครูท่ารำต่างๆมันถอดมาจากอินเดีย ปติมากรรมก็ได้รับแจกมาจากอินเดียเช่นทำรูปพระโพธิ์สัตย์ก็ได้มาจากอินเดียจะเรียกอะไรดีของหอมต่างๆเราทำดีกว่าชาวอินเดียหอมกว่าเราทำดีกว่าครูตำราต่างๆมาจากอินเดียแม้แต่ตำราจับช้างป่ามาทำเป็นช้างบ้านเรียนมาจากอินเดียตำราเรื่องช้าง แมว นก หนูของอินเดียมีพร้อมแล้วมาสอนให้คนไทยเรา การเสกการเป่า ก็รับมาจากอินเดีย วิชาการต่อสู้ เรื่องมวย ฟันดาบ กระบองก็รับมาจากอินเดียพอหรือยังที่เราเป็นขี้ข้าทางวัฒนธรรมของชาวอินเดียเขาเขียนออกมาอย่างนั้นเราไม่โกรธเขายิ่งพูดเรายิ่งขอบคุณจะได้คิดขอบคุณกันบ้างเรามีการกราบการไหว้ที่อ่อนน้อม มีจิตใจเมตตากรุณาขอพูดให้นักการเมืองเขาด่าเรามีประชาธิปไตรที่เคารพผู้เฒ่าผู้แก่ในที่ประชุมมันเป็นวินัยของพระสงฆ์เป็นประชาธิปไตรแท้จริงไม่เหมือนเดี่ยวนี้

เดี๋ยวนี้มันมีประชาธิปไตรแล้วมันมีฝ่ายคร้าน ประชาธิปไตรที่เคารพผู้เฒ่าผู้แก่เป็นประชาธิปไตรของอินเดียวัฒนธรรมที่สูงสุดกับมาได้ก็ดีที่เรียกว่าไสยศาสตร์เป็นของเด็กๆ เด็กๆก็ถือย่างไสยศาสตร์ไปก่อนแล้วค่อยถือสูงขึ้นมาพุทธังล้วนๆไสยศาสตร์มันฝังตั้งแต่เล็กๆช่วยไม่ให้กลัวถ้าไม่มีคนนั้นอาจจะว้าเหว่ก็ได้ช่วยระงับความกลัวไสยศาสตร์แม้จะเป็นเรื่องงมงายแต่ก็เป็นที่พึ่งสำหรบเด็กๆและในบ้านเมืองไหนก็ตามมันเป็นปัญญาอ่อนก็มีไสยศาสตร์เก็บไว้ในโลกก็ได้แม้จะเป็นปัญญาอ่อนเขาได้อุ่นอกอุ่นใจแล้วก็ไม่เป็นโรคประสาท พุทธศาสตร์คือคนปัญญาแกร่งกล้านั้นต้องเก็บไสยศาสตร์ไว้ก่อนไว้ให้คนปัญญาอ่อนมันจึงเลิกไม่ได้

แม้ในกรุงเทพมันยังมีเยอะแยะทีนี้มันมีทั้งคนปัญญาอ่อนและคนปัญญาแก่จึงต้องมีการถือพร้อมทั้ง 2 ศาสตร์ คือพุทธศาสน์ ไสยศาสตร์ทราบพยานหลักฐานแสดงชัดโดยเฉพาะที่เมืองไชยยาวัดที่เก่า 1000 ปีแล้วมีโบสถ์พราหมณ์ที่อยู่น่าวัด คู่กับโบสถ์พุทธที่อยู่ในวัดเด็กๆมาจากบ้านก็ผ่านโบสถ์พราหมณ์ก่อนก็ไหว้โบสถ์พราหมณ์ก่อนแล้วจึงเข้ามาในวัดทำอย่างพุทธหรือว่าคนปัญญาอ่อนทำอะไรที่โบสถ์พราหมณ์ก่อนโบสถ์พุทธไม่ต้องเอาไว้ให้คนแกร่งกล้าที่วัดพระธาตุก็มีแต่เขายึดเอาไปเป็นที่บ้านที่เรือนซะแล้วที่วัดธาตุโพธิ์ก็มีถ้าวัดเก่าถึงพันปีจะมีโบสถ์พราหมณ์เสมอแสดงว่ารัฐบาลก็ตามจัดให้ประชาชน จัดให้มีการถือศาสนาทีเดียว 2 ศาสนาตามที่คนปัญญาแก่และปัญญาอ่อนนี่นับว่าฉลาดอาตมาไม่ตำหนิเรื่องไสยศาสตร์เพราะมันจำเป็นสำหรับคนปัญญาอ่อนรัฐบาลสมัยนั้นก็ต้องรู้เรื่องนี้จึงจัดไว้ให้วัดมีทั้งโบสถ์พราหมณ์และโบสถ์พุทธต่อมาโบสถ์พราหมณ์ถูกกำจัดออกไปหมดไป

แต่เรื่องทางประวัติศาสตร์ยังเหลืออยู่พดระนารายณ์หลายองค์ยังเหลืออยู่พราหมณ์เอามาเก็บไว้ในโบสถ์พุทธมีการพบรูปหัวช้างในวัดพุทธมันมีรูปของพราหมณ์อยู่ด้วยเพราะให้ประชาชนได้ถือเอาตามพอใจปัญญาอ่อนเอาตามปัญญาอ่อน ปัญญาแก่เอาตามปัญญาแก่ศาสนาและวัฒนธรรมที่เราได้รับจากอินเดียชาวอินเดียเอามาให้บางทีเขาก็มาแต่งงานที่นี่ทิ้งพืชพันธุ์เอาไว้ทันก็เขียนว่าพราหมณ์เราจะถ่ายศาสนาให้คนที่อยู่ที่นี่อยู่ในเลือดร่วงเป็นมา 2000ปีมันก็มีอยู่มากเอาออกได้เมื่อไหร่สายเลือดชาวอินเดียเอาออกได้เมื่อไหร่มันก็สืบต่อมาจนบัดนี้มันก็ต้องรับรู้ว่าเราสร้างชีวิตมาจาก 2 ศาสนาทั้งศาสนาฮินดูและพุทธไสยศาสน์และพุทธศาสน์โดยศาสนาก็ดี ไสยศาสน์ก็ดีเรารับจากอินเดียเขาเอามาให้โดยขนบธรรมเนียม สรุปแล้วเราเป็นนี่บุญคุณชาวอินเดียอย่างนี้อาตมาพูดอย่างนี้จะเรียกว่าทวงบุญคุณชาวอินเดีย จะด่าก็ได้เหมือนกันขอแต่ว่าอย่าลืมบุญคุณข้อนี้เราคิดว่าควรจะสนองคุณควรจะตอบแทนคุณท่าทำได้ขนพุทธศาสนากับไปให้ชาวอินเดียจะวิเศษที่สุดอาตมาคิดว่าทำไม่ได้ชาวอินเดียมั่นคงในศาสนาฮินดูแต่อย่างไรเราต้องตอบแทนคุณจะต้องสร้างอะไรออกมาเป็นเครื่องยืนยันว่าเรารู้บุญคุณจะตอบแทนคุณ

ยกตัวอย่างง่ายๆพวกทูตอินเดียเขามาที่นี่แล้วเขาเห็นข้างกำแพงสลักรูปชาวอินเดียเขาตะลึงนี่คุณทำอย่างไรอาตมาบอกถ่ายรูปมาปั้นเขาไม่เชื่อมันต้องทำด้วยใจรักแล้วเขาสรุปความว่านี่เป็นการให้เกียรติแก่ชาวอินเดียเหลือเกินเอาละเราจะต้องสนองคุณให้เขาพอใจมากกว่านี้จะทำอะไรขึ้นมาเพื่อให้เขามาเห็นว่าเรารู้บุญคุณของเขาเพราะเรามีกตเวทีกระทำตอบแทนให้เป็นผลดีแก่เขาก็เลยคิดแผ่นภาพพุทธประวัติคิดว่าเราต้องสร้างอินเดียจำลองกันเนื้อที่ตรงนั้นประมาณ8ไร่แล้วก็ทำไม่ได้30-40ปีแล้วอินเดียจำลองยังทำไม่ได้เดี่ยวนี้อะไรต่างๆก็ทำไปแล้วจะสร้างอินเดียจำลองเพื่อจะตอบแทนเขาเพื่อเป็นเกียจแก่ชาวอินเดียนี่อาตมาพูดเพื่อขอบคุณชาวอินเดีย ขอประกาศก้องไม่ใช่เรี่ยรายนะจะสร้างอินเดียจำลองจะต้องทำให้ได้ใครจะช่วยก็ได้แต่ไม่เรี่ยรายมันจะสร้างอินเดียจำลองแต่เอาพระพุทธศาสนาเป็นหลักสร้างที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่แสดงธรรมจักร ที่นิพพานถูกต้องตามตำแหน่งของอินเดียบางทีจะปนศาสนาฮินดูไว้บ้างก็ได้เรียกว่าอินเดียน้อยๆชนิดที่ใครเห็นก็รู้ว่าอินเดียมีผลเนื่องมาจากชาวอินเดียได้เอาศาสนาและวัฒนธรรมมาให้เราอยู่ในเลือดในเนื้อของเรา3000ปีมาแล้ว

นี่เป็นเรื่องของธรรมมานาจักร ธรรมจักรของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้แต่ชาวอินเดียนำมาเราได้รับพุทธศาสนา เราเจริญทางสาสนา มีอุบาสกอุบาสิกา มีพระหัวโล้นๆเต็มไปหมดอิทธิพลของวัฒนธรรมที่ชาวอินเดียเอามาให้มันไม่เกี่ยวกับอาสาฬหแต่มันโดยอ้อมธรรมจักรอินเดียแผ่มานี่ยึดครองที่นี่จึงได่รับประโยชน์มีศาสนาเป็นที่น่าพอใจสมกับที่เราเรียกแผ่นดินไทยจึงขอบอกให้ท่านทั้งทราบว่าความจริงมันเป็นอย่างนี้ข้างหลังจะโกรธก็ตามใจความจริงมันเป็นอย่างนี้เราเป็นนี่สินชาวอินเดียอย่างนี้เราควรเป็นสัตย์กตัญญูตอบแทนพระคุณเขาจะต้อบงทำอะไรเป็นเกียจกับอินเดียมันจะสร้างอินเดียจำลองเล็กๆมันเกินความสามารถเล็กๆมันก็ไม่เล็กจนไม่รู้ว่าอะไรชาวอินเดียมา

ที่นี่มันจะพอใจให้เกียจแก่เราการที่เราให้เกียจแก่เขาที่เอามาให้จนถึงบ้านทั้งศาสนาและวัฒนธรรมเราควรรับรู้และเป็นกตัญญู กตเวทีเกี่ยวกับอาสาฬหนี้ถ้าเข้าใจเรื่องธรรมจักรก็เกี่ยวเพราะธรรมจักรมาถึงที่นี่ตอบแทนคุณผู้นำเอามาให้ชาวอินเดียมาพระเจ้าอโศกมหาราชส่งมาเป็นเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องไสยศาสน์มาเขามาค้าขายที่นี่มาทำความร่ำรวยที่นี่เอามาให้แล้วกับไปอินเดียแล้วมาสมรสที่นี่มีอยู่หลายครอบครัวที่ต้นสกุลเป็นชาวอินเดียญาติอาตมาก็มีหลายคนเป็นอย่างนี้เรียกว่าชาวอินเดียนำมาให้จนถึงที่อยู่ควรจะขอบคุณอะไรบ้างที่เราไม่ได้เอามาจากอินเดียตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โกนจุก บวช แต่งงานให้มันเล่าเรียนอย่างอินเดียมันตายแล้วมันเผา ขนบธรรมเนียมประเพณีอุทิศส่วนกุศลไปให้ตามแบบชาวอินเดียล้วนๆจากตัว ก ถึง ฮ เป็นอินเดียมันไม่ใช่นอกเรื่องเอาคิดดูว่ามันต้องคิดอย่างไรแทนกันอย่างไรอย่าให้เราเป็นสัตว์อกตัญญูไม่รู้บุญคุณคนของผู้อื่นมันก็ไม่ไหวจึงขอบอกกล่าวความคิดว่าเราถึงเวลาแสดงความขอบคุณชาวอินเดียทั้งที่เราจะเป็นพระ เป็นฆราวาสก็ตามเป็นของชาวอินเดียบางคนว่าชาตินิยมฉันเป็นชาวไทยถืออย่างนี้ก็ตามใจในฐานะเป็นพุทธบริษัทอาตมาคิดว่าเราควรตอบแทนพระพุทธเจ้าและชาวอินเดียพระพุทธเจ้าเป็นอินเดีย ศาสนาของพระองค์เกิดในอินเดียยอมรับในข้อนี้เป็นการตอบแทนคุณของพระพุทธเจ้าฝากคิดกันไปก่อนไม่มีการเรี่ยรายนะไม่พูดเพื่อเรี่ยรายพูดให้คิดว่าต้องช่วยกันทำอาตมาไม่กี่ปีก็จะตายแล้วหลายๆอย่างได้ทำเสร็จแล้วแต่ตอบแทนชาวอินเดียยังไม่ได้ทำคิดว่าจะเริ่มทำอินเดียจำลองเล็กๆขึ้นมาประกาศก้องว่าเราให้เกียจชาวอินเดีย สนองคุณชาวอินเดียตั้งแต่ศาสนาแก่วัฒนธรรม และพระพุทธเจ้านี่เนื่องมาจากธรรมจักรเพราะธรรมจักรมาถึงนี่ชาวอินเดียนำมาให้ครอบงำประชาชนทั้งหมดจึงเป็นลักษณะอย่างนี้มีล่องลอยว่าชาวอินเดียได้เข้ามาครอบงำวัตถุโบราณสถานเป็นอินเดียที่มีตลอดแผ่นดินอย่างนี้

ใครเห็นเป็นเรื่องธรรมะก็ได้รู้สึกบุญคุณประเทศอินเดียคือพระพุทธเจ้าคือศาสนาทุกศาสนาที่อยู่ในอินเดียในระดับวัฒนธรรมก็ได้ไสยสาสน์ก็ได้มาสอนให้นี่เรามีอินเดียเป็นเลือดเป็นเนื้อมีศาสนาฮินดูเป็นแม่ มีศาสนาพุทธเป็นพ่อโดยไม่รู้สึกตัวเป็นอันว่าการบรรยายของอาตมาเป็นครั้งแรกเป็นการทวงบุญคุณให้แก่ธรรมจัก ธรรมจักรแผ่มาถึงนี่ทวงบุญคุณแก่ธรรมจักรให้รู้จักสนองพระคุณของธรรมจักร สนองพระคุณของชาวอินเดีย วัฒนธรรมอินเดียถ้าใครเห็นว่าสมควรช่วยบอกเพื่อนที่ยังไม่รู้ต่อๆกันไปทั่วประเทศไทยว่าเราจะตอบแทนพระคุณทางวัฒนธรรม ทางศาสนาให้กับชาติอินเดียในฐานะแทนคุณธรรมจักรที่ได้มาช่วยสร้างธรรมมานาจักรบนแผ่นดินนี้ก็สมควรแก่เวลาชั่วโมงพูดเรื่องพระคุณของธรรมจักรวันนี้เป็นวันธรรมจักรขอให้ขอบคุณธรรมจักรที่แผ่ซ่านมาปกคลุมแผ่นดินนี้สร้างสรรค์แผ่นดินที่นี่ใหม่ลักษณะอย่างนี้

มิฉะนั้นเราจะไม่ได้มานั่งอยู่อย่างนี้ไม่มีอุบาสก อุบาสิกา มานั่งไม่มีภิกษุ สามเณรเราอาจจะต้องเป็นคริสต์หรือเป็นอิสรามก็ไม่รู้ถ้าว่าศาสนาอินเดีย วัฒนธรรมอินเดียไม่มาจับยึดเสียก่อนเราจะไปเป็นคริสต์ เป็นอิสรามก็ไม่รู้นั้นเราขอบคุณอินเดีย โดยเฉพาะพระพุทธศาสนาได้แผ่เข้ามาในลักษณะที่เป็นธรรมจักรเกิดเป็นอาณาจักรพุทธไทยขึ้นมาช่วยกันรักษาอาณาจักรนี้ให้มั่นคงแล้วเราจะชนะมารข้างในก็ดี มารข้างนอกก็ดีคนพาล กิเสข้างในจิตก็เราจะชนะพระพุทธศาสนาบอกว่าจะชนะด้วยธรรมจักรมันก็สะอาด สว่าง สงบเป็นชาวพุทธที่แท้จริงเราไม่เพียงรับเอาผลประโยชน์เป็นความรอดของเราข้างเดียว เราจะสนองคุณให้สาสมกับที่เราได้รับประโยชน์จะฟังในลักษณะที่เป็นธรรมะก็ได้ไม่เป็นก็ได้

ขอให้เป็นความจริงการกระทำในลักษณะตอบแทนบุญคุณชาวอินเดียขอยุติการบรรยายด้วยความสมควรแก่เวลาขอฝากไว้ในจิตใจเพื่อกระตุ้นให้ท่านทั้งหลายมีความกตัญญูกตเวทียิ่งๆขึ้นไปตลอดทุกทิพาราตรีกาลเทอญขอจบการบรรยายนี่ที่พูดตอนเย็นว่าท่านจะพูดอะไรให้ฟังก็เรื่องนี้

http://www.vcharkarn.com/varticle/34560

. . . . . . . . .