ต้นเหตุของปัญหาทุกปัญหาในโลก โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

ต้นเหตุของปัญหาทุกปัญหาในโลก โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

หน้าที่ 1 – อาณาจักร
อาณาจักรคำนี้เป็นคำที่มีความหมายอย่างเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าท่านกระทำพระพุทธเจ้าท่านป้องกัน อาณาจักรของธรรมอย่าให้อธรรมลุกล้ำเข้ามาป้องกัน อาณาจักรของมนุษย์เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์อย่าให้ซาตาลมารร้ายอะไรลุกล้ำเข้ามานั้นคำว่าป้องกัน อาณาจักรมีความหมายอย่างเดียวกับที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้คือทำงานอย่างเดียวกันสาวกทั้งหลายก็ทำงานอย่างเดียวกันตามรอยพระพุทธเจ้าเป็นการป้องกันอาณาจักรของมนุษย์อย่าให้สิ่งเลวร้ายลุกล้ำเข้ามาเพราะเหตูฉะนี้แหละจึงมีความยินดีอย่างยิ่งอนุโมทนาอย่างยิ่งในการมาของท่านนักศึกษาทั้งหลายมาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้พูภาษาธรรมชาติหน่อยก็ได้พบผู้ที่ทำงานร่วมกันทำงานเหมือนกันทำงานอย่างเดียวกันคือป้องกันสิ่งที่ควรป้องกันอาณาจักรของความปลอดภัย

นี่เป็นข้อแรกขอแสดงความยินดีสิ่งที่อยากจะขอร้องให้สนใจกันเป็นพิเศษอีกอย่างคือสิ่งที่เรียกว่าธรรมมะคือ เราสอนเด็กๆ น้อยเกินไป ธรรมมะคือคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าได้ยินคำว่าธรรมมะมนุษย์รู้จักและใช้พูดกันมาก่อนว่าพระพุทธเจ้าเกิดก่อนศาสนาเกิดคือตั้งแต่มนุษย์ยังไม่ค่อยเจริญมากมาย นักที่เราสังเกตุ เห็นไอ้สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือต้องทำไม่ทำไม่ได้สิ่งนั้นคือธรรมมะคือหน้าที่ๆธรรมมะโดยเนื้อแท้แปลว่าหน้าที่ หน้าที่คำว่าหน้าที่นี้จำกัดความว่าระบบการกระทำที่ถูกต้องแก่ความรอดทั้งทางกายและทางจิตทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการธรรมมะ ธรรมมะหมายความว่าอย่างนั้นตัวหนังสือของธรรมมะยกขึ้นมา ยกขึ้นมาอย่าให้ตกลงไปก็คือยกมันไว้อย่าให้ประสบความหรือประสบความทุกข์ภาไทยก็แปลว่าหน้าที่สูงสุดจนพระพุทธเจ้าเคารพคำว่าหน้าที่ใครก็วิวัฒนาการตามความเจริญของมนุษย์หน้าที่สูงขึ้นสูงขึ้น กลายอย่างนี้เรื่อยมาจนพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นและก็ใช้คำนี้คือธรรมมะแต่ทรงแสดงในขั้นสูงสุดหลุดพ้นจากกิเลส อาสะวะ เป็นพระอรหันต์นี่ธรรมมะนี่มีอาณาจักรของตัวมันเองเมื่อมีการประพฤติกระทำที่ถูกต้องทั้งทางกายและทางจิตเกิดความร้อนทั้งทางกายและทางจิตแต่ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการว่าจะตั้งแต่เกิดจนตายก็ได้หรือตั้งแต่มนุษย์ที่เป็นป่าเถื่อนที่สุดหรือมนุษย์ที่เจริญอย่างยิ่งแล้วอย่างนี้ก็ได้เป็นทุกขั้นตอนแห่งการวิวัฒนาการรอดมาได้โดยลำดับโดยสิ่งที่เรียกว่าธรรมมะๆอยู่ในรูปของการกระทำการศึกษาก็ได้อยู่ในรูปการปฏิบัติปฏิบัติอยู่กับเนื้อกับตัวก็ได้อยู่ในรูปปฏิบัติเหลือความปลอดภัย เป็นสุข ผาสุกตลอดเวลานี้ก็ได้แต่รวมความแล้วมันก็อยู่ที่ความรอดจะเล่าเรียนก็ดี จะปฏิบัติก็ดีแล้วผลที่เหลือมันก็อยู่ความรอดเราจึงต้องช่วยกันผดุงรักษาให้สิ่งนี้ยังคงเป็นมิ่งขวัญอยู่ในโลกอยู่ในโลกมีขอบเขตคอบคุมจักรวารอาณาจักรของธรรมมะที่ว่าความถูกต้องช่วยกันพิทักษ์รักษายังคงอยู่เป็นที่พึ่งของสิ่งมีชีวิตทั่วไปมนุษย์ก็ดีแม้แต่สัตว์เดรัชฉานก็ต้องการไอ้ต้นไม้ต้นไร่ก็ต้องการความถูกต้องอย่างนี้เป็นเครื่องคุ้มครองไม่มีใครทำลายทีนี้เราจะป้องกันรักษาไว้อย่างไรก็จะต้องรู้สึกกับสิ่งที่ตรงกันข้ามคือความเห็นแก่ตัวขอร้องขอวิงวอนทุกอย่างแต่ว่าช่วยพิจารณาสิ่งนี้สิ่งเดียวหรือคำเดียวเท่านั้นที่ เป็นปัญหาคือเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดไม่ว่าปัญหาอะไรมันมาจากความเห็นแก่ตัวเมื่อมีความเห็นแก่ตัวแล้วก็ต้องมีการเหยียบย่ำธรรมมะ เป็นธรรมดาแหละมันเป็นเรื่องเกิดกิเลสขึ้นมาทุกๆทางเห็นแก่ตัวในทางบวกก็เอาเอาเห็นแก่ตัวในทางลบก็ค่าล้างผาลทำลายแต่คนไม่ได้มองกันในแง่นี้ว่าปัญหาทั้งหมดหรือต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหมดมันรวมอยู่ที่สิ่งนี้มันตรงกันข้ามกับธรรมมะ ถ้ามีธรรมมะอยู่มันก็อยู่ในความรู้สึกที่ไม่เห็นแก่ตัวตามปกติพอธรรมมะออกไปก็เห็นแก่ตัวเห็นแก่ตัวก็เกิดกิเลสคือความโลภ ความโกรธเมื่อไม่ชอบใจเป็นความหลงเป็นโมหะว่าหลงใหลไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็เต็มไปด้วยอำนาจการกระทำของกิเลสนี่ก็เรียกว่ามันเกิดของใหม่มีวิกฤตการขึ้นมาเพราะความเห็นแก่ตัวขอจงสนใจว่าถ้าจะขจัดต้นเหตุแห่งความเลวร้ายเพื่อป้องกันอาณาจักรธรรมมะหรือ อาณาจักรโลกๆก็ดีต้องกำจัดความเห็นแก่ตัวความเห็นแก่ตัว กำลังครองโลกเขย ใช้คำว่าอย่างนี้ถ้าเห็นแก่ตัวนะมันครองโลกทั้งโลกมันเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวดูมาจากข้างบนว่าคอมนิตย์ฝ่ายซ้ายก็เห็นแก่ตัวนายทุนฝ่ายขวาก็เห็นแก่ตัวนอกนั้นมันก็ยังเห็นแก่ตัวมันเห็นแก่ตัวชนิดที่จะครองโลกด้วยกันทั้งนั้นนี่มันเป็นเรื่องละเลยไอ้ความถูกต้องหรือว่าธรรมมะมันสร้างอาณาจักรของมารเกิดเหตุของพญามารขึ้นมาเป็นความเห็นแก่ตัวแล้วยังจะต้องพูดชนิดที่คนเขาไม่เชื่อยิ่งเจริญยิ่งเห็นแก่ตัวเพราะความเจริญมันเกิดมา จากความเห็นแก่ตัวอยากจะดีกว่าเก่าและยิ่งมีการศึกษายิ่งเห็นแก่ตัวคำนี้ ไม่ค่อยมีใครเชื่อเพราะว่าการศึกษาในโลกปัจจุบันนี้มีแต่สอนให้ฉลาด ฉลาด ฉลาดทั้งนั้นแหละและไม่ได้สอนให้ควบคุมความฉลาดเลยคอยดูกัน ตั้งแต่การศึกษาอนุบาลถึงมัธยมแต่ถ้ามหาวิทยาลัยกี่ร้อยกี่พันแห่งในโลกมันก็สอนให้ฉลาดๆและไม่ควบคุมความฉลาดนี่คนเอาความฉลาดไปใช้ เพื่อเห็นแก่ตัวเพื่อประโยชน์ของตัวและความเห็นแก่ตัวยิ่งเจริญงอกงามลึกซึ้งๆขึ้นเรื่อยพูดแล้วเหมือนกับด่าเรียกว่าการศึกษาในโลกเหมือนกับหมาหางด้วนมันไม่สมบูรณ์มันเพียงแต่สอนให้ฉลาดๆแล้วก็ไม่ได้ควบคุมความฉลาดขอให้มองเห็นอันตรายร้ายแรงที่สุดที่ทำให้เกิดปัญหานั่นคือการศึกษาที่ไม่ถูกต้อง มีแต่ให้ฉลาดๆแล้วไม่ควบคุมความฉลาดและก็ยังเห็นได้ว่ายิ่งฉลาดก็ยิ่งเห็นแก่ตัวลึกเอาเปรียบลึกวางแผนการลึกอะไรก็ลึกๆๆไปหมดความเลวร้ายในโลกมันก็เกิดมาเท่ากับการศึกษาเท่ากับการศึกษาที่ไม่ สมบูรณ์โดยที่ไม่ชี้ไม่ได้รับการควบคุมฉลาดที่ไม่ได้รับการควบคุมคืออันตรายของพวกเราในแง่ของธรรมมะก็ดีในแง่โลกๆก็ดีขอให้มองเห็นชัดไอ้ความฉลาดที่มีและไม่ได้รับการควบคุม นั่นแหละคือพญามารเลวร้ายที่สุดมันจะทำอะไรได้ทุกอย่างยิ่งมีการศึกษาชนิดนี้เรื่อยไปความเห็นแก่ตัวมันก็จะมากขึ้นในโลกที่อยู่กันอย่างเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายนั้นหายไปเมื่ออาตมาเล็กๆ

ยังได้ยินคำว่าเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายเพราะคุณย่า คุณตา คุณยายจะออกชื่อคำนี้ทุกค่ำทุกคืนอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนเกิดแก่เจ็บตายเดี๋ยวนี้ไม่มีแน่มีแต่ตัวใครตัวมันตัวมึงตัวกูก็เป็นโอกาสของความเห็นแก่ตัวยิ่งต้องการประโยชน์มากเท่าไรก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้นเท่านั้นไอ้ความเจริญมันก็มาจากการต้องการประโยชน์มากขึ้นไปวิวัฒนาการเป็นยุคอุตสาหกรรมระวังให้ดีความเจริญแบบที่ไม่มีการควบคุมถ้าเป็น เรื่องทางวัตถุมันจะทำลายโลกเสียเองมันจะทำลายโลกเสียเองมันจะสร้างเครื่องไม้เครื่องมือขึ้นมาทำลายโลกเสียเองมันคือความฉลาดที่ไม่ได้รับการควบคุมให้เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ เอาให้ดูในส่วนละเอียดส่วนที่ละเอียดที่สุดเดี๋ยวนี้ลูกจ้างนายจ้างเป็นของธรรมดาเต็มไปในโลกคำว่าเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายไม่มีจะขอเปรียบเทียบคำว่าลูกจ้างนายจ้างอย่างสมัยนี้นายทุนกับคนทำมาอาชีพในสมัยพุทธกาลไม่มีมีแต่เศรษฐีใจบุญกับลูกหลานที่อาศัยอยู่ด้วยขอให้เข้าใจเรื่องนี้ให้ถูกต้องมันสำคัญเหมือนกันไอ้คำว่าเศรษฐี เศรษฐีพระพุทธกาลเขาเลี้ยงคนไว้มากมายเราไปเรียกว่าทาสแต่ที่จริงมันไม่ใช่อย่างนี้ มันมีลักษณะเป็นลูกหลานเศรษฐีไม่ได้เลี้ยงคนอย่างทาสเฆี่ยนตีอย่างทาสเหมือนกับที่ต้องเลิกไปเศรษฐีมันเลี้ยงคนอย่างลูกหลานมีความเมตตากรุณาคนที่อยู่ด้วยก็รักเหมือนบิดามารดาเศรษฐีก็มีเงินมากช่วยกันทำงานมันก็ได้ผลมากก็อยู่กันเหมือนลูกหลานเช่นว่าทำงานด้วยกันกินอยู่ด้วยกันไปวัดด้วยกันอะไรด้วยกันถ้าได้คนมาเหลือกินเหลือใช้ก็เอาไป ช่วยงานด้วยความสมัครใจพร้อมกันหมดตั้งโรงทานเพื่อช่วยเหลือสวัสดิการให้คนยากจนกระทั่งวัดวาอารามบรรพชิตในศาสนาตั้งโรงทานหาเงินสำรองไว้เรื่อยฝากฝังไว้ให้ดีไม่มีธนาคารมีแต่โรงทานนี่เศรษฐีใจบุญกับลูกหลาน เศรษฐีเดี๋ยวนี้มันมีนายทุนที่ดินนายทุนทำหลักทรัพย์ทุกหยดไม่ให้เหลือเลยแล้วก็มีอาการที่ลูกจ้างนายจ้างไม่ใช่เพื่อนเกิดแก่เจ็บตายลูกจ้างกับนายจ้างเอามาคู่กันดูซิฝ่ายนายจ้างก็ต้องการจะเอาเปรียบลูกจ้างที่สุด

หน้าที่ 2 – ฝ่ายลูกจ้าง
ฝ่ายลูกจ้างก็พึงจะเอาเปรียบนายจ้างที่สุดแม้ว่ามันจะอยู่ในใจบางครั้งก็ออกมาข้างนอกเป็นการสไต้อะไรต่างๆนาๆมีแต่ฝ่ายเราจะได้เปรียบที่สุดในที่สุดจะเหมือนกันได้อย่างไรลูกจ้างกับนายจ้าง นี่เพื่อนเกิดแก่เจ็บตายมีคนส่งพนักงานลูกจ้างอะไรของบริษัทก็มีมาที่นี่บ่อยเราบอกเขาอย่างนี้คุณเป็นลูกจ้างอย่าไปคิดว่าเป็นนายจ้างเพราะเราอยู่ในโลกก็ช่วยกันสร้างโลกให้มันสวยสดงดงามได้บุญแม้จะเป็นคนรับใช้เป็นกรรมกรล้างถ้วยล้างจานก็เหอะ เราทำให้เขาพอใจรับความสะดวกสบายก็พอคิดว่าเอาบุญเงินเดือนที่นายจ้างให้มาอย่าถือว่าเป็นค่าจ้างเราไม่ใช่จ้างเราเป็นผู้ช่วยสร้างโลกให้งดงามเอาบุญกุศลให้มันเป็นค่าใช้สอยเงินเดือนเขาให้มาอย่าถือเป็นค่าจางถือเป็นค่าใช้สอยไปทำหน้าที่ของราให้กับผู้อื่นในโลกให้ได้รับความผาสุกเป็นลูกจ้างกรรมกรลงแรงลูกจ้างกรรมกรกับค้าขายมันก็เหมือนกันแหละการค้ามีในโลกเพื่อโลกสะดวกสบายช่วยดำรงการค้าให้อยู่อย่างถูกต้องอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องเถิดมันก็เป็นการดีเป็นบุญกุศลอยู่ในโลกพวกไหนจะมาก็ชี้แจงเขาอย่างนี้ไม่นั้นก็เลิกไปเป็นลูกจ้างนายจ้างเป็นเพื่อนมนุษย์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันช่วยกันสร้างโลกนี้งดงามถ้าว่ามันมีการต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง นี้บ้านเมืองจะสงบลงไปสักเท่าไร่ทั้งโลกมันจะสงบลงไปเท่าใดถ้ามันเลิกลัทธิไอ้ลูกจ้างนายจ้างถือเป็นเพื่อนมนุษย์เกิดแก่เจ็บตายช่วยกันสร้างโลกให้งดงามทีนี้เรียกว่ามันป้องกันอาณาจักรของธรรมมะเอาไว้ให้คงอยู่ในธรรมมะ ธรรมมะคือสิ่งที่จะช่วยให้รอดทั้งทางกายทั้งทางจิตทุกขั้นตอนของวิวัฒนาการคือเดี๋ยวนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ทำให้เห็นแก่ตัวๆคนไหนมีอำนาจเหนือกว่ามีบารมีเหนือกว่าอำนาจวาสนาพวกเขาก็เอาเปรียบเอาเอาเปรียบคนที่ต่ำกว่าคนที่ต่ำกว่าก็ทนอยู่ด้วยอาฆาตมาดร้ายนั้นความรักกันอย่างแท้จริงมันจึงไม่มีคนขายปลาผู้ขายก็อยากจะให้ได้เงินมากที่สุดผู้ซื้อมันก็อยากเสียเงินน้อยที่สุดมันมีความเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้นมันก็มีสิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งอยู่ในใจตัวเหมือนคนขายของแปลว่าคนถีบสามล้อมันก็ต้องการได้เงินมากขึ้นไอ้คนนั่งสามล้อมันก็ต้องการจะให้น้อยที่สุด

มันรักษาความเห็นแก่ตัวความได้เปรียบของตัวมันเกิดความรุนแรงมากขึ้นๆก็เกิดเรื่องฆ่ากันตายอาชญากรรมทั้งหลายมากยิ่งขึ้นๆอาชญากรรมอันธพาลเลวร้ายทั้งหลายไม่ได้ลดลงๆต้องสร้างเรือนจำ สร้างตำรวจ สร้างศาล สร้างโรงพยาบาลบ้าอีกมากมันขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะโลกนี้มันเจริญด้วยความเห็นแก่ตัวไอ้คนประเภทนี้มันก็มีมากเดี๋ยวนี้ความเห็นแก่ตัวมันทำให้เกิดปัญหามากมายแม้แต่ว่าความกตัญญูเสียไปความสามัคคีก็เสียไป ไอ้ลูกฆ่าพ่อแม่มันมากขึ้นความเห็นแก่ตัวมันมีข้นมาแล้วแม้ระหว่างพ่อแม่กับลูก ลูกก็เห็นแก่ตัวพ่อแม่ก็เห็นแก่ตัวจนบกพร่องกันไปหมดที่น่าโมโหมากกว่านั้นคือครูก็เห็นแก่ตัวนักเรียนก็เห็นแก่ตัวครูไม่ได้รักนักเรียนเป็นลูกจ้างสอนหนังสือหากินไปวันๆหนึ่งไม่ดีธรรมมะ นักเรียนก็เห็นว่าครูเป็นลูกจ้างสอนหนังสือหากินไม่ได้เคารพครูมันมีความเห็นแก่ตัวแล้วอะไรมันจะเกิดขึ้นผัวเมียที่มันเคยรักใคร่กันนั่นแหละถ้ามันเกิดความเห็นแก่ตัวขึ้นมามันก็รักกันไม่ได้มันก็ต้องกัดกันทั้งที่ถือว่าเป็นเมียเพราะความเห็นแก่ตัวเข้ามาเมื่อไรมันก็เจอ แต่อย่ากันที่หน้าผัวกีฬาเล่นกีฬาเดี๋ยวนี้ก็จะลดความเห็นแก่ตัวเรามาเฝ้าดูกันอย่างใกล้ชิดโอ๊ยมันเป็นยาเพิ่มความเห็นแก่ตัวนักกีฬาทุกคนมันพร้อมที่จะเอาเปรียบอย่างคดโกรงมันไม่ได้รักษาความเป็นน้ำใจนักกีฬาอยากเล่นกีฬานอนอยู่บ้านซะดีกว่าเพิ่มความเห็นแก่ตัวไม่เพิ่มหาช่องทางเอาโอกาสเพิ่มความได้เปรียบมันเอาเปรียบทุกกระเบียดนิ้วถูกไล่ถูกลงโทษมันก็เพราะความมันเป็นนักกีฬาคือความไม่เป็นนักกีฬามันอยู่ในสนามกีฬาในสมัยนี้อย่างสมัยนี้ก็ใช้คำว่าอย่างนี้นี่มันเพิ่มความเห็นแก่ตัวโดยการเล่นกีฬาไม่ใช่ลดความเห็นแก่ตัวเดี๋ยวนี้มันมากจนถึงกับว่าเรามีระบบฝ่ายคร้านสมัยคนป่า สมัยต่อมา สมัยพุทธกาลระบบการปกครองไม่มีฝ่ายคร้านเดี๋ยวนี้มันเจริญบ้าบออะไรความถูกต้องที่จะมีฝ่ายคร้านมันก็มีรากฐานมาจากความเห็นแก่ตัวเพราะว่ามันคร้านแรกรานคร้านให้ฉิบผายขึ้นมาเถอะมันได้ตำหนิติเพียงให้มันดีขึ้นแก้ไขให้มันดีขึ้นแล้วจะอยู่ร่วมกันการปกครองระบบปัจจุบันที่ทำให้มีระบบฝ่ายคร้านนี่มันเป็นระบบที่ทำให้คนป่าหัวเราะคนป่าสมัยนั้นถ้ารู้คงจะหัวเราะว่ามึงเจริญอะไรกันประชาธิปไตยอะไรกันจนมาถึงระบบฝ่ายคร้านขัดแย้งเพื่อทำการต่อสู้โลกมันก็ยิ่งลำบากเพราะไอ้ความเลว ฝ่ายคร้านเป็นพัก จะต่อสู้ระหว่างพักหนึ่งประชาชนที่เลือกผู้แทนมันก็เลือกด้วยความเห็นแก่ตัวถ้าไม่มีพักอย่างนี้ประชาชนก็ไม่มีสิทธิที่จะเลือกผู้แทนด้วยความเห็นแก่ตัว โดยการรับสินจ้างคุมกันเป็นพักเป็นพวกนี่ดูให้ดีจะเห็นว่าความเจริญของมนุษย์มันกำลังจะล้มพังเสียแล้วมันเปิดโอกาสให้ความเห็นแก่ตัวกิเลสของความเห็นแก่ตัวว่าขัดแย้ง ขัดแย้งคำว่าขัดแย้งๆภาษาบาลีเรียกว่า อุปัทวะทะวะ ภาษาบาลีเรียกว่า อุปัทวะทะโวถ้าเป็นภาษาไทยเราคืออุบาทว์คำว่าขัดแย้งๆตรงกับภาษาบาลีว่าอุปัทวะทะวะซึ่งแปลว่าอุบาทว์มีการขัดแย้งที่ไหนมีการอุบาทว์ที่นั่นขัดแย้งในระหว่างบุคคลก็ดีขัดแย้งในระหว่างหมู่คณะก็ดีขัดแย้งในระหว่างซีกโลกขัดแย้งกันระหว่างมนุษย์กับเทวดาเป็นความอุบาทว์ทั้งนั้นแม้แต่ขัดแย้งในร่างกายในอวัยวะภายในร่างกายมันขัดแย้งกันในระบบโลหิตระบบหายใจอะไรบ้างๆก็ตายทั้งนั้นคนมันก็ตายทั้งนั้นความขัดแย้งคือความอุบาทว์ ที่นี้การศึกษาที่ไม่ควบคุมความฉลาดมันส่งเสริมการขัดแย้งเพราะความเห็นแก่ตัวก็ขอให้สนใจเถิดว่าปัญหามันกำลังเพิ่มขึ้นมันไม่ได้ลดลงเพราะการศึกษาที่มันไม่ถูกต้องการศึกษาที่ไหนในโลกนี้ที่เราไปตามก้นเขาประเทศเล็กๆไปตามก้นประเทศใหญ่ที่มีการศึกษาที่ไม่ควบคุมความฉลาดทั้งนั้นพร้อมที่จะเอาเปรียบเขาพร้อมที่จะเห็นแก่ตัว พร้อมที่จะครองโลกทั้งนั้นนี่คือปัญหาว่าธรรมมานาจักรมันถูกย่ำยีด้วยอาณาจักรของมารร้ายจะป้องกันกันไว้ได้อย่างไรความลำบากยุ่งยากมันอยู่ในส่วนลึกในส่วนจิตใจก็ต้องป้องกันถึงส่วนลึกที่อยู่ใต้จิตใจชนิดที่มีธรรมมะชนิดที่ไม่เห็นแก่ตัวมีธรรมมะๆคือระบบที่ปฏิบัติถูกต้องแก่ความรอดทั้งทางกายทางจิตทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการที่มันสูงขึ้นไปก็คือรักษาความปกติทางจิตไว้ให้ได้ให้จิตนี้สะอาดบริสุทธิ์ให้จิตนี้มั่นคงให้จิตนี้เข้มแข็งให้จิตนี้เป็นอิสระพอจิตนี้ศูนย์เสียความเข้มแข็งมั่นคงหรืออิสระแล้วมันก็ตกเป็นทาสของกิเลสเป็นเหยื่อของกิเลสแล้วก็เห็นแก่ตัวเช่นกันเพิ่มขึ้นๆจนได้ฆ่าฟันกันไม่มีที่สิ้นสุดทีนี้ก็ดูตัวเราเองบ้างว่ามีความเห็นแก่ตัวหรือไม่ถ้าพบความเห็นแก่ตัวภายในเราก็ต้องรู้สึกว่าอย่างนี้กิเลสเข้าไปยึดครองหรือข้าศึกเข้าไปยึดครองอยู่ในภายในแล้วจะต้องทำลายข้าศึกภายในคือกิเลสหรือความเห็นแก่ตัวได้ก่อจึงจะสามารถทำลายกิเลสภายนอกความเห็นแก่ตัวภายนอกได้นี่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมาหาธรรมมะต้องสนใจธรรมมะที่พระพุทธองค์ได้ทรงสั่งสอนไว้ให้ประพฤติตนอยู่ในธรรมมะตั้ง 84000ข้อได้มั้ง แต่สรุปยาด้วยความไม่เห็นแก่ตัวข้อเดียวไม่เห็นแก่ตัวเอาแต่เพียงไม่เห็นแก่ตัวก็พอสำหรับโลกถ้ามันสูงคือหมดความเห็นแก่ตัวไอ้ความเห็นแก่ตัวมันเป็นเซ้นฟิสเซ้นฟิสเน็ทเอาเป็นว่าไม่เห็นแก่ตัว NOTเซ้นฟิสเน็ท แต่ถ้ามันเป็นเส้นเทรซเน็ทมันเป็นพระอรหันต์โน่นเอาเป็นว่าไม่เห็นแก่ตัวทีนี้เรามายืนยันว่าในโลกปัจจุบันที่เจริญด้วยการศึกษาถือศีลข้อเดียวพอไม่ต้องยุ่งยากหลายข้อโว้ยเวียนหัวศีลข้อเดียวคือไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ตัวซึ่งเป็นหัวใจของศาสนาทุกศาสนาไม่เห็นแก่ ตัวแล้วมันจะไปฆ่าใครได้ไม่เห็นแก่ตัวแล้วจะไปขโมยใครได้ไม่เห็นแก่ตัวแล้วจะไปประพฤติผิดของรักของใคร่ทางกามของใครได้จะโกหกใครได้จะกินน้ำเมาให้ใครรำคาญได้ ถ้ามันไม่เห็นแก่ตัวข้อเดียวมันไปถือศีลอดทุกข้อทุกศาสนาด้วยซ้ำไปความไม่เห็นแก่ตัวนี่จะช่วยได้ขอให้ช่วยกันพิทักษ์รักษาให้มันคงอยู่เจริญงอกงามถ้ามันมีอยู่ในภายในเราก็รีบขจัดออกไปเสียด้วยการปฏิบัติสิ่งที่เรียกว่าธรรมมะคือการบังคับตัวบางคับกิเลสอย่าปล่อยไปตามอำนาจของ กิเลสเดี๋ยวนี้หน้าสงสารไอ้สิ่งยั่วยุให้เกิดกิเลสมันมีมากมายลูกเด็กเล็กแดง ทนไม่ไหวเด็กๆมันเลวร้ายขึ้นทุกวันอีกทีก็การศึกษาไม่สมบูรณ์โลกนี้ก็มีแต่การส่งเสริมให้สนุกสนานเอร็ดอร่อยทางกามมารมอะไรไม่รู้ลืมความถูกต้องลืมความกตัญญูลืมความสามัคคี ลืมความซื่อสัตย์ไอ้อย่างเคยมีมากันแต่ก่อนปัญหาข้างหน้ามันจะมีมากนักก็มีดวามะเห็นแก่ตัวเพิ่มขึ้นเพราะการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์อาตมาจึงขอร้องว่าตั้งใจศึกษาเรื่องที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาทุกศาสนาก็ว่าได้ความไม่เห็นแก่ตัวในพุทธศาสนาสอนลึกลงไปจนถึงกับความไม่มีตัวศาสนาอื่นเขาสอนเรื่องมีตัวๆก็ตองมีข้อปฏิบัติว่าความไม่เห็นแก่ตัวแต่ในพระพุทธศาสนาสอนลึกลงไปเรื่องไม่มีตัวก็ไม่ต้องเห็นแก่ตัวเอง โดยอัตโนมัติ ถ้ายังมีตัวอยู่ยังถือไม่ได้ก็ต้องถืออย่างเดียวกันคือไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ตัวเพราะไม่มีตัวจะเห็นไม่เห็นแก่ตัวไม่มีตัวหรือเห็นแก่ตัวก็บังคับไม่ได้ธรรมมะที่จะบังคับจิตไว้ให้ได้ที่สุดมันมาจากสิ่งแวดล้อมเรามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจรับสิ่งแวดล้อม ตองมาทางตา หู ลิ้น กาย ใจอร่อยพอใจก็ชอบไม่อร่อยพอใจก็เกลียดก็โกรธ ก็ฆ่า ก็ทำลายนี่มันเกิดเป็นบวกเกิดเป็นลบขึ้นมาเห็นแก่ตัวทางบวกก็เอาเอาเอาจะครองโลกกันทีเดียวเห็นแก่ตัวทางลบก็จะฆ่าๆแย่งๆจะกินจะปล้นจะจี้ตามเรื่องไม่เห็นแก่ตัวมันก็เป็นวิธีความเป็นบวกกับความเป็นลบหรือว่าอย่าไปเป็นทาสของความเป็นบวกลบก็จะไม่เห็นแก่ตัวพวกฝรั่งมาที่นี่ทุกเดือนละหลาย10คน 100กว่าคน

หน้าที่ 3 – ชีวิตใหม่
ก็มีเราก็พูดกับเขาเรื่องนี้แต่เขาเป็นฝรั่งสามารถที่จะทำอะไรกว้างไกลไปในโลกอย่าตกอยู่ใต้อิทธิพลของความเป็นบวกและเป็นลบมันก็รักไอ้ที่น่ารักมันก็โกรธไอ้ที่น่าโกรธมันก็น่าโกรธการขัดแย้งทำลายกันขึ้นมาและคุณก็จะมีชนิดที่ตัดเจ้าของตัดเจ้าของของคุณจะตัดบุตรได้ชนิดของคุณยังเป็นบวกเป็นลบได้ความดีของคุณ มันมีความเป็นบวกเป็นลบความดีของคุณมันจะตัดบุตรเป็นความยึดมั่นเป็นตัวกูของกูมากเกินไปไอ้ความสุขที่คุณมีมันจะตัดคุณเองยึดมั่นถือมั่นบวกลบมากเกินไปอย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งเหล่านี้หลงทางขึ้นมาถ้าเราไปหลงกับมันมากก็จะทำปัญหาสู้ไม่หลงไม่ได้แต่ความดีนั้นมันก็ว่าหลงดีเมาดีมันก็ฉิบหายหมดไม่มีแล้วชีวิตนี้ถ้าไปหลงกับมันยึดมั่นถือมั่นแล้ว มันก็มีแต่ความทุกข์กับเจ้าของเราเรียกกันว่าชีวิตที่ไม่ตัดเจ้าของชีวิตใหม่ไม่ตัดเจ้าของแต่เราว่าเขาสนพอสมควรเพื่อจะลดไอ้ความเป็นบวกหรือเป็นลบหรือความเห็นแก่ตัวอาตมาได้จนปัญญาไม่มองเห็นทางอื่นแล้วที่ว่าจะแก้ปัญหาของมนุษย์ในโลกนี้ได้นอกจากลดความเห็นแก่ตัวควบคุมความเห็นแก่ตัวก็ต้องทำลายความเห็นแก่ตัวให้สิ้นไปเป็นพระอรหันต์มันอาจจะมากเกินไปรอไว้ก่อนก็ได้เอาแต่เพียงไม่เห็นแก่ตัวอย่าแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาควบคุมไว้ให้ได้และก็จะควบคุมเหตุการณ์ไว้ให้ได้ทีนี้จะขอพูดธรรมมะอันซ้ายสุดเกิดจากการฟังบังคับตัวเองไว้บังคับตัวเองบังคับความเห็นแก่ตัวมันไม่ไปไหนเสียบังคับตัวเองก็คือบังคับความรู้สึกที่มันจะเกิดขึ้นในใจเมื่อตาเห็น หูฟังเสียง จมูกได้กลิ่นลิ้นได้รส กายสัมผัส จิตด้วยความคิดนึกคือที่เป็นที่ถูกอกถูใจที่เรียกกันว่ากามมารมย์บังคับให้ได้เลยจะบังคับตัวเองให้ได้คง

ที่ศึกษาว่าจิตมันเป็นอย่างไรจะไปหลงเอามาว่าเป็นของกูของธรรมชาติเอามาใช้ประโยชน์ได้แต่เอามาเป็นของกูไม่ได้เช่นเดียวกับสมบัติพัดที่ดินสถานเลือกสวนไร่นาเป็นของธรรมชาติทางกฎหมายมาบัญญัติสมมุตินี่เป็นของคนนั้นมันไม่ได้เป็นของตนโดยแท้จริงแม้จะตายก็ไม่ได้มันเป็นของธรรมชาติที่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวของหรือใช้กันตามขนบธรรมเนียมประเพณี ตามกฎหมายก็ได้ก็เพียงเท่านั้นอย่าไปหลงให้มันมากกว่านั้นมีธรรมมะอยู่สูงสุดอยู่บทหนึ่งเรียก ว่าอะตัมมะยัตตาบางคนอาจจะไม่เคยได้ยินก็ได้แต่กูอ่านตัมมะยะตาอ่านตามที่จิตมีสภาพอะไรๆปรุงแต่งไม่ได้อะไรจะปรุงแต่งจิตให้ผิดไปจากปกติไม่ได้ถ้าจะ มาปรุงแต่งให้รักก็ไม่ได้ให้เกลียดก็ไม่ได้ตื่นเต้นก็ไม่ได้อิจฉาก็ไม่ได้ริษยาก็ไม่ได้อะไรๆก็ไม่ตายการที่จิตเอาอาลัยปรุงแต่งอะตัมมะยะตามิเช่นนั้น แล้วจิตนี่จะถูกดึงไว้ดึงไปหาขวดเหล้าดึงไปหาการพนันดึงไปหากามมารมย์ดึงไปหาสนามม้าดึงอะไรๆ ดึงไปเพราะจิตอ่อนแอทนต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้ถ้าศึกษาธรรมมะกันแล้วธรรมมะจริงทีนี้อยู่ตรงนี้ถ้าควบคุมจิตไว้ให้อยู่ในความปกติความสงบ ความสะอาดความเป็นอิสระอะไรมากระตุ้นไม่ได้ไม่มีอะไรมาเชิดได้ภาษาเด็กที่เขาพูดกันว่ามีอะไรมาเชิดชูได้ให้รักก็ไม่ได้ ให้โกรธก็ไม่ได้ ให้เกียจก็ไม่ได้กลัวก็ไม่ได้วิตกกังวลไม่ได้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรไปมาให้เชิดเรียกภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่าไม่มีอะไรทางจิตก็จะให้มูฟไปอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ซ้าย ไม่ขวาไม่อย่างโน้นอย่างนี้ปกติๆๆๆนี่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะป้องกันความเห็นแก่ตัวป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งสามารถที่จะระงับความขัดแย้งได้คำนี้มันเป็นคำที่เข้าใจยากตกค้างอยู่ในพระไตรปิฎกจนกระทั่งเอาขึ้นมาพูดกันเร็วๆนี้อะตัมมะยะตาๆต้องดูเอาเองจากผลของมันดีกว่าเชื่อว่าหญิงสาวคนไหนมีอะตัมมะยะตาอยู่ในจิตใจไม่มีใครเกี้ยวได้ไม่มีใครเกี้ยวเขาเอาไปได้ถ้ามันมีอะตัมมะยะตามันไม่ใช่ว่ามันรั้นออกมาเลยมันมีความถูกต้องมันมีความหนักแน่นมันมีความเข้มแข็งมั่นคงหรือผู้ชายคนไหนก็ได้ถ้ามีอะตัมมะยะตาหญิงสาวสักฝูงมารากหัวก็ไปไม่ได้เพราะมันมีอะตัมมะยะตาความคงที่ความมั่นคงความเป็นตัวเองกิเลสมารร้ายอะไรมาครอบงำไม่ได้นี่เรียกว่ามีอะตัมมะยะตา ขอให้พวกเรามีอะตัมมะยะตาทั้งในหน้าที่ภายนอก หน้าที่ภายใน หน้าที่ราชการหน้าที่ส่วนตัวปกครองอาณาจักรภายใน ปกครองอาณาจักรภายนอกคือปกครองตัวเองก็ด้วยสิ่งนี้คุ้มครองภายนอกจากตัวเองก็ด้วยสิ่งนี้เรียกว่าอะตัมมะยะตาซึ่งจะต้องพูดกันต่อไปๆๆอย่าให้มันเป็นคำที่เป็นหนี้อยู่ในมนุษย์ในโลกภาวะของจิตที่อะไรๆปรุงแต่งไม่ได้มันยังไม่มีช่วยกันคิดว่าจะไปทำอะไรดีกว่าที่คิดออกเวลานี้ว่านอนกอนคอกเดอะบิลลิตี้น็อทปรุงแต่ง ได้ในภาวะกอนคอกเดอะบิลลิตี้ภาวะที่อะไรๆปรุงแต่งจิตไม่ได้เชิดไม่ได้หัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ได้ถ้าไม่ดีใจก็ไม่ได้ถ้าไม่เสียใจก็ไม่ได้ภาวะของจิตที่คงที่จนอะไรมาเชิดอย่างใด อย่างหนึ่งไม่ได้มันดึงก็ไม่ได้จะให้กลึงติดอยู่นี่ก็ไม่ได้มีแต่ให้เลื่อนไปในทางที่ถูกต้องขอให้คำว่าภาวะของจิตที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้เข้าไปอยู่ในภาษาสากลของมนุษย์ในโลกถ้ามันจะเป็นภาษาอังกฤษกอนคอกเดอะบิลลิตี้ก็ตามภาวะของจิตที่อะไรๆปรุงแต่งไม่ได้ถ้าเรามีสิ่งนี้แล้วไม่เกิดความเห็นแก่ตัวจะกำจัดความเห็นแก่ตัวได้ทั้งของตัวเองและของผู้อื่นเดี๋ยวนี้อะไรมายั่วหน่อยก็ แกว่งยาวให้รักก็รักยั่วให้โกรธก็โกรธยั่วให้หลงใหลยั่วให้มันก็ไม่มีอะไรอยู่ให้เป็นล่องเป็นรอยแห่งความถูกต้องที่มั่นคงขอวิงวอนท่านทั้งหลายที่มาและขอโอกาสถือที่เรียกว่าเพื่อนสหสมิตท่านทั้งหลายเป็นเพื่อนสหสมิตคนหนึ่งเป็นฆราวาสคนหนึ่งเป็นพระแต่ว่าเป็นสหสมิตได้ ตรงที่เราทำงานเหมือนกันทำงานร่วมกันรับใช้พระพุทธเจ้าในการที่จะรักษาความถูกต้องของธรรมมะเอาไว้รักษา อาณาจักรไว้อย่าให้ศูนย์เสียไปอะตัมมะยะตาขอฝากไว้เป็นของขวัญเป็นที่ระลึกในการที่ได้มาพบกันในวันนี้ภาวะของจิตที่อะไรๆมาปรุงแต่งมาได้รากออกไปก็ไม่ได้จับตัวไว้ที่นี่ก็ไม่ได้มันจะมีแต่ความถูกต้องมันควรจะเคลื่อนไหวในทางถูกต้องดีงามเท่านั้นแหละเป็นอย่างนั้นไม่ได้ที่มาแห่งข้าศึกกิเลสตัณหาต่างๆ ทั้งหลายมาจากความเห็นแก่ตัวมันลึกจนไม่เห็นมีตัวตนปัญหามันยังเห็นเป็นตัวตนธรรมชาติและก็ควบคุมความเห็นแก่ตัวไม่ให้มันเกิดขึ้นมาก็หวังกันอยู่ทุกศาสนาแหละว่าอนาคตจะมีพระศรีอะนาเมทไตรของพุทธก็มีอย่างพุทธของคริตก็มีอย่างคริตของอิสรามก็มีอย่างอิสรามอาณาจักรพระศรีอะนาเมทไตรอยู่ข้างหน้าคอยเราอยู่เขาจะคิดอย่างไรก็ไม่ทราบแต่ถ้าทางพุทธแล้วก็อาณาจักรแห่งความไม่เห็นแก่ตัวเมทไตรยะแปลว่าเกื้อกูลกับความเป็นมิตรแด่ความเป็นมิตรอย่างเดียวในอาณาจักรนี้ที่จริงมีแต่เพื่อนเกิดแก่ เจ็บตายอย่างเดียวไม่มีนายทุนไม่มีชนชั้นที่เป็นที่ตั้งแห่งความเห็นแก่ตัวหวังว่าให้อาณาจักรธรรมมะเจริญจะปรากฏออกมาเป็นอาณาจักรพระศรีอะริยะเมทไตรเป็นสิ่งสูงสุดไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเป็นที่มุ่งหมายของทุกศาสนาว่าข้างหน้าจะมีพระศรีอะระยะเมทไตรเหมือนอย่างพุทธจึงเมทซิอ้ามาอย่างยูรีอย่างคริต อะคิตังกี้มาอย่างฮินดูหรือพราหมณ์พระศรีอะระยะเมทไตรจะมาข้างหน้า แต่แล้วไม่มีอะไรนับจากแผ่นดินหรือโลกที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวทุกคนไม่มีความเห็นแก่ตัวสุขสบายกันทั้งคนทั้งสัตว์เดรัชฉานต้นไม้ต้นไร่ก็ไม่ถูกเบียดเบียนนี่อณาจักรพระศรีอะระยะเมทไตรเราจะต้องนึกถึงว่าโลกนี้มันเจริญขึ้นมาอย่างไรสมัยคนป่าไม่ต้องฆ่ามันมีความเห็นแก่ตัวน้อยมากเกือบเท่ากับสัตว์เดรัชฉานน้อยมากแต่คนป่าเจริญขึ้นมาจนเป็นคนอย่างนี้มีความรู้มีอะไรขึ้น มาวิทยาศาสตร์เก้าหน้าเทคโนโลยีสูงสุดไปถึงที่โลกพระจันทร์ได้เหมือนกับไปเที่ยวหลังบ้านอย่างนี้ แต่แล้วทำไมความเลวร้ายมันยิ่งเต็มมันยิ่งมากขึ้นมาในโลกความเลวร้ายที่ไม่เคยมีสมัยคนป่า เพราะความเห็นแก่ตัวเจริญงอกลามขึ้นมาๆขอให้ช่วยกันสนใจกำจัดความเห็นแก่ตัวถ้าว่าโลกทั้งโลกทั้งหมดถือเอาความไม่เห็นแก่ตัวเป็นโปริซี โปริซีของโลกคือความเห็นแก่ตัวเมื่อนั้นโลกนี้จะเป็นโลกพระศรีอะระยะเมทไตรสูงสุดที่จะมีได้ดูตามเรื่องลาวแล้วแม้แต่บนสวรรค์ก็ยังไม่น่าไว้ใจบนสวรรค์ก็ยังมีเทวดาทะเราะกันเพราะความเห็นแก่ตัวถ้ามันจะมีโลกที่ไม่มีความเห็นแก่ตัวจะดีกว่าโลกบนสวรรค์เสียอีกขอให้หวังว่าเราจะตองยึดเอาหลักที่สูงสุดไว้คือความไม่เห็นแก่ตัวคือความมีอะตัมมิยะตาคือความถูกจิตไม่ให้จิตถูกชักจูงไปในทางเป็นบวกและเป็นลบอยู่เหนือความเป็นบวกเป็นลบ ไม่ร้องไห้ไม่หัวเราะไม่ดีใจไม่เสียใจมีแต่ความปกติๆๆ ร้องไห้ก็ไม่ใช่ปกติหัวเราะก็ไม่ใช่ปกติดีใจก็ไม่ใช่ปกติเสียใจก็ไม่ใช่ปกติไม่ดีใจไม่เสียใจนะสบายที่สุดขอท้า ท้าทุกคนเลยไปคิดดูไปสังเกตดูเวลาไหนที่เราสบายใจที่สุดเวลานั้นไม่มีความดีใจและไม่มีความเสียใจมีความเป็นปกติมีความสงบระงับมีความสะอาดมีความเป็นอิสระไม่ต้องหัวเราะไม่ต้องร้องไห้ถ้ายังมีอะไรมาทำให้ตองหัวเราะให้ต้องร้องไห้นั้นไม่ใช่เสรีภาพไม่ใช่อิสรภาพกิเลสยังมีอำนาจเหนือหัวเราะบ้างร้องไห้บ้างดีใจบ้างเสียใจบ้างรักษาความถูกต้องของธรรมชาติอันลึกซึ้งคือความปกติบ้างสะอาดความบริสุทธิ์ ความสงบระงับความเป็นอิสระของจิตโดยไม่มีความเห็นแก่ตัวเพราะมีอะตัมมะยะตาบังคับควบคุมเอาไว้ให้อยู่ในความถูกต้องอาตมาขอฝากฝังความหวังอันนี้ไว้ว่าจะเจริญงอกงามก้าวหน้าในหน้าที่การงานของท่านนักศึกษาทั้งหลายที่จะพิทักษ์จักร ทั้งอาณาจักรโลกทั้งอาณาจักรธรรมมะ ทั้งอาณาจักรนอกตัวอาณาจักภายในตัวจงได้ประสบความสำเร็จในการได้พิทักษ์รักษาความถูกต้องความเป็นสุขเจริญงอกงามในหน้าที่การงานอยู่ทั่วทุกทิพาราตรีกาลเทอญ

http://www.vcharkarn.com/varticle/33158

. . . . . . . . . . . . . . . . . . .