ธรรมะคืออะไร? จะมีธรรมะได้อย่างไร โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

ธรรมะคืออะไร? จะมีธรรมะได้อย่างไร โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

หน้าที่ 1 – วิวัฒนาการ
เป็นอันว่าอาตมาขอถือเอาว่าท่านทั้งหลายมานี่ต้องการธรรมะจะไม่คำนึงถึงว่าบางคนรู้บางคนยังไม่รู้บางคนรู้มากบางคนรู้น้อยแต่จะขอสรุปความที่จะใช้ได้สำหรับทุกคนซึ่งเสมือนหนึ่งว่าจะเป็นของขวัญปีใหม่เพราะอีกสองสามวันก็จะถึงวันปีใหม่แล้วก็ถือโอกาสซะเลยว่าจะให้ความรู้ในวันนี้ในฐานะเป็นของขวัญสำหรับวันปีใหม่แล้วก็คือสิ่งที่เรียกว่าธรรมะนั่นเองให้ธรรมะในฐานะเป็นของขวัญวันปีใหม่มันจะแปผลกอะไรมันจะแปลกก็ตรงที่ว่าท่านทั้งหลายจะต้องทำให้มันมีธรรมะมากขึ้นกว่าปีที่แล้วมาอย่าให้มันซ้ำซากวนเวียนเลยให้มันก้าวหน้าขึ้นไปตามรำดับตามเวลาที่มันร่วงไปปีหนึ่งมันก็ล่วงไปๆเราจะมาย่ำท้าวซ้ำรอยอยู่นี่มันก็ไม่ไหวนี่ก็เพื่อจะให้สามารถก้าวหน้าไปไม่ต้องซ้ำรอยนั่นเองจึงต้องพูดถึงสิ่งที่เรียกว่าธรรมะนั้นให้เป็นที่เข้าใจ แจ่มแจ้ง ยิ่งๆขึ้นไป อาตมาก็เคยพูดมาหลายครั้งหลายหนแล้วว่าธรรมะคืออะไรแต่เกรงว่าบางคนไม่เคยได้ยินบางคนก็ลืมเสียแล้วบางคนก็จำได้ครึ่งๆกลางๆบางคนก็จำได้ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายโดยสมบูรณ์นั้นเรามาพูดถึงสิ่งที่เรียกว่าธรรมะกันอีกสักครั้งหนึ่งเป็นข้อแรกธรรมะคืออะไรเวลานี้ท่านทั้งหลายบางคนก็คงจะนึกอยู่ในใจแล้วว่าธรรมะคืออะไรแล้วก็นึกได้นึกไปตามที่เคยได้ยินได้ฟังแล้วก็ได้ยึดถืออยู่เช่นว่าธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นต้นธรรมะคือสิ่งที่แสดงอยู่บนทำมาตรดังนี้เป็นต้นถ้าอย่างนี้แล้วยังไม่พอยังไม่ถูกตัวธรรมะอันแท้จริงธรรมะคืออะไรขอให้ลูกหลานเหล่านี้รวมทั้งคุณ คุณป้าคุณน้าคุณลุงทั้งหลายด้วยช่วยจำกันไว้เป็นหลักจนตลอดชีวิตจะดีกว่าถ้าจำไว้อย่างถูกต้องและเป็นหลักแล้วมันจะง่ายจะสะดวกแก่การจะมีธรรมะยิ่งๆขึ้นไป เมื่อถามว่าธรรมะคืออะไรจงตอบว่าธรรมะคือการกระทำที่ถูกต้องคือการกระทำที่ถูกต้อง ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ของตนทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการช่วยจำกันไว้ให้แม่นยำเป็นบทจำกัดความเป็นบทนิยามว่าธรรมะคือการกระทำที่ถูกต้อง ถูกต้องแก่อะไรถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ความเป็นมนุษย์ของใครของแต่ละคนละคนถูกต้องอย่างไรถูกต้องทุกๆขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการของตนๆ

กล่าวอีกครั้งหนึ่งว่าธรรมะคือการกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ของตนทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของเขานี้มันคงจะแปลกจากที่ท่านเคยได้ยินได้ฟังหรือถืออยู่ว่าธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าธรรมะคืออย่างนั้นอย่างนี้อีกมากมายแต่ถ้าจะให้สำเร็จประโยชน์แล้วก็ยังว่าธรรมะนั้นเป็นตัวการประพฤติกระทำลงไปจริงๆไม่ใช่เป็นเพียงความรู้แต่มันก็รวมอยู่ด้วยเพราะเวลาที่เราจะประพฤติธรรมอะไรลงไปนั้นเราต้องรู้เรื่องนั้นนั้นเราจึงถือว่ามันรวมอยู่ในการกระทำที่ถูกต้องเพราะมันยืนยันอยู่แล้วว่าที่ถูกต้องเพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีความรู้มาแล้วตามสมควรเอาความรู้นี้มารวมไว้ในการประพฤติหรือกระทำให้เป็นการกระทำที่ถูกต้องท่านก็จะต้องมีการศึกษามาพอสมควรจึงจะมีการกระทำที่ถูกต้องนี้ถูกต้องนั้นมันจำกัดลงไปว่าถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ของเราถูกต้องแก่สิ่งอื่นมันสิ้นประโยชน์อะไรมันป่วยการมันถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ของเราของตัวเองนี้ถูกต้องอย่างไรขอให้ถูกต้องทุกๆขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการคนเรามีวิวัฒนาการเรื่อยไม่มีหยุดตั้งแต่คลอดจากท้องแม่ทุกๆชั่วโมงมันก็วิวัฒนาการ จนบัดนี้อยู่ในสภาพอย่างนี้มันเป็นวิวัฒนาการแล้วยังจะวิวัฒนาการต่อไป ต่อไปจนกว่าจะได้เข้าโรงกันนี่เอาเฉพาะในชาตินี้มันก็มีวิวัฒนาการอย่างนี้แบ่งได้เป็นขั้นตอนเช่นว่าเป็นประถมวัยเด็กๆเป็น มัดฉิบมาวัยเป็นผู้ใหญ่เป็นปัจฉิมวัยเป็นคนแก่คนเฒ่าเอาสัก 3 ตอนก็พอจะมองเป็นได้นี้มันต้องถูกต้องทุกขั้นตอนของวิวัฒนาการในวัยเด็กก็ต้องมีความถูกต้องเต็มที่ในวัยผู้ใหญ่ก็ถูกต้องเต็มที่ในวัยคนแก่คนเฒ่าก็ถูกต้องเต็มที่นี่เรียกว่าถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการนี้เราจะต้องมีการประพฤติกระทำชนิดนั้นให้ได้ผลอย่างนั้นนี้มันเป็นคำตอบแต่เพียงว่าธรรมะคืออะไร โดยหลักใหญ่ก็คือการกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ของตนๆทุกขั้นทุกตอนแห่งการวิวัฒนาการของตนๆท่านทั้งหลายกลับไปแล้วจงทดสอบจงใคร่ครวญดูว่าเรากำลังมีวิวัฒนาการความเป็นมนุษย์ถูกต้องกับของเราทุกขั้นตอนหรือไม่จะแบ่งให้ระเอียดลงไปก็ได้ว่ามีอายุ 1 ปี มีอายุ 2 ปีมีอายุ 3 ปีกระทั่งเดี๋ยวนี้มีอายุ 15-16ปี 20ปี 30 ปี 50ปี 60 ปีเป็นขั้นตอนไปทดสอบดูว่าที่แล้วมาแต่หลังมันมีความถูกต้องหรือไม่หรือต้องนั่งเช็ดน้ำตาหัวเข่าบ่อยๆหรือทำความยุ่งยากลำบากให้แก่บิดามารดาเพื่อนบ้านเรือนเคียงอยู่บ่อยๆซึ่งมันยังไม่ใช่ความถูกต้องจะต้องทดสอบด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เข้าข้างตัวเองไม่เห็นแก่ตัวเองอย่างที่ว่ามันไม่เป็นธรรมมันต้องให้ความเป็นธรรมแก่หลักของพระธรรมมีอย่างมีความสุขเป็นอย่างไรต้องเป็นอย่างนั้นคำว่าความถูกต้องเถียงกันได้มากมายไม่รู้จักจบแต่ที่มันจะจบได้ก็มีการบัญญัติว่าถ้าจะถูกต้องจริงมันก็พิสูจน์ความมีประโยชน์นี่ขอให้เราคิดดูถ้ามันถูกต้องจริงมันต้องพิสูจน์ความมีประโยชน์ ประโยชน์อย่างไรก็ประโยชน์อย่างนั้นแก่ผู้อื่นรอบๆตัวเขาถ้ามันเกิดประโยชน์แก่ตัวคุณนั้นและแก่ผู้อื่นรอบๆตัวเขาจะเรียกได้ว่าถูกต้องถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่ถูกต้องไม่ให้ใครมาบอกกันอีกร้อยคนว่าถูกต้องมันก็ถูกต้องไม่ได้แต่เมื่อมันพิสูจน์ความมีประโยชน์ทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่นจึงจะเรียกว่าถูกต้อง ถูกต้องแก่เราคือเรามีความสุขเรียกว่าคนไม่มีปัญหาไม่มีความทุกข์อยู่ด้วยความสงบสุข เป็นที่พอใจของตนนี่เรียกว่ามันเป็นความถูกต้องแก่เราความมีชีวิตอยู่ของเรานั้นมีการกระทำอะไรบางอย่างพร้อมกันไปแล้วก็เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นถือเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นพร้อมกันไปเพื่อนมนุษย์ข้างเคียงของเราก็พลอยได้รับเป็นความสุขไปด้วยนี่เรียกว่าส่วนตัวเราก็มีสันติสุขส่วนคนทั้งหลายทั้งปวงก็มีสันติภาพเรียกว่ามันมีเพียงเท่านี้มันไม่มีอะไรอื่นที่จะมากไปกว่านี้เรามีสันติสุขโลกนี้หรือโลกไหนก็ตามก็มีสันติสุขกระทั่งถึงบรรลุมรรคผลนิพพานเรียกว่ามีสันติสุขทุกคนในโลกพลอยมีสันติสุขกลายเป็นโลกที่มีสันติภาพเรามีสันติสุขสังคมมีสันติภาพมันก็ควรจะพอใจแล้วมันสูงสุดมันก็อยู่ที่ตรงนี้เดี๋ยวนี้เราเป็นอย่างไรเรายังมีสันติสุขหรือว่าอะไรก็ลองคิดดูแต่ละคนล้วนแต่มีอีกคนมันสุขเย็นหรือสุขไหม้มันมีข้อที่ต้องพิจารณาอย่างนั้นถ้าสุข ข สะกดมันก็สุขเป็นเรื่องเย็นแต่ถ้าเป็นสุข ก สะกดมันก็เป็นสุกไหม้เอาไฟมาเผาให้สุกคงจะไม่มีชีวิตเหลือถ้าว่าสุกมากนี่เรามีสุขเป็นที่พอใจอยู่ทุกวันทุกคืนหรือเปล่าหรือยังมีอึดอัดในใจเหมือนไฟเข้าไปสุมในอกในใจบ้างหรือเปล่าไอ้ไฟเหล่านี้คือความรัก ความโกรธ ความเกียจ ความกลัว ความอิจฉาริษยา ความวิตกกังวลความโง่เขลาไม่มีอะไรที่เป็นที่พอใจของตนเองคราวนี้ข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้นแหละถ้ามันเกิดขึ้นในใจแล้วมันก็รู้ใจให้ร้อนมันเป็นสุก ก สะกดนั้นใครมีสุก ก สะกด ใครมีสุข ข สะกดก็ขอให้พิจารณาตัวเองโลกนี้มันกำลังเป็นโลกของความเครียด ตรึงเครียดไปหมดในแง่ของสุขภาพก็ดีในแง่ของเศรษฐกิจก็ดี การบ้าน การเมืองก็ดีอะไรมันเครียดกันไปหมดมีความเครียด

เป็นบุคคลมีความเครียดเป็นหมู่คณะต่อสู้กันแย่งชิงทำร้ายกันด้วยความอิจฉาริษยาความอาฆาตมาดร้ายนี่เรียกว่าโลกมันยังไม่ ไม่มีอะไรที่งดงามที่น่าชื่นใจอย่างที่เราก็อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่ามันมีสงครามอยู่ในโลกมีการเบียดเบียนบ่นยากลำบากระส่ำระสายอยู่ยิ่งส่วนบุคคลแต่ละคนละคนมันก็ยังเป็นโลกทางวิญญาณคือไม่มีจิตใจที่สว่างบนทำเนียบมีจิตใจที่วิตกกังวลหวาดกลัวไปไม่เท่าไหล่วิตกกังวลไปไม่เท่าไรมันก็เป็นโลกกระเพาะเรื้อรังรักษาไม่หายวิตกกังวลไปเมื่อไหร่มันก็เป็นโรคความดันสูงบางทีก็เป็นโลกเบาหวานจิตใจมันระส่ำระสายระบบประสาทกระทบกระเทือนร่างกายเป็นโรคบ้าโรคประสาทมันใช้น้ำตาลไม่หมดดูอย่างนี้ถ้าไม่คิดกันเสียดายแย่โรคทางร่างกายมันมาสมุดถามมาจากความไม่ถูกต้องจิตใจเต็มไปด้วยวิตกกังวลหวาดกลัวนี่มันผิดไปแล้วในทางจิตใจ ผิดไปแล้วในทางระบบประสาทมันทำให้โลหิตที่หล่อเลี้ยงร่างกายของเราผิดไปด้วยนี่เป็นโรคกระเพาะนี่ก็เป็นโรคใช้น้ำตาลไม่หมดเรียกว่าเบาหวาน มันก็มีโรคที่เนื่องๆกันไปเช่นความดันสูงซึ่งเป็นโรคของมนุษย์สมัยนี้ร้ายกาดเลยไปก็เป็นโรคมะเร็งเป็นวัณโรคเพราะว่า ไอ้โลหิตระบบโลหิตมันไม่ถูกต้องมันมีกำลังเพียงพอที่จะต่อสู้เชื้อโรคโลหิตมันถอยกำลังเพราะจิตใจทุคลภาพเพราะจิตใจมันอยู่ด้วยความวิตกกังวลเครียดหวาดกลัว หิวกระหายโดยทางจิตใจไม่มีเวลาที่ว่าจะรู้สึกอิ่มนี่โรคทางจิตโรคทางวิญญาณเป็นต้นเหตุแห่งโลกที่เรายังมีกันอยู่ในโลกขอให้ไปใคร่ครวญดีว่าที่เรียกว่าคือ ไม่มีธรรมะธรรมะถ้ามีธรรมะไม่มีวิตกกังวลไม่มีหวาดกลัวไม่มีความคิดไม่มีความทรมานในทางจิตทางใจเพราะว่าธรรมะช่วยขจัดออกเสียนี่การประพฤติทางที่จิตใจช่วยขจัดสิ่งเหล่านี้จิตใจปกติมีจิตใจสะอาด สว่าง สงบ

หน้าที่ 2 – ระบบไหลเวียนของเลือด
แล้วโรคทั้งหลายมันก็มาอาดจะเกิดขึ้นเพราะระบบจิตใจดีระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกายระบบย่อยอาหารอะไรดีธรรมะไม่ได้เป็นเรื่องทางจิตทางวิญญาณอย่างเดียว ธรรมะเป็นเรื่องอยู่เนื่องมาถึงทางกายหนังด้วยกระทั่งมีชีวิตบ้านเรือนสมบัติพัดสถานวัวควายไร่นานี่มันเกี่ยวเนื่องมาถึงด้วยคือมันต้องมีความถูกต้องในสิ่งเหล่านั้นด้วยมีการเป็นอยู่การกินอยู่การนุ่งห่มการใช้สอย การอะไรต่างๆในทางภายนอกนั้นมันก็ถูกต้องด้วยร่างกายมันก็ถูกต้องด้วยจิตใจมันก็ถูกต้องด้วยวิญญาณคือสติปัญญามันก็พลอยถูกต้องไปด้วยเราอยู่ด้วยความถูกต้องทั้งหมดนับตั้งแต่แผ่นดินที่อยู่อาศัยมาถึงบ้านเรือนรถลามาถึงร่างกายของเรามาถึงจิตใจของเรามีวิญญาณสติปัญญาของเรามันถูกต้องไปหมดด้วย อาศัยสิ่งที่เรียกว่าธรรมะขอให้ชื่นใจกันว่าจะมีธรรมะกันได้อย่างไรเมื่อรู้ว่าธรรมะคืออะไรจำเป็นอย่างไรแล้วเราก็จะต้องดูกันต่อไปว่าเราจะมีธรรมะกันได้อย่างไรขอย้ำอีกทีบางคนอาจจะลืมกันแล้วว่าธรรมะคือการกระทำประพฤติกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของเขานี่คือ ธรรมะทั้งทางกาย ทั้งทางวาจา ทั้งทางจิตใจ ทางวิญญาณทั้งหมดทั้งสิ้นทุกประการจะต้องมีความถูกต้องเดี๋ยวนี้มันมีความรู้ความถูกต้องนี้ได้อย่างไร มันก็ต้องอาศัยการฟังในครั้งแรกเราไม่ต้องการให้เชื่อทันทีและรับฟังอะไรมาก็ไปใคร่ครวญดูว่ามันน่าลองทำ ดูมัย ถ้าน่าลองทำก็ลองทำดูถ้ามันได้ผลก็เชื่อแน่ว่าเป็นธรรมะมัน ควรยึดถือเป็นหลักเป็นที่พึ่งแน่เราอยากสรุปความสั้นๆว่าทำอย่างไรจะมีธรรมะก็ขอให้ช่วยจดช่วยจำไว้ดีๆ

โดยเฉพาะลูกเด็กๆที่เขียนทรายนี้ช่วยจำไว้ดีๆเขียนทรายก็เขียนให้ดีๆก็ลองพูดจะดีกว่าข้อแรกจะต้องมีความรู้จักตัวเอง1.จะต้องรู้จักตัวเองเดี๋ยวนี้รู้จักตัวเองมัยคนแก่ๆที่ใกล้จะอวสานชีวิตรู้จักตัวเองหรือยังว่าเรามันคืออะไรตัวเองคืออะไรชีวิตคืออะไรนี่ถ้าไม่ใช้สติปัญญามาแต่ทีแรกแล้วแม้แต่คนแก่อายุ 80 ปีแล้วก็ยังไม่รู้จักตัวเองก็ไม่เคยคิดไม่เคยนึกไม่เคยมีข้อสังเกตการที่รู้จักตัวเองก็เพราะมองย้อนหลังอายุเท่าไรก็ตามใจขอให้มองย้อนหลังไปเท่าที่จะจำความได้และมันเป็นมาอย่างไร มันจะพบเต็มไปด้วยความระหกระเหินการต่อสู้กันระหว่างความผิดๆถูกๆเรื่อยมาแล้วก็ยังมองไม่เห็นข้างหน้าว่าจะไปทางไหนเกิดมาแต่ไหนจะไปที่ไหนก็ยังไม่รู้เอาละไม่ต้องคิดให้มันมากรู้แต่เพียงว่าเป็นมนุษย์ไม่รู้จักว่าเป็นอย่างไรเดี๋ยวนี้เป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ขอให้อาศัยการศึกษาช่วยให้รู้ว่าเราเป็นมนุษย์และหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติให้ไดรับประโยชน์จากการเป็นมนุษย์กันเต็มที่อย่าให้เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เลยรู้จักตัวเองว่าเป็นมนุษย์นี่ไม่ใช่เล็กน้อยความเป็นมนุษย์ก็อธิบายยากเหมือนกันแต่ที่จำกัดความไว้ให้ว่าจิตใจมันสูงมนุษย์แปลว่าจิตใจสูงเมื่อจิตใจสูงมันก็เป็นทุกข์ไม่ได้มันอยู่เหนือปัญหาเหนือความทุกข์เหนืออะไรทุกๆอย่างถ้าจิตใจต่ำมันไม่สูงมันก็อยู่ใต้ปัญหาอยู่ข้างใต้ความทุกข์มันก็ต้องเป็นทุกข์เมื่อเป็นทุกข์มันก็ไม่น่าดูมันน่าเกียจน่าชังมันก็ต้องอยู่สูงเหนือปัญหาเหนือความทุกข์เป็นผู้มีความหมายเหมือนพระพุทธเจ้าสำหรับพวกเราเอาหลักพระพุทธเจ้าเป็นหลักศาสนาอื่นเขาก็เอาศาสนาอื่นเป็นหลักเราศาสนาพุทธเราก็เอาศาสนาพุทธเป็นหลักพุทธะแปลว่าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานความจริงพุทธะคำนี้รากศัพท์แท้ๆมันแปลว่าผู้ตื่นที่แปลว่าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานเพิ่มเข้าไปนั้นมันซ้ำสองชั้นหนึ่งแท้ๆพุทธะแปลว่าผู้ตื่นไม่ใช่ตื่นขาดกลัวตื่นตูมไม่ใช่เป็นตื่นจากหลับเมื้อหลับอยู่ยังไม่ใช่พุทธะเมื่อตื่นแล้วจึงจะเรียกว่าพุทธะจะโดยภาษาคนนี่ก็ได้ ถ้ายังหลับอยู่ไม่เป็นพุทธะตื่นขึ้นมาจากหลับจึงจะเป็นพุทธะตื่นคือหลับอย่างภาษาคนนี้ก็ได้แต่ตื่นหรือหลับที่ดีกว่านั้นคือในภาษาธรรมความหลับนั้นคือความโง่กิเลสนั้นคือความหลับที่เอากิเลสออกไปซะได้ก็เป็นความตื่นตื่นจากกิเลสตื่นออกมาจากความหลับเสียกิเลสสะนิชชาคือความหลับโดยกิเลสนี่อาจกำลังหลับโดยกิเลสอยู่ก็ได้ระวังให้ดีกิเลสสะนิชชาเป็นภาษาในพระคัมภีร์หลับของกิเลส หลับโดยกิเลส หลับด้วยกิเลสต้องตื่นออกมาเสียจากความหลับชนิดนี้จึงจะเรียกว่าพุทธะภาษาธรรมดาคือตื่นนอนอย่างที่เรานอนหลับประจำวันแล้วก็ตื่นนอนตื่นขึ้นมาเขาเรียกว่าพุทธะอยู่แล้วในภาษาบาลี แต่พุทธะในภาษาธรรมะนี้แปลว่าตื่นจากหลับที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นคือหลับด้วยอำนาจของกิเลสนี้คำว่ารู้ว่าเบิกบานนั้นมันตามมาเองถ้าเราไม่หลับเราก็รู้สึกตัวว่ารู้เมื่อเรารู้ถูกต้องเราก็ไม่ต้องเป็นทุกข์เป็นร้อนเราก็เบิกบานแสดงความสุขความพอใจนี่คือพุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นความหมายว่ามนุษย์ใจมันสูงใจมันสูงตามแบบของพระพุทธเจ้าคือเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานนี้ขอให้เรารู้จักตัวเองกันอย่างนี้ทุกคนเถอะจะเป็นลูกเล็กผู้ใหญ่ผู้เฒ่าอะไรก็ตามจงรู้ว่าเราเป็นมนุษย์อย่าเป็นอะไรให้มันน้อยกว่ามนุษย์จะเป็นมนุษย์ก็ต้องมีความรู้มีความตื่นมีความเบิกบาน เอายุติกันทีที่ว่าเรารู้จักตัวเองแล้วว่าเราเป็นมนุษย์นี่เขาเรียกว่ารู้จักตัวเองถ้าจะมีธรรมะกันให้ได้ข้อแรกต้องรู้จักตัวเองเสียก่อนว่าเราเป็นอะไรเรามีความรู้ความเข้าใจถูกต้องแล้วก็มีปัญญามีสัมมาทิฐิแล้วเราก็รู้ว่าตัวเราเป็นมนุษย์ก็ต้องทำอย่างมนุษย์ให้เต็ม อย่างความหมายของคำว่ามนุษย์ข้อที่ 1. พูดว่ารู้จักตัวเอง ข้อที่2. เราจะเชื่อตัวเอง คำว่าเชื่อตัวเองมันมีความหมายกำกวมถ้ามันมีความโง่มันก็เชื่ออย่างผิดๆถ้ามันมีปัญญาทันก็เชื่ออย่างถูกๆ

แต่คำพูดในที่นี้แปลว่าเชื่ออย่างถูกๆเชื่อสมกับที่เป็นมนุษย์คำว่า ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอธิบายได้หลายความหมายเชื่อกรรมเชื่อผลแห่งกรรมเชื่อการที่ต้องรับกรรมเชื่อการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าคราวนี้ก็ยังไม่พอที่มันจะต้องมาอยู่มารวมกันว่ามันจะเชื่อตัวเองถ้ามันไม่มีความที่จะเชื่อตัวเองแล้วมันจะเชื่ออย่างไรได้เพราะฉะนั้นต้องมีความเชื่อตัวเองศรัทธาในตัวเองว่าเราเป็นมนุษย์แน่นี้ใครเชื่อตัวเองเป็นมนุษย์แน่หรือยังก็ยังรังเรอยู่เชื่อตัวเองว่าเราเป็นมนุษย์แน่ถ้าเชื่อว่าเราเป็นมนุษย์ต้องเชื่อต่อไปว่าเราต้องทำได้อย่างมนุษย์ถ้าเราทำไม่ได้อย่างมนุษย์มันก็ไม่เป็นมนุษย์มีความเชื่อตนเองที่ตรงไหนได้ถ้าเชื่อตัวเองก็เชื่อว่าฉันเป็นมนุษย์แน่และฉันต้องทำได้อย่างที่มนุษย์ทำได้อะไรที่มนุษย์ทำได้ฉันเชื่อว่ามนุษย์ทำได้ในตัวฉัน เดี๋ยวนี้มีความพร้อมที่จะทำให้ได้ในการที่จะเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ใครมีความเชื่ออย่างนี้บ้างแล้วหรือยังก็ไปทดสอบตัวเองบ้างแล้วกันถ้ามีแล้วก็เป็นอันว่าใช้ได้ธรรมะข้อที่สองคือเชื่อตัวเองทีแรกรู้จักตัวเองว่าเป็นมนุษย์ข้อสองเชื่อตัวเองว่าเป็นมนุษย์แหละทำได้ตามที่มนุษย์จะต้องทำอย่ามัวขี้ขาดอย่ามัวขี้เกียจอย่ามัวเหลวไหลโรเรไม่มีความแน่วแน่อยู่อย่างนี้ทีนี้ข้อที่ 3 มันต้องบังคับตัวเองเมื่อเชื่อว่าเป็นมนุษย์และทำได้อย่างมนุษย์ก็ต้องบังคับให้ทำอย่าเชื่ออยู่เฉยๆบังคับให้ลงมือธรรมมันไม่อยากจะทำกิเลสมันไม่อยากให้ทำความเหลวไหลยังไม่อยากให้ทำเราต้องบังคับตัวเองให้ทำให้จนได้คำสอนของพระพุทธเจ้ารวมอยู่ในการบังคับตัวเองคือบังคับกิเลสที่ว่าตัวเอง ในที่นี้ก็ยังเป็นคนธรรมดาเป็นปุถุชนคนธรรมดามันก็มีตัวเองเป็นกิเลสเราต้องบังคับตัวเองบังคับกิเลสคือเป็นจิตฝ่ายที่ไม่ใช่กิเลสจิตฝ่ายที่เป็นโพธิ์เป็นสติปัญญาจะต้องก่อรูปขึ้นมาบังคับไอ้จิตฝ่ายที่มันเป็นกิเลสนี่เรียกว่าบังคับตัวเองเราแบ่งตัวเราเป็น 2 ภาคหรือ 2 ส่วนคือส่วนต่ำส่วนที่ลงต่ำคือส่วนหนึ่งอันส่วนที่มันจะขึ้นสูงมันอยู่อีกส่วนหนึ่งเขาเรียกว่าฝ่ายต่ำ ฝ่ายสูง ฝ่ายดี ฝ่ายชั่ว ฝ่ายผิด ฝ่ายถูก ฝ่ายบุญ ฝ่ายบาปแล้วแต่จะเรียกเรามันมีอยู่ 2 ส่วนในส่วนที่มันจะถูกจะดีจะไขว่สูงนั้นมันต้องเกิดขึ้นและบังคับฝ่ายต่ำหรือว่าจะเอาสติปัญญามาเป็นกลางๆมาช่วยในฝ่ายสูงมาบังคับในฝ่ายต่ำอย่างนี้เรียกว่าบังคับตัวเองก็ต้องเอาจริงเอาจังธรรมะแปลว่าบังคับตัวเองพระพุทธเจ้าเป็นสาระถีฝึกสัตว์บังคับสัตว์ผู้เป็น เวนนัยสัตว์ให้เป็นไปตามครองของพระธรรม

หน้าที่ 3 – หน้าที่ของตน
แต่ก็ไม่พ้นกลับที่เราต้องบังคับตัวเราพระพุทธเจ้าเป็นผู้ฝึกสัตว์แต่ก็ไม่พ้นที่เราต้องฝึกในตัวเราเองท่านสอนให้เราฝึกตัวเราเองบังคับตัวเองคำว่าธรรมะแปลว่าฝึกหรือบังคับ บังคับใคร บังคับตนเอง บังคับความรู้สึกฝ่ายต่ำด้วยความรู้สึกฝ่ายสูงนั้นเราก็มีการบังคับตัวเองกันทุกๆคน ทุกๆวัน ทุกๆชั่วโมง ทุกๆนาทีปราศจากการบังคับตัวเองแล้วมันก็ต้องผิดมันต้องมีเรื่องผิดมีเรื่องพลาดมีเรื่องไปอีกทางหนึ่งไม่ไปตามทางที่ควรจะไปมันก็จะต้องเหมือนเดินตกร่องไม่ระวังนั้นบังคับตัวเองให้ได้บูชา ชอบ พอใจ การบังคับตัวเองอย่าเห็นเป็นเรื่องไม่สนุกสิเป็นคนไม่บังคับตัวเองมันก็ไปสูบบุหรี่บ้างไปกินเหล้าบ้างไปทำอบายมุขนาๆสารพัดอย่าง มันก็ทำไปแล้วมันก็เดือดร้อนเงินเดือนก็ไม่พอใช้รายได้ก็ไม่พอใช้เพราะมันไม่บังคับตัวเองทั้งนั้นแหละก็มีการบังคับตัวเองเงินเดือนจะพอใช้มาทันทีหรือจะปรับปรุงให้มันพอใช้ขึ้นได้ทันทีทุกอย่างมันก็จะไปในถูกไม่เหไปในทางผิดแม้ว่ามันจะเจ็บปวดเราก็ต้องชอบในการบังคับตัวเองมันต้องเจ็บปวดเป็นธรรมดาเราก็ต้องทนต้องมีขันติเป็นอุปกรณ์ในการบังคับตัวเองมันอยากจะไปเที่ยวบังคับไม่ให้ไปเที่ยวมันเจ็บปวดขึ้นมาเพราะการบังคับก็ต้องทนทนได้เพราะเป็นการบังคับตัวเองได้นั้น

คนที่มันอยากจะเลิกบุหรี่หลายคนมันจะเลิกบุหรี่มันไม่มีการบังคับตัวเองมันไม่มีทางจะเลิกได้มันต้องบังคับตัวเองเมื่อเงี่ยนขึ้นมามันก็ต้องทนไม่เท่าไหร่มันก็จะเปลี่ยนแปลงแปลว่าไม่เงี่ยนหรือว่าไม่ต้องทนมันก็รอดตัวไปได้นี่เรื่องเล็กๆน้อยๆจะอดบุหรี่ จะอดเหล้า จะอดอบายมุขดื่มน้ำเมาเที่ยวกลางคืนดูการเล่น เล่นการพนันคบคนชั่วเป็นมิตรเกียจคร้านการทำการงานไอ้ความชั่วเหล่านี้ต้องบังคับให้ออกไป ถ้าไม่มีการบังคับมันก็ไม่ออกนั้นเราก็ต้องมีการบังคับโดยยึดถือหลักว่าเราเป็นมนุษย์เราเชื่อว่าเราเป็นมนุษย์เราต้องทำได้อย่างมนุษย์นั้นเราก็ต้องทำอย่างคนโบราณเขาพูดว่าเป็นปลาหมอก็ต้องแถกไปจนเจอแห้งคือไม่ยอมถอยหลังนี่เรียกว่าไม่ยอมถอยหลังมีการไปข้างหน้าเลื่อยแม้มันจะยากก็ต้องทำเพราะวางระดับไว้เหมือนบังคับช้างตัวหนึ่งตกน้ำมันก็ต้องไม่ท้อถอยไอ้จิตที่มันประกอบอยู่ด้วยกิเลสเหมือนช้างตกมันบังคับยาก แต่เราก็ไม่ยอมแพ้ก็บังคับจนได้เรียกว่าบังคับจิต บังคับตนได้นี่ข้อที่ 3 บังคับตัวเองถ้าเขียนเขียนให้ถูกนะข้อที่ 1. รู้จักตัวเอง ข้อที่ 2. เชื่อตัวเองข้อที่ 3. บังคับตัวเองทีนี้มาถึงข้อที่ 4. หลังจากบังคับจิตใจตัวเองก็พอใจตัวเองถ้าที่บังคับตัวเองควรจะพอใจตัวเอง ยิ่งบังคับตัวเองได้แล้วก็ยิ่งพอใจตัวเองว่าไม่เสียชาติเกิดมาเป็นมนุษย์เพราะเราไม่ได้เป็นสุนัขเป็นแมวเป็นไก่เป็นอะไรจากนั้นเราเป็นมนุษย์เราต้องมีสติปัญญาเราก็พอใจในความเป็นมนุษย์แล้วก็ชอบใจพอใจตัวเองลองทบทวนดูให้ดีอย่างนี้เราพอใจตัวเราหรือยังมันมีอะไรที่น่าพอใจบ้างเราอาจจะรักตัวเรามากทั้งๆที่ไม่มีอะไรดีทั้งๆที่มันมีอะไรที่น่ารังเกียจก็ยังพอใจตัวเองนี้มันเป็นเรื่องของกิเลสต้องหลังจากบังคับตัวเองเอาสมองออกไปหมดจึงจะพอใจตัวเองดูกันทางไหนก็ไม่มีคู่ติเตียนก็พอใจตัวเองได้นั่นแหละคือความสุข แต่ความสุขนี้ถ้าเราจะพูดอย่างทุบดินคือความพอใจถ้ายังพอใจไม่ได้ยังไม่มีความสุขให้มีเงินเท่าไหนมี 100 ล้าน พันล้านถ้ามันไม่พอใจก็ไม่มีความสุขได้มีวิมารเกือบร้อยหลังถ้ามันไม่พอใจก็ไม่มีความสุขจะมีอะไรก็ทำแล้วมันไม่มีความสุขได้เนื้อตัวร่างกาย บุตรภรรยาสามีก็ตามถ้าเราไม่พอใจมันไม่มีอะไรนั้นความสุขมันตั้งหลากราญ ทีนี้เราทำจนเฝ้าตัวเองได้ความสุขมันก็แสดงลูกหมุนถ้าไปหาความสุขอย่างอื่นก็ผิดหมดไปกินเหล้าเล่นการพนันไปทำไอ้อบายมุขเหล่านี้แล้วก็เป็นสุขๆๆๆนั่นสุขของคนบ้านี่หรือเป็นสุก ก สะกดมันร้อนไอ้สุขอย่างนั้นอย่าไปเอากับมันจงเอาความสุขพอใจมันว่าเราเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องเราได้ทำความเป็นมนุษย์ที่ถูกตองแล้วก็พอใจความพอใจนั้นมันเป็นความสุขโดยอัตโนมัติตั้งค่าจะเป็นสัญญาไม่ต้องๆขอให้ทำอะไรชนิดที่มันเป็นตัวเองจิตใจตัวเองตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นความสุขเหมือนกับเรามีเงินถ้าเรามีเงินมันก็มีความสุขเดี๋ยวนี้เรามีธรรมะกับใจในมนุษย์ความสุขเป็นความสุขธรรมะเป็นวิญญาณเป็นความสุขจริงเป็นความสุขใดนี่ความสุขอยู่ที่นี่จงทำอะไรชนิดที่เราพอใจตัวเอง ได้จะสรุปความว่าให้ทำหน้าที่ของตน ของตนก็แล้วกันมนุษย์เมื่อได้ทำหน้าที่ของมนุษย์ก็พอใจตัวเองทุกคนเราต้องทำงานต่างกันบางคนอาจจะต้องกวาดถนนก็พอใจก็เป็นสุขแจวเรือจ้างก็เป็นสุขล้างท่อสกปรกก็เป็นสุขเพราว่าเราพอใจว่าได้ทำหน้าที่ของมนุษย์เราเป็นมนุษย์ไอ้กรรมมันสร้างเรามาให้เป็นได้แค่เพียงเท่านี้อย่างนี้เราก็ทำมันก็เป็นหน้าที่เหมือนกันเมื่อทำลงไปแล้วมันเป็นประโยชน์ในโลกนี้ไอ้โลกนี้มันมีหน้าที่ตั้ง 100 อย่าง 1000 อย่าง 10000 อย่าง 100000 อย่างใครทำหน้าที่ไหนสักหน้าที่ก็ได้ชื่อว่าทำประโยชน์แก่โลกนี้ไม่เสียชาติเกิดเราก็พอใจว่ามีส่วนที่จะทำให้โลกนี้มีสันติสุข มีสันติภาพ มีความสมบูรณ์แห่งความเป็นโลกนี้เป็นชาวนาก็พอใจที่ได้ทำนา เป็นชาวสวนก็พอใจที่ได้ทำสวนเป็นพ่อค้าก็พอใจที่ได้เป็นพ่อค้าเป็นนักการธนาคารก็พอใจเมื่อได้เป็นเป็นทนายความก็พอใจเมื่อได้เป็นไม่เป็นอันธพาลถ้าเป็นพ่อค้าเอากำไรขูดรีดมันเอากำไร1000 % 10000 % ถ้าเป็นพ่อค้าก็เป็นพ่อค้าคิดแค่เพียงให้ความสะดวกสบายกับเพื่อนฝูงมนุษย์เอากำไร10 % 20%ก็พอแล้วอย่างนี้ไม่มีใครเดือดร้อนพ่อค้าคนนั้นก็เป็นที่ช่วยเหลือโลกหรือจะเป็นนักการธนาคารมันก็ช่วยเหลือโรคให้สมบูรณ์เงินทองทรัพย์สมบัติมันก็ได้บุญเพราะทำให้โลกนี้สะดวกสบายแต่ถ้ามันขูดรีดเอากำไร 100 เท่า 1000 เท่า 10000 เท่า 100000 เท่ามันก็เรียกว่าขูดรีดเอากำไรมันก็ทำบาปมันก็ไม่ขาดทุนถ้าจะพูดเลยไปถึงว่าเป็นทนายความถ้ามันเป็นทนายความที่ประกอบไปด้วยธรรมะมันก็ได้บุญเพราะมันให้ความถูกต้องยุติธรรมในโลกแก่ผู้ที่หยอดความสามารถอะไรต่างๆมันก็ได้บุญแต่ถ้ามันเป็นทนายความขูดรีดมันหรอกลวงทั้ง 2 ฝ่ายยังนี้มันก็เป็นอะไรก็เรียกเอาเองมันก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรมันก็เป็นคนบาปเป็นสัตว์นรกอะไรได้ไม่ว่าอาชีพไหนมันทำพอดีๆถูกต้องตามความเหมาะสมตามความหมายของอาชีพนั้นแล้วจะได้บุญไปหมดกระทั่งว่าจะเป็นข้าราชการทำหน้าที่ตรงตามความหมายก็ได้บุญด้วย เป็นครูบาอาจารย์ยิ่งได้บุญมากนี่ได้ยินว่ามีครูบาอาจารย์นั่งอยู่นี่หลายคนจะเป็นนักเรียนก็มีอยู่มากอยากบอกว่าเป็นอาชีพที่ได้บุญที่จริงมันเป็นอาชีพของพระอริยะบุคคลเป็นอาชีพของปูชะนียะบุคคลเพราะว่าครูบาอาจารย์คือผู้สร้างโลกโลกนี้มันจะดีจะเลวก็แล้วแต่ครูบาอาจารย์สร้างเด็กๆขึ้นมาอย่างไรถ้าครูบาอาจารย์สร้างเด็กๆขึ้นมาดีก็มีผู้ใหญ่ดีโลกนี้ก็เต็มไปด้วยคนดีโลกนี้ก็มีความสุขถ้าครูบาอาจารย์เลวสร้างเด็กๆขึ้นมาเลวมีพลเมืองที่ดีโลกนี้ก็จะถือว่าครูบาอาจารย์เป็นผู้สอนยิ่งกว่าพระเป็นเจ้าที่เขาละเมอซะอีกเห็นชัดๆไม่ต้องละเมอว่าครูบาอาจารย์เป็นผู้สร้างโลกสร้างเด็กๆขึ้นมาอย่างไรพลเมืองมันก็เป็นอย่างนั้นพลเมืองเป็นอย่างไร

โลกมันก็เป็นอย่างนั้นนี่เพียงแต่เป็นครูให้ถูกต้องเท่านั้นมันก็ได้บุญโดยถือเป็นหลักว่าใครทำหน้าที่ของตนๆอย่างถูกต้องแล้วคนนั้นได้บุญนับตั้งแต่คนกวาดถนนขึ้นไปเป็นพระราชามหากษัตริย์เป็นจักรพรรดิเป็นอะไรก็ตามทำหน้าที่ของตนอย่างถูกต้องแล้วล้วนแต่ได้บุญเป็นประชาชนคนหนึ่งก็ได้บุญทำให้โลกนี้มันสมบูรณ์ขึ้นมา เราสรุปความว่าเมื่อได้ทำหน้าที่แล้วก็ได้บุญแล้วก็ควรจะพอใจถ้าไม่พอใจก็โง่เต็มทีไม่มีอะไรควรจะพอใจมันไม่พอใจในสิ่งที่ควรจะพอใจแล้วมันก็ไม่มีโอกาสจะพอใจมันไม่มีอะไรพอใจมันก็เป็นโรคประสาทถ้าเราแต่ละคนไม่มีที่พอใจอยู่ตลอดเวลามันก็เป็นบ้าเป็นโรคประสาท และก็เป็นบ้า เป็นโรคจิตแล้วก็ตายหรือว่าไม่ถึงขนาดนั้นก็เป็นโรคกระเพาะเรื้อรังเป็นโรคหลายๆโรคที่กำลังเป็นกันอยู่ไม่มีความสงบสุขได้เพราะมันไม่ชื่นใจตัวเองเสียเลยนั้นก็นึกถึงความพอใจตัวเองเป็นข้อที่ 4 เป็นธรรมะข้อที่ 4 ช่วยให้มีธรรมะข้อที่ 4 ทีนี้ข้อสุดท้ายก็คือนับถือตัวเองยกมือไหว้ตัวเองได้ที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคน ขออภัยจะถามว่าใครมีความดีจนยกมือไหว้ตัวเองได้ลองยกมือไหว้ตัวเองเดี๋ยวนี้ได้ไหมนี่คือฉากสุดท้ายมันอยู่ที่นี่คือนับถือตัวเองได้ถ้ามองดูตัวเองแล้วมันรังเกียจตัวเองไหว้ไม่ลงอย่างนี้เป็นมนุษย์ยังไม่สมบูรณ์นี่ว่ายิ่งดูยิ่งสอดส่อง ยิ่งย้อนหลังไปดูว่าเกิดความดียกมือไหว้ตัวเองโดยไม่ต้องคิดถึงที่สุดเรื่องจบแค่นี้จบที่ยกมือไหว้ตัวเองได้หลังจากพอใจตัวเองมีความสุขแล้วผู้ไม่มีอะไรอีกแล้วถึงที่สุดแห่งความเป็นมนุษย์แล้วก็ยกมือไหว้ตัวเองได้ก็เรียกว่าเคารพตัวเองมาทบทวนกันอีกสักทีว่า 1 รู้จักตัวเอง 2. เชื่อตัวเอง 3. บังคับตัวเอง 4. พอใจตัวเอง 5.เคารพตัวเอง ทั้ง 5 อย่างนี้เป็นหลักธรรมะในพระพุทธศาสนามีชื่อเรียกในภาษาบาลีแต่ไม่อยากบอก บอกแล้วมันยุ่งหัวจำยากมันมากมายมีศรัทธาในตัวเองมีความรู้มีปัญญามีความรู้จักในตัวเองมีศรัทธาในตัวเอง มีธรรมะบังคับตัวเองมีความพอใจตัวเองเรียกว่าสันโดษหรืออะไรก็แล้วแต่มันมีหลายคำแล้วก็มีการนับถือตัวเองคือเคารพตัวเองมีความเคารพตัวเอง มีความงามอะไรของตนเองเมื่อก่อนพวกฝรั่งเขาก็ถือหลักอย่างนี้เมื่อฝรั่งเขายังดีๆอยู่เขารู้จักตัวเองก็เรียกว่าไอ เซน โน เลต รู้จักตัวเองแล้วเขาเชื่อตัวเอง ไอเซนคอนฟิกเดน คอนฟิกเดนที่แปลว่าไว้ใจหรือเชื่อตัวเองแล้วเขาบังคับตัวเองเซนคอนช่อบังคับตัวเองแล้วก็พอใจตัวเองก็มีเอกเซนคอนเทนเม้นที่แปลว่าสันโดษ ยินดี พอใจ หรือพอใจตัวเองไหว้ตัวเองได้เรียกว่าเซนเลตเตกเคารพตัวเองไหว้ตัวเองได้ แต่ฝรั่งเดี๋ยวนี้ที่เป็นอย่างนี้หาทำยายากเหมือนกันเมื่อก่อนตอนสมัยยังเด็กๆอยู่ได้ยินว่าฝรั่งที่มาเมืองไทยนี่เขามาโอ้อวดเรื่องอย่างนี้จนคนไทยต้องยอมรับเขาแหละเดี๋ยวนี้ฝรั่งชนิดนี้ก็ค่อยหายไปหายไปเพราะว่าพวกฝรั่งเขาเริ่มละทิ้งศาสนา เริ่มละทิ้งพระธรรมอย่างนี้มันก็หมดไปนี่เราตามก้นฝรั่งที่จะละทิ้งสิ่งเหล่านี้เข้าไปอีกก็ไม่มีอะไรเหลือเหมือนกันนั้นเราควรจะมีการศึกษาที่สมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วนไม่เป็นเจดียอดด้วนช่วยกันภาวนาให้การศึกษาของเราสมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วน ไม่เป็นเจดียอดด้วนเดี๋ยวนี้ก็มีครูบาอาจารย์สอนอยู่ที่นี่มากนักเรียนนักศึกษามากจะเป็นนักเรียนครูก็มีขอฝากไว้ว่ากลับไปทำให้การศึกษามีระบบสมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วนคือเรียนกันแต่วิชาหนังสือกับอาชีพไม่เรียนธรรมะเรียนแต่หนังสือกับอาชีพจบแล้วมันไม่รู้จะเป็นมนุษย์กันอย่างไรทั้งที่มันรู้หนังสือมากและมีอาชีพดีร่ำรวย นี่เราเรียกระบบการศึกษาที่แหว่งเว้าอยู่ไม่สมบูรณ์เปรียบเหมือนหมาหางด้วนไม่น่าดูจะพูดให้ไพเราะสักหน่อยจะพูดว่าหมาหางด้วนเขาบ่นเขาด่าเอาต้องพูดว่าเหมือนกับเจดียอดด้วนแต่เจดียอดด้วนก็ไม่น่าดูมันมีฐานกับองค์เหลือครึ่งองค์มันไม่ไหวไปทำให้เจดีสมบูรณ์มียอดมีอะไรครบหมดการศึกษาที่สมบูรณ์เมื่อมีการศึกษาสมบูรณ์แล้วก็จะมีอย่างที่ว่ามีความรู้จักตัวเองเชื่อตัวเองบังคับตัวเองพอใจตัวเองได้และก็นับถือตัวเองที่สุดเพราะการศึกษามันสมบูรณ์ นี่ครูจะได้บุญมากเพราะช่วยทำให้มนุษย์เป็นอย่างนี้เหมือนกับรับใช้พระพุทธเจ้าต้องประสงค์ให้มันเป็นอย่างนี้ท่านก็สอนธรรมะไว้เป็นอย่างนี้แต่พวกเรามาช่วยกันหน่อยสนองพุทธประสงค์ช่วยกันปลุกปล้ำให้การศึกษามันสมบูรณ์ให้รุ่นเด็กๆของเรารู้จักตัวเองเชื่อตัวเองบังคับตัวเอง พอใจตัวเอง เคารพตัวเองกันจนได้ไอ้ 5 อย่างนี้คือวิธีที่จะทำให้เรามีธรรมะตอนต้นก็พูดแล้วนี่นะว่าธรรมะคืออะไรเดี๋ยวนี้ก็จะพูดว่าจะมีธรรมะได้อย่างไรก็ด้วยการปฏิบัติ 5 ประการนี้มันก็มีธรรมะ พอมีธรรมะก็หมด หมดปัญหาไม่ใช่หมดเนื้อหมดตัวพอมีธรรมะก็หมดปัญหาไม่มีปัญหามีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และมีพระพุทธเจ้าด้วยพระพุทธเจ้านั้นตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรมะผู้ใดเห็นเราผู้นั้นเห็นธรรมะเห็นตะสวาคตคือเห็นธรรมะเดี๋ยวนี้เราก็เห็นธรรมะก็มีพระพุทธเจ้าก็ยิ่งกว่าเห็นซะอีก มีพระพุทธเจ้าถ้าเราทำได้ถึงที่สุดจริงเรานี่เป็นพระพุทธเจ้าเสียเองไม่ใช่องค์ใหญ่ องค์โตเป็นองค์เล็กๆก็ได้เพราะเรามีธรรมะที่เป็นพระพุทธเจ้านี่คือธรรมะคืออะไร จะมีธรรมะได้อย่างไรพูดกับท่านทั้งหลายล่วงหน้าอีกสองสามวันจะปีใหม่แล้วก็ให้เป็นของขวัญปีใหม่อีก 2- 3วัยก็จะมาถึงแล้ว ขอให้ ท่านทั้งหลายรับเอาไปในฐานะที่จะเป็นของขวัญสำหรับปีใหม่นับตั้งแต่วันที่หนึ่งมกราคมนี้เป็นต้นไปพูดกันมากเด็กๆก็จะโมโหพอจะดู สะไล้กันต่อไปอีกนี่กินเวลามาครึ่งชั่วโมงแล้วต้องหยุดเดี๋ยวธรรมะจะแตกกระจายหมดขอยุติการบรรยายไว้เพียงเท่านี้

http://www.vcharkarn.com/varticle/33043

. . . . . . . . .