ธรรมบรรยาย การแสดงปาฐกถาธรรม

ธรรมบรรยาย การแสดงปาฐกถาธรรมของ
พระเดชพระคุณ พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ)
ณ ศาลาราชศรัทธาธรรม วัดปทุมวนาราม
วันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๑
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕๐๐ น.

เป็นธรรมะที่บรรยายโดยพระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ในโอกาสต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีต
——————————————

เราทุกคนต้องมีการงาน ถ้าไม่มีการงาน ไม่รับผิดชอบ ถ้าจะอยู่ในโลกได้ ประการใดเล่าขอฝากไตเติ้ลไปฝากลูกหลานด้วย “อย่าให้ลูกอยู่ว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ จะหลงทางได้ง่าย” คนเรายุดใหม่สมัยนี้ มันอยู่ว่างกันมาก มันถึงเลวร้ายเหลือเดน สร้างความดีไม่ได้ คนเราดีแต่ปาก แต่จิตใจไม่ยอมรับ จึงมีปัญหาสังคมมากเหลือเกิน จะไปไม่รอด หลักศาสนา คำสอนของพระพุทธเจ้าดีทุกกระเบียดนิ้ว ไม่มีอะไรเสียหาย แต่คนเราไม่ดีตอนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จะสร้างแต่ปัญหาให้แก่ครอบครัว สร้างปัญหาให้แก่สังคม สังคมเราจึงอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้ เสนียดจัญไร แก้ไขปัญหาไม่ได้ อาตมาคิดว่าไปไม่รอด คนที่จะไปรอดปลอดภัยไม่มีเสนียดจัญไรจะทำอะไรรวดเร็วทันใจ ถูกต้องเป็นกลาง คนนั้นต้องปฏิบัติธรรม คนนั้นต้องมีความคิดที่ดี มีความรู้ที่ถูกต้อง มีเหตุผลที่ชัดเจนและแจ่มชัด แต่คนชาวพุทธยุคใหม่สมัยนี้ โลกาภิวัตน์เป็นชาวพุทธแบบหลอก น่าเสียดาย ชาวพุทธที่แท้จริงหายากมาก กราบพระสวย สวดมนต์ก็ดี แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าไม่ได้ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าท่านทั้งหลายทำตามคำสอนของพุทธเจ้าแล้วไม่มีปัญหา แต่ยุคใหม่สมัยนี้นับถือพุทธศาสนาเพียงแบบฟอร์ม สร้างปัญหาให้ครอบครัว สร้างปัญหาพันพัวต่อสังคม เศรษฐกิจตกเพราะพวกเราสร้างปัญหา ถ้าท่านตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านจะไม่มีปัญหาเลย ยิ่งเรียนสูงยิ่งเลวลง โลกาภิวัตน์ จิตใจเดินตามไม่ทัน จิตใจก็กลับเลวทรามต่ำช้า เพราะราคาคนตก หมดอาลัยตายอยากเสียแล้ว น่าเสียดายเวลาของท่านที่เกิดมาจนปูนนี้ ท่านไม่มีความรู้สึกนึกคิดบ้างหรือ

วันนี้จะมาพูดเรื่องสถาบันต่าง ๆ ว่าสถาบันวัด สถาบันโรงเรียน สถาบันครอบครัว มีปัญหายาเสพติดกันมาก ไม่ได้มาจากแห่งใดแห่งหนึ่ง ๓ สถาบันนี้สร้างปัญหามาก วันนี้จะอธิบายให้เข้าใจ อาตมาประสบปัญหาเหล่านี้มามากมาย แต่การที่จะแก้ปัญหาในสถาบันเหล่านี้ต้องใช้หลักปฏิบัติธรรม ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าเราขาดหลักธรรมคำสอนแล้ว เดี๋ยวนี้หลายแนวหลายความคิด หลายสติปัญญา ต่างคนต่างเรียนรู้ แต่รู้มากเหลือเกิน เรียนรู้จนเป็นปริญญาเอกกันมากมาย แต่ไม่รู้จริง พอรู้จริงถึงจะแก้ปัญหาได้ คนรู้มาก รู้วิชาการ รู้เทคโนโลยี แต่ไม่สามารถที่จะรู้พุทโธโลยีที่จะแก้ปัญหาชีวิตของท่าน พระพุทธเจ้าสอนไว้ชัดเจน แต่เราพูดได้ไม่แจ่มชัด เพราะท่านไม่ได้มีหลักธรรมคำสอนในใจ ท่านไม่มีกฎเกณฑ์วิธีการ ท่านไม่มีมนุษย์สมบัติ ไม่มีในจิตใจ ศักยภาพของมนุษย์หาไม่ได้ ไม่ได้เคยรักษาสมบัติมนุษย์ไว้บ้าง แล้วจะไปสวรรค์ไปนิพพาน เอะอะก็บวชชีพราหมณ์ นั่งหลับหูหลับตา น่าจะตีปัญหาให้เข้ามาหาตัวเองว่าจะแก้ปัญหาตัวไหน จุดรุ้งจุดแวงจุดตะแคงตั้ง โลกมันเอียงซ้ายเอียงขวา ท่านรู้ไหม ๙๐ องศาฟาเรนไฮด์ ๔๕ องศาลิปดา ก็จะไม่สามารถจะทราบได้ ว่าชีวิตของท่านเอียงขวาไปแค่ไหน “เห็นแก่ตัวมาก กลัวความลำบาก ความยากก็จะเกิดขึ้น” นี่คือปัญหา น่าจะมีความคิดให้มันรอบคอบ ให้มันถูกต้อง แต่นี้เรียนกันสูงมาก เรียนกระทั่งปริญญาเอก แต่น่าเสียดายเวลาที่มีประโยชน์กับท่านเหลือเกิน เรียนสูงแต่จิตใจมันไปไม่ทัน เรียกว่าโลกาพินาศ ไม่ใช่โลกาภิวัตน์ที่ท่านพูดทางทีวี ตามข่าวกระจายเสียง น่าจะพูดว่า “โลกเจริญไปข้างหน้าไกลแสนไกล แต่จิตใจมันล้าหลังเหลือเกิน จิตใจก้าวไม่ทัน จิตใจก้าวหลัง จิตใจเจริญก้าวหลัง โลกเจริญก้าวหน้าไปไกลแสนไกลแต่จิตใจ แต่จิตใจล้าหลังเหลือเกิน จิตใจจึงเลวทรามต่ำช้า” จึงมีปัญหา สร้างปัญหาที่เลวทรามต่ำช้าในระหว่างครอบครัว สามี ภรรยา เป็นต้น ลูกหลานในครอบครัวของท่านสร้างปัญหา ลูกสร้างปัญหาให้กับพ่อแม่ ลูกศิษย์สร้างปัญหาให้ครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์ก็สร้างปัญหาให้กับโรงเรียนปัญหามีอยู่มากมาย และเราจะเอาอะไรมาเป็นหลัก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของเรานั้น ท่านทรงเห็นการณ์ไกล ท่านทรงสร้างบารมี หลายชาติ หลายกัปป์ หลายกัลป์แล้ว ไม่ใช่ชาติเดียว ไม่ใช่ทำความดีวันเดียวก็ได้เลย ไปนั่งหลับตาแล้วไปสวรรค์ ไปนิพพานเลย สร้างโบสถ์ สร้างวิหารแล้วไปสวรรค์นิพพานเลย น่าจะตีปัญหาให้มันเข้ามาหาตัวเอง เราจึงควรสร้างตัวเองให้ได้ “ปลุกตัวเองให้ตื่น เสกตัวเองให้เป็นงาน” จะได้รับผิดชอบต่อการงานในหน้าที่ รับผิดชอบตัวเอง อย่าเกียจคร้านการงานและหน้าที่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีความรับผิดชอบตัวเองในการงานและหน้าที่ เราจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีการงานและหน้าที่ อันเป็นศักยภาพของมนุษย์ไร้แบบแปลนและแผนผัง ไม่มีโอกาสที่จะดีได้ น่าจะแก้นิสัยตั้งแต่ต้นจนอวสาน ชีวิตนี้จะได้มีแบบแปลนและแผนผัง จะได้ไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางได้
อาตมาขอออกไตเติ้ลให้ท่านฟังว่าพระพุทธเจ้ามีพุทธประสงค์ประการใด ท่านน่าจะเข้าใจในข้อนี้ ไม่ใช่สอนคนให้ไปสวรรค์ไปนิพพานเท่านั้น สอนคนให้เป็นคน เป็นมนุษย์ สอนให้อยู่ด้วยความสันติสุข สอนให้อยู่สนุกสบาย ไม่มีการทะเลาะวิวาท ไม่สอนให้สร้างปัญหา แต่ที่ท่านทั้งหลาย สร้างปัญหากันนี้เพราะท่านรู้มากเป็นคนรู้มากไม่รู้จริง คนที่รู้จริงทุกสิ่งมักจะแก้ปัญหาได้ เขาไม่สร้างให้คนอื่นเดือดร้อน ครอบครัวตนเองก็ไม่เดือดร้อน เศรษฐกิจตก กำลังใจคนก็ตกไปด้วย ชีวิตจิตใจก็ตกไปตามกัน เศรษฐกิจชีวิตนี้ก็หมดเนื้อประดาตัว เพราะท่านหมดราคา
ขอเจริญพรพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยและต่างประเทศด้วย ไม่ใช่เศรษฐกิจตก อาตมาคิดว่าราคาคนมันตก คนหมดราคาแล้วไม่มีราคา น่าเวทนายิ่งนักว่า ทุกฝ่ายสมัยนี้เกิดกลียุค เกิดฆ่ารันฟันแทง ผัวเมียก็ฆ่ากัน ลูกแท้ ๆ เอาโยนตึกตกลงมาได้ โยนให้ลงมาได้ ระวังเถอะตัวเองก็โดนโยนต่อไป เป็นกฎแห่งกรรมที่ร้ายเหลือ ท่านต้องมีคุณภาพจริง ๆ คนเดี๋ยวนี้ขาดคุณภาพถ้าจะมีความรู้แค่ไหนอาตมาก็ไม่เห็นแก่ท่าน ไร้คุณภาพ ขาดคุณธรรม คุณธรรมมีไหม ทุกคนต้องยอมรับว่าตัวเองยังมีคุณธรรมทั้งนั้น แต่ไม่เคยยอมรับ ปากพูดได้จิตไม่ยอมรับ ขอเจริญพรท่านทั้งหลายเอ๋ย ศาสนพิธีในประเทศไทย แต่งงานก็มีศาสนพิธี สำหรับชาวพุทธ รับศีลอย่างนี้รับกันได้ตลอด บวชนาคก็รับศีล ทำบุญบ้านก็รับศีล ฉลองนาคก็รับศีล แต่ก็น่าเสียดายเสียใจปากก็รับ ปาณาฯ อทินนาฯ กาเมฯ มุสาฯ สุราฯ รับศีลได้ทุกคนว่าศีลได้เสียงดัง แต่ไม่ทำ ปัญหาอยู่ที่ว่ารับแล้วก็ไปฆ่าสัตว์ รับแล้วก็ไปเบียดเบียนทรัพย์ หลอกลวงโลกหวังเอาลาภ รับแล้วก็ไปผิดประเวณีในสังคม ที่น่าบัดสีแก่สังคมอย่างชัดเจน ก็คือรับแล้วก็ไปโกงคนโน้นโกงคนนี้ โกงบ้านโกงเมือง โกงตัวเอง โกงเหนือโกงใต้ โกงหน้าโกงหลัง ดื่มสุรายาเมา เล่นการพนันอบายมุข หาความสนุกในสังคม ปัญหามันอยู่ตรงนี้ แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ก็จริงนะ แต่ถ้าใจท่านยอมรับ ถ้าท่านปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า มีทั่วไปในสังคมของคนไทยเป็นอย่างนั้น มีอะไรก็เลี้ยงเหล้า บวชนาคก็เลี้ยงเหล้า ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้วัดวาอาราม เข้าไปในวัดน่าจะไปแสดงตนเป็นอุบาสก กลับไปหาเรื่องกับพระ หาเรื่องกับวัดวาอารามเป็นสังคมของคนไทย อาตมาประสบมา ขอเจริญพรจะชี้แจงให้ท่านเข้าใจว่าปัญหามันเกิดตรงไหน ควรจะแก้ปัญหาอย่างไร จุดรุ้งจุดแวงจุดตะแคงตั้ง ควรจะแก้ปัญหาอย่างไร อย่างไปตีปัญหาเข้าหาคนอื่น ต้องตีปัญหาเข้าหาตัวเรา ไปมองคนในแง่ร้ายน่าจะมองคนในแง่ดี ของดีประเทศไทยมีเยอะไปไม่เอา เอาไปทิ้ง เอาของชั่วมาใช้สร้างความไม่ดีต่อไป คนดีมีปัญญาก็จะสร้างแต่ความดี คนชั่วช้าสามานย์ก็จะสร้างแต่ความเลวร้ายในสังคม ก่อให้เกิดเดือดร้อนในครอบครัว ก่อให้เดือดร้อนในสังคม
ขอเจริญพร พี่น้องทุกคน ช่วยกันทำราคาของตนให้สูงหน่อยได้ไหมให้ตัวเองมีคุณภาพให้ดีมีคุณภาพ อย่าให้ไร้คุณภาพ อย่าให้ขาดศีลธรรมของชีวิต ท่านน่าจะตีค่าของชีวิต นี่คำสอนถ้าหากว่าพี่น้องทุกคน ถ้าชีวิตท่านไม่มีค่าเสียแล้ว ไหนเลยเวลาของท่านจะมีประโยชน์ คนเราเดี๋ยวนี้ชีวิตไม่มีค่า เดี๋ยวนี้ใช้เวลาไม่เป็นประโยชน์เลย Shopping ที่โน่น Shopping ที่นี่ ปิ้งกันจนเกลี้ยงจนกรอบ จนไม่มีเงินทองอยู่ในบ้าน ธนาคารก็ไม่มีเงินให้กู้ สร้างความรู้ไม่ได้ ชีวิตนี้หรือจะเป็นบัณฑิตแห่งเมืองมิถิลานคร ท่านมหาบัณฑิตทั้งหลายเอ๋ย นี่แหละประเทศไทย ท่านเป็นมหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต ท่านมีความคิดประการใด ท่านเป็นมหาบัณฑิตมีสติปัญญาที่จะแก้ปัญหา ช่วยเหลือประเทศชาติ ท่านมหาบัณฑิตทั้งหลายต้องมีตราชั่งตราชูให้ถูกต้อง ท่านหัวหน้าศาล จ่าศาล ขอฝากไว้ด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง ขอให้ท่านสดชื่นสดใสด้วยจิตใจสมเป็นมหาบัณฑิตมีความรู้สูง มีความคิดสูง มีความดีที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ถ้าเราขาดความชัดเจน ก็ไม่มีทางอื่นจะมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ แก้ปัญหาผิดจุด กินละมุดถูกเมล็ด แก้ไม่ถูกจุดจะมีอุปสรรคตลอด แล้วไหนเลยจะแก้ปัญหาถูกจุด ปัญหาแร้นแค้นไม่มีแปลนและแผนผังนั่นเอง คนเราเดี๋ยวนี้รู้มาก ไม่มีแบบแปลนและแผนผัง ไม่มีแผนงานที่ถูกต้องตามจุดมุ่งหมายของตน เสียดายเวลาที่มีค่า ขอฝากพุทธศาสนิกชนผู้เป็นที่รัก ถ้าหากเราไม่ได้บรมบพิตรราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เอาพระทัยใส่ประชาชน แล้วเราจะอยู่ไม่รอด พระราชดำริออกมาเป็นพัน ๆ นั่นแหละ พระปรีชาสามารถทางด้านสติปัญญาของพระองค์ ที่เทพเจ้าดลบันดาลเมืองไทยมีของดี ให้พระราชามหากษัตริย์ ขัตติยราชนารี มีมานานตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี แต่ทำไมหนอเป็นเช่นนั้นได้
อาตมาจะขอพูดไตเติ้ลอีกข้อหนึ่งว่า เดี๋ยวนี้ชาติไทยเราไม่มีวัฒนธรรมแล้ว ประเพณี ระเบียบแบบแผนของไทย มีระเบียบแบบแผน มีวัฒนธรรมของชาติ ก็ลืมไปหมดแล้ว เอาระเบียบแบบแผนอื่นมาใช้ ไหนเลยชีวิตจะมีแบบแปลนและแผนผัง อาตมาขอเจริญพรพี่น้องชาวไทยทั้งหลายทุกท่าน อยากจะเรียนถามในที่ประชุม ถ้าหัวใจวัฒนธรรมอยู่ที่ใด มีอะไรบ้าง อาตมาจะบอกว่ามี ๓ ข้อ ท่านจะเถียงอาตมาไม่ได้ ไม่ใช่วัฒนธรรมมีเถิดเทิงกลองยาว ปี่พาทย์ราชตะโพน ประเพณีนิยมเรียกว่าวัฒนธรรม ไม่ถูกต้อง นี่เป็นปลายเหตุ เอาหัวใจมาพูดกัน พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ชัดเจน วัฒนธรรมมี ๓ ประการ
ประการที่ ๑ เคารพผู้ใหญ่
ประการที่ ๒ มีระเบียบวินัย
ประการที่ ๓ ประเพณีในชาติจะฝังแน่น
มี ๓ ข้อ แล้วก็แยกแยะไปได้ร้อนแปดพันประการ ถ้าคนเราขาดความเคารพผู้ใหญ่เสียแล้ว ขาดการเคารพพ่อแม่ ขาดการเคารพครูบาอาจารย์ ไม่เคารพผู้มีพระคุณ วัฒนธรรมสูญเลย ท่านจะไม่มีระเบียบวินัย ลูกหลานก็จะขาดวัฒนธรรมที่ถูกไปด้วย ชอบเถียงพ่อเถียงแม่ เถียงคำไม่ตกฟาก ท่านคิดว่าจะมีวัฒนธรรมไหม ขาดเหตุผล ข้อเท็จจริงคือมันต้องมีเหตุผล ถ้าไม่เคารพพ่อแม่จะมีระเบียบวินัยไหม ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เคารพผู้บังคับบัญชา จะมีระเบียบวินัยไหม ไม่ทำวันทยาวุธ วันทยาหัตถ์ สวัสดีก็ได้แต่ไม่ทำตาม ไม่ปฏิบัติตามเจ้านายที่ออกนโยบาย คนเราขาดการเคารพผู้ใหญ่ ไม่มีระเบียบวินัย ตรงนี้น่าจะปฏิบัติให้ได้ ถือเป็นสมบัติมนุษย์ สมบัติมนุษย์ไม่เป็นมนุษย์สุก ๆ ดิบ ๆ บ้าบอคอแตก ขาด ๆ เกิน ๆ เป็นคนเกิน เดี๋ยวนี้ยุคสมัยนี้เกินกับขาด เสียใจด้วย กับคนที่มันเกินไป ขาดไปสลึงเฟื้อง คนเราเกิดมาเป็นมนุษยชาตินับเป็นโอกาสที่ดีแล้ว พระพุทธเจ้าสอนว่า ขาดต้องเติม เกินต้องตัด เพื่อประหยัดเวลา ต้องไม่ขาดไม่เกิน ขาดไม่เติม เกินไม่ตัดไม่ประหยัดเวลา ท่านจะอยู่ไม่ได้ ไม่มีใครคิดตรงนี้ ไปคิดไกล คิดถึงอเมริการน่าจะคิดถึงหัวบันได ซึ่งเป็นประสบการณ์และปัญหาที่เกิดเฉพาะหน้า น่าจะคิดเวลาที่มีประโยชน์แก่ชีวิตอย่างนี้ เพราะจะทำให้รู้ปัญหา คืออะไร ประเทศชาติไทยมีปัญหามาก ราษฎร์ประสบปัญหา ช่วยกันสร้างปัญหา พระบรมบพิตรราชสมภารเจ้า อาจจะทรงระคายเบื้องพระยุคลบาท พระองค์อาจจะทรงเสียพระราชหฤทัยก็ได้ ไม่ดำเนินตามพระราชดำริ แล้วก็ช่วยกันสร้างปัญหาแก่ประเทศชาติ ถ้าหากเราเป็นชาวพุทธที่แท้จริง ไม่ใช่ชาวพุทธแบบหรอก เป็นของจริง จะสร้างความดีช่วยกันแก้ปัญหา ช่วยชาติ ศาสนา อันนี้มีปัญหามาก พระพุทธเจ้ามีพุทธประสงค์ต้องการจะมาช่วยชาวโลกให้เกิดสันติสุข ความสงบสุข ไม่ให้อยู่ด้วยความวุ่นวาย ต้องการให้ชาวโลกแก้ปัญหาชีวิตได้ ต้องการให้ชาวโลกได้พ้นทุกข์นานาประการ ไม่ต้องการให้ชาวโลกมีความทุกข์ยากลำบาก เดือดร้อนต่อครอบครัว และประเทศชาติของเขา ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย ประเทศอะไร พระพุทธเจ้าไม่ได้หวังว่าประเทศไหนเป็นของท่านโลกมนุษย์นี้สิ้น สัตวโลก โลกคือหมู่สัตว์ โลกคือมนุษย์ทั้งหลาย คือโลกที่เราอาศัยกันอยู่นี่เอง ตั้งครอบครัวอยู่ จะสอนชัด ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โลกคือหมู่สัตว์ที่อาศัยจัดสรรแบ่งปันส่วนกัน นี่โลกพึ่งพาอาศัยปลูกเรือนไม่แชเชือนประกอบอาชีพการงานในหมู่สัตว์ สัตว์มนุษย์ ไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน เรียกว่าสัตวโลก คือสัตว์มนุษย์ มนุษย์เรามีจิตใจสูง สัตว์มนุษย์หาที่พึ่งพาไม่ได้มีตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว จึงได้ไปหาผีเข้าเจ้าทรง หาเทวดารากไม้ บนบานศาลกล่าวไปตามเรื่องของตน ต้องการจะเป็นที่พึ่งทางใจ เพราะเราจะไปพบที่พึ่งที่แท้จริง เราก็ต้องพึ่งต้นหมากรากไม้ ไปบนบานศาลกล่าวกับเทวดา มีมานานตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว มันไม่มีที่พึ่งก็มีกำลังใจ เอะอะก็ไปหาหมอดูไปตามวัดวาอารามต่าง ๆ เป็นกำลังใจ เพราะท่านยังไม่รู้ความจริง ถ้ารู้จริง เ ขาไม่ไปหรอก เขาจะรู้แต่ตัวเอง รู้การแก้ปัญหา รู้ชัดเจน รู้เหตุผลได้ รู้กาละเทศะ การรู้จักการกระทำของตน นี่คือเหตุผลที่ชัดเจนที่ถูกต้อง สมัยก่อนพระพุทธเจ้ายังไม่มาตรัสรู้ในโลกนั้น ก็ให้อนาทรร้อนจิต เพราะมันไม่มีที่พึ่ง กระสับกระส่ายกระเสือกกระสนตลอดรายการไปสู่จุดหมายของความดี มันไม่มีหลัก คนเราในสมัยพุทธกาลยังไม่มีกฎเกณฑ์วิธีการ เหมือนอารยันที่อินเดีย รบราฆ่าฟันกันตลอด อารยันท้องฟ้าเป็นสีเลือด ไม่มีที่พึ่งทางใจแล้ว จึงมีอวิชชา คือ เล่นกลมาก คนฆ่ากัน แย่งกัน ปล้นสะดมกัน นี่เพราะมันไม่มีที่พึ่งทางใจ ที่เล่าเหตุผลให้ท่านฟัง ไตเติ้ลว่าทำไมหนอเมืองอารยันจึงเป็นเช่นนี้ เพราะหาที่พึ่งทางใจไม่ได้ ก็อาศัยเล่นกล เอางูไปเล่นกลบ้าง แล้วเสกเงินเสกทองให้เขาเห็น ไม่เป็นความจริงเป็นการเล่นกล เรียกว่า อวิชชา พอได้เงินได้ทองมาก็รบราฆ่าฟันกัน ไม่มีความสุขเลย ผืนดินนั้นร้อนระอุ ไม่มีความสุข องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้แก้ปัญหาทุกประเทศ ทุกเหตุผล น่าจะตีปัญหาดังกล่าวแล้วให้ได้ ว่าเหตุที่พระพุทธเจ้าออกบรรพชา ทรงผนวชนั้น
ขอฝากพี่น้องทุกคนว่าพระพุทธเจ้าเน้นวิชาการ ออกบวช บรรพชา พระองค์ได้ ๑๘ ด็อกเตอร์ ก็ขอให้มีลูกมีหลานเรียนเป็นด็อกเตอร์ให้ได้ เน้นตรงนี้ ไม่ได้เน้นให้เข้าวัดมาหลับหูหลับตา แก่แล้ว เปลืองที่วัด น่าจะเตรียมตั้งแต่เป็นเด็ก แก่แล้วมาเตรียมตัวทำไม แก่แล้วไปค้าขายจะได้กำไรหรือ น่าจะคิดตรงนี้ พระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่ของอาตมาเตรียมตัวเมื่อเด็กๆ ก็เตรียมเรียนหนังสือ หาหลักฐานมีงานทำ ไม่ใช่แก่จะตายแล้วผ่ามาเข้าวัด เดินโซเซ เป็นอัมพาต หูไม่ดี ตาก็ไม่เห็น เวลาหูดีไม่เคยฟังเทศน์ มือดี ๆ ไม่เคยไหว้พระสวดมนต์ มือเป็นอัมพาตแล้วจะมาจับมือไหว้พระสวดมนต์ ปากดีไม่เคยรับศีล ปากเป็นอัมพาต ปากเบี้ยวตาแหกยังจะมาให้รับศีล เสียดายเวลาเหลือเกิน เวลาลำบากก็มาขอที่พึ่งทางใจ เป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะหม้อแบตเตอรี่จะเสียแล้วชาร์ทไฟไม่อยู่แล้ว แต่จะเข้ามานี่ตรงนี้น่าคิด ท่านมีลูกมีหลานเรียนหนังสือก่อน ให้เตรียมไว้ ไม่เตรียมกันเลยนี่พระพุทธเจ้าสอน อาตมาจึงยุให้เขาเรียนหนังสือปีนี้จบด็อกเตอร์ ๘๐ คน เป็นคริสต์บ้าง เป็นอิสลามบ้าง เป็นด็อกเตอร์ นี่ลูกศิษย์ เราก็สังเกตพระพุทธเจ้าต้องเท่าทัน ไม่ได้สอนให้ไปสวรรค์ไปนิพพาน สอนให้เตรียมตัวเริ่มต้นเตรียมชีวิต เตรียมอย่างไรบ้าง ต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อสัมภาระในวันข้างหน้า จะทำงานถ้าวันนี้ไม่เตรียม จะรู้หรือว่าจะทำอะไร น่าจะเตรียมพร้อมในวันนี้เพื่อจะได้ทำตรงนี้ให้เสร็จทันเวลา ให้เตรียมตนจะทำงานเดี๋ยวจะลืมนั่นลืมนี่ ไอ้นี่ก็ไม่มีไอ้นี่ก็ไม่มี จะปลูกบ้านไม่ได้เตรียมปูนไม่ได้เตรียมอะไรเลย เอะอะอะไรก็ไปหาหมอดู แต่แล้วเครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่มี ตรงนี้น่าคิดเหลือเกิน ท่านเตรียมหรือยัง เตรียมอะไรพร้อมหรือยัง ถึงมีปัญหา ถ้าไม่พร้อมจะแก้ปัญหาไม่ได้ ไปสร้างปัญหาต่อไป เลยกลายเป็นคนที่ไร้สาระนี่หรือสัตว์โลกที่อยู่ร่วมกันในโลกมนุษย์ สัตว์โลกเป็นมนุษย์ไม่ได้ สมัยนั้นพระพุทธเจ้าศึกษามาหลายชาติหลายกัปป์ มาหลายกัลป์ สร้างบารมีมามาก จนตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เรียนมา ๑๘ ด็อกเตอร์แล้ว เรียนจบไม่มีที่เรียนอีกแล้ว หาที่เรียนไม่ได้เลย จะทำอย่างไรวิชาการที่เรียน อาจารย์ทิศาปาโมกข์ก็ไม่มีตำราให้เรียน ตรงนี้ให้ลูกเรียนหนังสือ เป็นใหญ่เป็นโตให้จงได้ ก็ขอฝากท่านทั้งหลายไว้ด้วย มีลูกก็ขอให้มีอาชีพการกุศลสัก ๒ คน คืออาชีพต่อไปนี้
๑. อาชีพหมอ เป็นแพทย์เป็นหมอ
๒. อาชีพศาสตราจารย์ ครูบาอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย
มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นรัฐมนตรีสร้างความดีในสังคม มีลูกศิษย์เป็นแพทย์เป็นหมอเป็นที่พึ่งทางจิตเป็นที่พึ่งทางใจ คือ อาชีพหมอ ขอให้ลูกมีอาชีพหลัก ๒ คน รับรองเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดีของสังคมไทยได้ ในครอบครัวของท่านได้ชัดเจนแน่นอน แต่พระพุทธเจ้าท่านยังหาวิชานี้ไม่ได้ คือวิชาแก้ปัญหาชีวิต วิชาที่ให้ชาวโลกไม่ทะเลาะกัน ต้องการให้เป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบไม่กลายเป็นเศษมนุษย์บุรุษโคมลอย ลอยไปลอยมาไม่เอาการเอางาน Shopping ที่โน่น Shopping ที่นี่ เศษมนุษย์บุรุษโคมลอย เหมือนพวงมาลัยไม่มีที่แขวนพวงมาลัย ก้าวไม่มีที่เกาะ เกาะไม่มีที่เก็บ สืบไม่เสาะเจาะให้ลึก สืบต้องเสาะต้องเจาะให้ลึก ท่านมหาบัณฑิตทั้งหลายโปรดพิจารณาตนเอง ท่านก้าวให้มีที่เกาะ เกาะให้มีเก็บ ถ้าไม่เป็นมหาบัณฑิตก็จะไม่มีความคิดที่สูงแต่ประการใด ปัญหาเกิดตรงนั้นแน่นอน ต้องสืบเสาะเจาะให้ลึก ให้ถึงแก่น ถึงท่านถึงจะความรู้จริง เจาะไม่ลึกก็จะรู้ผิวเผิน รู้ผ่าน ไม่รู้ไม่สามารถที่จะเชี่ยวชาญ ก็จะไม่สามารถเป็นอาจารย์เอก โท ตรี จัตวา ท่านจะได้มรรคมรรคาแต่ประการใด ท่านจะไปสูงไม่ได้ ท่านมหาบัณฑิตทั้งหลายเอ๋ย ขอฝากพี่น้องชาวไทยไว้ เราเป็นชาวพุทธต้องทำใจให้บริสุทธิ์ ไม่ใช่มานั่งบวชชีพราหมณ์ ใช้ไม่ได้ บวชทำไมหรือบวชชีพราหมณ์อยู่ที่ไหน น่าจะเนกขัมถึงจะถูกต้องตามครรลองของชีวิต แน่นอนถ้าจะบวชชีพราหมณ์วัดนั้นวัดนี้ ทัวร์ไปจนเสียเงินเสียทองมากมายก่ายกอง น่าจะคิดตีความอย่าไปเสียเงินเสียทองประหยัดกันหน่อยได้ไหม ความดีแท้ ๆ อยู่ในตัวเองไม่ดู แต่เสียใจด้วยคนไทยเอาของดีไปทิ้งหมด ไม่มีอะไรเหลือหรอ จะเอาชั่วเข้ามาแทนที่สร้างความดีไม่ได้ เดี๋ยวนี้ตรงกันข้าม ท่านสาธุชนพุทธบริษัทเดี๋ยวนี้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นความชั่วเป็นความดีไปแล้ว เดี๋ยวนี้ถึงสร้างปัญหาให้กับครอบครัว สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ เงินทองก็ร่อยหรอไปตามสภาพ แถมคนยังราคาตก ตอนนี้จะไปไม่รอด เพราะคนไม่มีคุณภาพ ขอให้สร้างคุณภาพให้มันสูงขึ้น ประโยชน์ก็จะมีความดีก็จะมีเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าแสวงหาวิชามาให้เรา วิชาแก้ปัญหาของชีวิต วิชาแก้ทุกข์ ไม่มีครูสอน หาครูสอนไม่ได้ ต้องฝึกเอาเอง ท่านทั้งหลายมีครูสอนไหม ขอถามคณาจารย์ที่มาที่นี่ ขอถามวิธีแก้ปัญหาได้ไหม อาตมาขอยืนยันว่าไม่ได้ ทุกชีวิตมีปัญหาไม่เหมือนกัน มีหูมีตามีปากเหมือนกันแต่สร้างปัญหา มีความสุขไม่เหมือนกัน มีความทุกข์ไม่เหมือนกัน เพราะท่านเป็นอาจารย์จะไปสอนให้เขาแก้ปัญหาชีวิตของเขาได้หรือ เพราะในแต่ละชีวิตนี้สร้างปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุขในการเล่นการพนัน บางคนมีความสุขในการดื่มสุรายาเมา มีความสุขในการไปเที่ยว Shopping ที่นั่นที่นี่ บาคนมีความสุขในการนอน กินแล้วนอน แล้วคณาจารย์ไหนจะไปแก้ได้ แก้กฎแห่งกรรมเขาไม่ได้ จึงไม่มีครูสอน เพราะฉะนั้นท่านต้องฝึกเอาเอง ท่านจะต้องทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้แสวงวิชาแก้ปัญหาถึง ๖ ปีเสด็จออกบรรพชา ๖ ปี เสาะแสวงหาวิชาแก้ทุกข์ น่าเสียดายที่เราเอาตำรานี้ไปทิ้ง จะแก้ปัญหาได้หรือ และท่านจะแก้ได้ไหมตำราแท้เอาไปทิ้ง เอาตำราปลอมมาใช้ ยุคสมัยนี้ชอบของปลอม คนจริงหายาก ชอบของปลอม ของจริงไม่ชอบไปชอบไอ้ที่ไม่จริง ไอ้ที่ไม่ได้ก็จะไปเอา ก็จะไปเอาที่ไม่ได้ คว้ามาก่อนได้ไหม น่าเสียดายมาก ขอสรุปใจความว่าพระพุทธเจ้าใช้เวลา ๖ ปี ท่านจึงได้ตำรามาให้เรา ต้องฝืนใจตลอด ท่านทนทุกข์ทรมาน อดอาหารเหลือแต่เส้นเอ็นและกระดูก ไปหาอาจารย์สัญชัย ก็ไม่สามารถสำเร็จมรรคผล ไม่สามารถหาตำรามาแก้ปัญหา ในเมื่อไม่ได้จะทำอย่างไร ก็ไปเสวยพระกระยาหาร ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ จึงหนีไป ฝากข้อคิดในตอนนี้ สำเร็จอยู่คนเดียว พัฒนาต้อง ๒ คน ถ้าสำเร็จต้องคนเดียว ถ้ามีอยู่หลายคนก็วุ่นวาย ไม่สำเร็จในชีวิตขอท่านได้จดจำไว้ จะเป็นเจ้าเป็นนายเป็นใหญ่เป็นโต ถ้าท่านจะเซ็นหนังสือไปอยู่กับเสมียนรับรองท่านสมองใช้ไม่ได้ ไม่มีสติปัญญาที่จะเซ็นหนังสือไปแก้ปัญหาของท่านไม่ได้ ฉะนั้นคนเดียวเท่านั้นจึงสำเร็จ ปัญจวัคคีย์จึงหนีไปหาว่าพระพุทธเจ้ามักมาก ชอบเสวยพระกระยาหาร ตึงไปดีกว่าขาดหย่อนไปก็ไม่ดี ต้องมีมัชฌิมาปฏิปทา ปานกลางเกิดขึ้นแล้ว ท่านก็ไปเสวยพระกระยาหาร ทำอย่างไรก็ไม่พบธรรมะ ยังไม่เจอของจริง ได้เสวยข้าวมธุปายาสของแม่นุชนาถสุชาดา ริมแม่น้ำเนรัญชรา เสวยหมดแล้วก็ตั้งอธิษฐานจิต ลอยถาดทองคำลงไปในแม่น้ำเนรัญชรา ถาดวิ่งขึ้นเหนือน้ำทันที แสดงว่าพระองค์จะต้องสำเร็จในวันนี้ ท่านได้ธรรมะแล้ว ถึงมาได้ธรรมะของดีมีไม่มากนัก ก็ทำให้ท่านสำนึกสมัญญาว่าต้องฝืนใจจึงจะดีได้ ขอเจริญพร คนจะดีได้ต้องฝืนใจทั้งนั้น ถ้าฝืนใจไม่ได้ท่านเอาดีไม่ได้
ถ้ามีลูกสาวขอประทานโทษ ผู้หญิงน่าเกลียดคือผู้หญิงที่ตามใจตนเอง ผู้ชายที่น่ากลัวคือผู้ชายที่ไม่เกรงใจคน ขึ้นบ้านเขาเปิดครัวเขา ไม่เกรงใจคบค้าไม่ได้ ไม่เกรงใจ หญิงกุลสตรีทั้งหลายอย่าน่าเกลียดตามใจตัว เสียคนหมด ต้องฝืนใจถึงจะดีได้ ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายโปรดพิจารณาตรงนี้ อย่าตามใจตามอารมณ์ตรงนี้ ตามใจตัวไม่ได้ท่านจะเสียผู้เสียคน ท่านจะเสียการเสียงาน ไม่อาดูร งานคั่งค้างไม่สำเร็จตามเวลาต้องฝืนทั้งนั้น ชัดเจนไหม ความสุขท่านได้มาจากไหนความสุขท่านได้จากความทุกข์ ความทุกข์ท่านได้จากประสบการณ์ หรือพฤตินัยคนเราต้องมีกิจกรรม ๔ ประการ สิ่งที่ต้องศึกษา เรียนหนังสือให้เก่ง จะได้ปลูกสติ จะได้ดำริชอบ แง่คิดนี้สำคัญอย่างตามใจลูกและจะไม่มีอะไรมาผูกพันกับลูก ตามใจตามอารมณ์เสียคนหมด เสียผู้เสียคนเสียอย่างน่าใจหาย เรียกคืนไม่ได้ของฝากไว้ อย่าตามใจตัว ความยากจะเกิดขึ้นชัดเจน ผู้ใดจะไปเสกคาถาอะไร หาพระหาเครื่องลางของขลัง ท่านจะผิดหวังอย่างน่าเสียดาย น่าจะคิดตีความหมายให้ชัดเจน อย่าตามใจตัว เสียคน ให้ขยันหน่อยได้ไหม แต่ก่อนอาตมาไปโรงเรียนมีนาฬิกาปลุก พอกริ๊งก็จะกด ขี้เกียจจะนอนต่อ นิสัยไม่ดี ต้องฝืนใจ ฝืนใจจนกว่าจะขยัน พอท่านขยันแล้วท่านจะไม่กลับมาขี้เกียจอีกต่อไป ท่านสร้างความดีได้มาจากความชั่ว ท่านละความชั่วสร้างความดีได้เมื่อไร ท่านจะไม่กลับไปชั่วอีกแล้ว กลายเป็นทองคำหล่อหลอมด้วยตนเอง ท่านจะไม่กลับไปชั่วเป็นตะกั่ว ทองแดงอีก ตะกั่วเสกแทบตายก็เป็นตะกั่วอยู่นั่น ให้ทองคำหล่อหลอมจะให้เป็นตะกั่วก็เป็นไปไม่ได้ ใส่ตู้ผูกเชือกก็ยังเป็นทองอยู่นั่นเอง ของดีจะกลับไปชั่วอีกไม่ได้ นี่เรียกว่ากิจกรรมมี ๔ ประการ สิ่งที่ต้องศึกษา ถ้าใครต้องการให้ตัวเองดีต้องมีกิจกรรม ๔ ประการ คือ
๑. ต้องแสวงหาความรู้ให้ได้ทั้งหมด อย่านิ่งดูดาย รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ขอให้ท่านทั้งหลายโปรดทราบวิชาความรู้ต้องแสวงหา ปัญหาอยู่ตรงนี้ สุนทรภู่ กล่าวว่า “อันข้าไทมีอำนาจวาสนา เขาไม่อยู่คู่ชีวา แต่วิชาความรู้อยู่คู่กายจนวายปราณ” รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม นี่พระพุทธเจ้าสอนไว้ชัดเจน ท่านจบถึง ๑๘ ศาสตร์ อย่างนั้นท่านสอนพวกเราไม่ได้ ท่านรู้ทางโลกแล้ว มีครอบครัวมีลูกมีเมียแล้ว รู้หมดแล้วทั้งทางโลก รู้ไม่จริงอย่าไปสอนเขา ถ้ารู้จริงไปสั่งสอนคนอื่นจะขลัง ถ้ารู้ไม่จริงไปสอนคนอื่นจะคลั่ง
๒. สร้างความดีต้องละความชั่วให้ได้ สร้างบุญก็ต้องบาปให้ได้ ต้องรู้ ต้องมีเหตุมีผล ต้องมีข้อเท็จจริง ต้องอยู่ที่จิต ต้องละเลิกอบายมุข ละให้หมด อย่าเอามาพันพัว จงขจัดออกไป
๓. ต้องพัฒนาตนเอง “อ่านตัวออก บอกตัวได้ ใช้เป็น จะได้เห็นตัวตาย จะได้คลายทิฏฐิ จะได้ดำริชอบ จะได้ประกอบกุศล ได้ผลอนันต์เป็นหลักฐานสำคัญ” ต้องพัฒนาให้ได้ มือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ ถ้าเราขาดไปเสียซึ่งมือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ ท่านจะพัฒนาไม่ได้ ต้องใช้มือ ๒ เท้า ๒ สมอง ๑ ต้องใช้สิ่งนี้ช่วยเหลือตนเองในการพัฒนาตนเอง
๔. จะทำให้แจ้งถึงใจ ทำอะไรให้มีเหตุมีผล ถ้าทำไม่แจ้งถึงใจแล้ว มันจะหละหลวมเหลาะแหละ เหลวไหล มันจะได้แต่เปลือกไป ทำอะไรให้มันถึงจิตใจ ให้มันผูกพันถึงจิตใจด้วยรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ รับรองท่านมีบุญวาสนาในโอกาสหน้า ท่านจะต้องมีบุญวาสนาต่อไปในอนาคต ถ้าท่านทำตัวดีรับรองต้องดีแน่ จะต้องเป็นใหญ่ในอนาคต ครอบครัวของท่านจะมีสันติสุข จะสนุกสนาน สบายในครอบครัว ท่านจะไม่มีปัญหาในครอบครัวท่านถ้าทำได้ นี่แหละกิจกรรม พฤติกรรมแสดงออกให้คนอื่นเขาเห็นชัดว่าครอบครัวนี้เป็นคนดี แสดงออกทางกิริยา แสดงออกทางมารยาท แสดงออกทางวาจา
“อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูมิรู้หาย” ซึ่งพฤติกรรมแสดงออกให้คนอื่นเห็นได้ชัดรู้ว่านี้คือใครจะทำอะไรบ้าง นี่เรียกว่าพฤติกรรม น่าจะตีความขึ้นมา
พฤตินัย ได้แก่ สิ่งที่เราประสบปัญหา ประสบความจริงของชีวิต เรียกว่าทำให้แจ้งถึงใจ พบความจริงของชีวิตแล้ว เราอ่านตัวออก เราบอกตัวได้ เรียกว่าพฤตินัย เอามารวบรวมเขียนเป็นวิทยานิพนธ์ นี่เรียกพฤตินัย ต้องแก้ปัญหาได้ เพราะเขียนวิทยานิพนธ์ต้องเขียนจากใจจริง ต้องเขียนประเมินผลวิจัยมาแล้วใช้ได้ เราไปดูหนังสือตามห้องสมุดไปเป็นวิทยานิพนธ์ ไม่เป็นความจริงของชีวิตเป็นของปลอม เรารู้จริง ถ้าเรารู้จริงก็ไม่เป็นเช่นนั้น นี่แหละเรียกว่าพฤตินัย เอามาเขียนเป็นบทความเพื่อสอนลูกหลานอนุชนรุ่นหลังได้เรียนต่อไปเรียกว่าวิทยานิพนธ์ซึ่งมี ๒ ประการ
๑. วิทยานิพนธ์ชีวิต
๒. วิทยานิพนธ์วิชาการ
วิทยานิพนธ์หลักฐานที่เป็นประสบการณ์มา อย่างท่านที่ทำงานแล้ว เป็นจ่าศาล เป็นผู้พิพากษาเรียนจบเป็นเนติบัณฑิตไทย ท่านว่าความได้ทั่วราชอาณาจักร ถ้าท่านไม่ไปเป็นทนายความท่านเรียนจบแน่นอน ถ้าท่านไม่เคยว่าความเลยท่านจะมาสอบเป็นผู้พิพากษาเลยไม่ได้ อาตมาออกมาพูดส่งเดชเพราะไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน จึงต้องเคยประสบปัญหาต่าง ๆ มาก่อน ต้องรู้จริง สรุปได้ว่าคนรู้จริงต้องมีประสบการณ์ คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มา จะรู้ไม่จริง
ขอเจริญพรจะรู้จริงได้เพราะตัวเอง ไม่รู้เท่าเรารู้ เรารู้จริงแน่ เราจะไปรู้จริงของเขาไม่ได้ มันคนละแง่คิด มันคนละสติปัญญา คนละครอบครัวไหนเลยจะรู้จริงได้อย่างไร บางคนไม่เข้าใจแต่ประการใด เพราะฉะนั้นวิทยานิพนธ์ชีวิตคือประสบการณ์ด้วยตนเอง จะได้เอาประสบการณ์มาเขียนขึ้น ถ้าเจอปัญหาอย่างนี้ท่านจะแก้ได้ ถ้าท่านไม่เคยเจอปัญหาอย่างนี้เลยจะแก้ไม่ได้ ต้องมีประสบการณ์ปัญหามาก่อนจะแก้ได้ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าหาตำรามาให้เราได้ ทางเราแก้ปัญหาได้คือ ศีล สมาธิ ปัญญา สติสัมปชัญญะ ขอฝากไตเติ้ลที่พูดค้างไว้ ผืนแผ่นดินอารยัน พระพุทธเจ้าก็โปรดสำเร็จมรรคผล สำเร็จสัมโพธิญาณมาแล้ว สร้างปัญหาร่วมกัน ครอบครัวตีกันหัวร้างข้างแตก ตีครอบตีครัวกัน มีภรรยามากหลาย ครอบครัวก็แตกลูกก็ไม่เอาไหน ลูกไม่เรียนหนังสือ แตกออกไปเป็นสองเสี่ยงสามเสี่ยง ทั้งกรรมกรและเศรษฐีมั่งมีศรีสุขในเมืองอารยัน ต้องฆ่ากันล้มหายตายจาก เหมือนยุคใหม่สมัยนี้ ประเทศไทยเกิดกลียุค เป็นสงครามประสาท อย่างไปเชื่อ น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ อย่าเชื่อ ถ้าเชื่อท่านไม่ต้องทำมาหากินแล้ว ถ้าไปเชื่อ บางคนตื่นข่าว สอนให้เชื่อเหตุผล เชื่อข้อเท็จจริง ว่าจะเกิดขึ้นในขณะปัจจุบันของฝากพี่น้องไว้ทุกท่าน พระพุทธเจ้าสำเร็จแล้วก็มาสอนที่เมืองอารยัน ให้แก้ปัญหา สอนสติปัฏฐาน ๔ ที่ชี้แจงแสดงมาทำให้เมื่ออารยันเป็นเมืองแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เลิกฆ่ารันฟันแทงกัน รักสามัคคี รักปรองดองเหมือนญาติพี่น้อง เจริญสติปัฏฐาน ๔ แยกจากมรรค ๘ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา สติสัมปชัญญะ ผลสุดท้ายเมืองอารยันเป็นเมืองที่อยู่ด้วยความร่วมเย็นเป็นสุข มีเงินทองมากมายก่ายกองเสมอหน้าเสมอตา ถ้าหากว่าประเทศไทยเจริญ รับรองจะเสมอหน้าเสมอตา ไม่มีย่ำยีกัน อย่าให้เหมือนเมื่ออารยันที่จะฆ่ากัน ใครมีอำนาจก็ครองไป ถอยลงคลองไป นี่หรือผู้ดีเดินตรอกขี้คอกเดินถนน ผ้าเหลืองน้อยจะห้อยหูดูไม่ได้ ถ้าหากพี่น้องเราชาวไทยร่วมใจกันสามัคคี สร้างความดีร่วมกัน ปัญหาทั้งหมดก็จะคลี่คลายไปได้เหมือนเมื่ออารยัน ทำให้เมืองนั้นมีสติ ทำให้เมืองนั้นมีปัญญาสามารถแก้ปัญหาได้ ถ้าใครมาถามก็บอกว่าเจริญสติปัฏฐาน ๔ ถ้าคนไหนไม่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้วไม่เป็นใหญ่เป็นโตปัญหาคือ ใครเรียนมาสูงเพราะมีวิชาความรู้ก็จะเป็นแค่กรรมกร แม้มีเงินทองเหมือนกัน สร้างความดีเหมือนกัน เสมอหน้าเสมอตา ปัญหาชัดเจนแต่ไปแก้ปัญหาไม่ได้ เหมือนเมืองอารยันโกงกัน เมืองไทยซ้อนกล เล่นกลกันแล้ว น่าเสียดายเวลาที่มีค่าของท่าน ถ้าใครเจริญสติปัฏฐาน ๔ สวดมนต์ไหว้พระเป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมและแผ่เมตตา รับรองประเทศไทยจะเป็นประเทศที่เจริญกระทั่งกรรมกร เจริญทั้งจับกัง ผู้รับจ้างซักรีด บ้านเราจะอยู่รอดปลอดภัยไม่มีเสนียดจัญไร ฉะนั้นอาตมาจะเสนอแนะว่าปัญหาในครอบครัวมีอะไรบ้าง จะไม่มีความสุขเลย ครอบครัวไม่สุขเป็นเพราะเหตุใด
๑. ครอบครัวไม่มีความสุข เพราะไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ ไม่เคยปฏิบัติธรรม หาความสุขไม่ได้ไม่มีความผูกพันกันเลย สามีภรรยาทะเลาะกัน
๒. แก้ไขชีวิตไม่ได้ ขาดสติสัมปชัญญะ เครียดกลายเป็นโรคประสาท เดี๋ยวนี้เป็นกันมาก หลายปัญหาแก้ปัญหาชีวิตไม่ได้ ถ้าเจริญพระกัมมัฏฐานจะแก้ได้ถูกจุด
๓. ปัญหาลูกไม่ยอมเรียนหนังสือ ไม่ต้องการเรียนหนังสือไปที่วัดอัมพวันเป็นจำนวนมาก เถียงพ่อเถียงแม่มีทุกวัน ลูกไม่ยอมเรียนหนังสือ ไม่อยากจะเรียนหนังสือ เป็นเวรกรรมของพ่อแม่ สร้างความไม่ดีให้กับลูก ทำไม่ถูกให้กับหลาน รักไม่ถูกวิธี ทำความไม่ดีให้ลูกดู บ้านนั้นหาความเจริญไม่ได้แน่ คนที่เถียงพ่อเถียงแม่ พ่อแม่ก็เจ๊ง รับราชการก็ไม่ได้ตำแหน่ง เป็นนักธุรกิจก็ค้าขายไม่ดี เอาดีไม่ได้ คิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ เท่านี้เองไม่ใช่กฎหมาย กฎหมายต้องลงมือทำ กฎหมายมีโจทก์ จำเลย กฎหมายลงมือทำแล้วมีโจทก์ จำเลย เราจะถูกยืนยันจากเอกสาร ศาลเชื่อแน่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว แต่หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่แบบกฎหมายเพียงแต่คิดเท่านั้น คิดว่าพ่อเราเป็นคนไม่ดี เจ๊งเลยนะ รับราชการก็โดนถอด แค่เพียงคิดก็บาปแล้ว กฎหมายทำอะไรไม่ได้ ขาดเหตุผลอย่างนี้ ศีลธรรมหมดแล้ว เพียงแต่คิดก็ออกหลายราย คิดว่าแม่เป็นคนไม่ดี ไม่ต้องลงมือกระทำก่อน เพียงคิดไม่ได้ทำ ธรรมะโดนแล้ว กฎหมายทำอะไรไม่ได้ แต่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ขาดเหตุผล ข้อ ๓ ลูกไม่ยอมเรียนหนังสือ จะแก้อย่างไร แก้ไขได้แน่นอน พอกันเลย ลูกก็ดีไม่ได้
๔. เศรษฐกิจไม่พอปากพอท้อง เป็นหนี้เป็นสินเขา แต่เราตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เศรษฐกิจมันตก แต่ไม่เป็นหนี้ใครเลย สร้างฐานะแต่พอตัว รับผิดชอบ จะเสียหาย น่าจะแก้ตรงนี้ มีเงินแค่ ๓๐ % ไปกู้มาตั้ง ๘๐ % ไปไม่รอด ทำงานแต่พอตัว นกขมิ้นเหลืองอ่อนเอ๋ย ทำรังแต่พอตัว เศรษฐกิจเลวร้ายที่จะแก้ปัญหาชีวิตได้ เศรษฐกิจไม่พอปากพอท้อง เป็นหนี้เป็นสินมากมาย
๕. มีเงินมีทองมากมายก่ายกองยังไม่พอตะเกียกตะกายไปยากจน เอาเงินตามเงิน อย่าเอาเงินตามเงินเจ๊งทุกราย ยกตัวอย่างให้ท่านเห็นไปเล่นการพนันเสียไป ๑ หมื่น เอาเงินไปตามอีก ๒ หมื่น ได้มา ๕ หมื่นและไปตามอีกหมดไปแสนหนึ่ง หมดเลย อย่าเอาเงินไปตามเงิน มีที่ไหน งานตามงาน งานเดินเงินก็ตาม เงินเข้า ไปกู้เงินเข้ารัฐบาลไปกู้เงินเข้ามาเมืองไทย งานจะเดินเงินจะตามมา ไม่ให้กู้ไม่สะพัด ไม่คล่องแคล่วว่องไว เงินจะมาได้ ขอฝากไว้ งานจะเดินได้เงินจะตามมาหาท่านเอง งานไม่เดินเงินก็ไม่ตาม ชีวิตจะแร้นแค้น ไม่มีแปลนและแผนผัง พระพุทธเจ้าคิดจะแก้ปัญหา มีเหตุผลมากหลาย ครอบครัวไม่ดี ทำให้ลูกติดยาเสพติด สถาบัน ๓ สถาบัน มีความสำคัญมาก
จิตไม่สงบมีอยู่ ๘ ประการ ท่านทั้งหลายโปรดตั้งใจฟังนี่คือวิทยานิพนธ์ชีวิต บางคนไม่รู้จิตมันไม่สงบเพราะไม่ทราบไม่เคยหาเหตุผล ต้องหาเหตุขึ้นมา ผลไม่ดี เหตุที่คนจิตไม่สงบเพราะ
๑. มีไม่พอ ตะเกียกตะกาย ทำงานไม่มีกฎเกณฑ์และวิธีการ
๒. ใช้เวลาว่างเกินไป ถ้ารักลูกอย่าให้อยู่ว่าง อย่าให้ห่างผู้ใหญ่ อย่าปล่อยเฉย ๆ ไม่มีงานทำ ถ้าท่านปลดเกษียณอายุ ลูกหลานไม่ไปมาหาสู่ ท่านจะว้าเหว่ แก่ไปเสียแล้ว แก้ที่ปลายเหตุตลอดกาล ใช้เวลาว่างเกินไปจิตไม่สงบ สอนลูกสอนหลานอย่าให้อยู่ว่าง ให้เรียนหนังสือ ถ้าหางานทำไม่ได้ จิตจะตกเหลวแหลก แตกราน จะเป็นคนเลวไปก็ได้ ไม่มีงานทำไปติดยาเสพติด เป็นเด็กน่าจะหากีฬาให้เด็ก เล่นกีฬาไป วัดก็น่าจะมีลานใจ ลานกีฬา ในลานวัดเป็นลานใจ ลานปฏิบัติธรรมเรียกว่าลานใจ ลานวัดต้องสะอาดร่มรื่น ลานใจก็ไว้ปฏิบัติธรรม ลานกีฬาต้องไว้เล่นฟุตบอล เด็กติดยาเสพติดไม่มีแน่ ขอฝากไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ อาตมาไปศาลเด็กและเยาวชน จังหวัดราชบุรี มีตั้ง ๗๐๐ – ๘๐๐ คน ติดยาเสพติดทั้งนั้น น่าเสียดาย ได้ไปพูดแก้ปัญหาให้เขาแล้ว เอาเงินไปทำบุญด้วย นครปฐมมากเหลือเกินเด็ก ๑๑ ขวบ ติดยาเสพติดกัน มากเหลือเกินที่ศาลเยาวชน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอารมณ์ดี อาตมาก็จะให้ ๒๐,๐๐๐ บาท พวกราชบุรีก็ทำบุญอีก ๒๐,๐๐๐ บาท เป็น ๔๐,๐๐๐ บาท ก็ให้เขาไว้ให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลใช้ พ่อแม่รวยแท้ๆ ลูกมีปัญหา นั่นเพราะไม่ใช้หลักธรรมคำสั่งสอนพระพุทธเจ้า ใช้เวลาว่างเกินไป ลูกถ้าให้อยู่ว่าง อยู่ห่างผู้ใหญ่ ก็จะเสียคนและพันพัวไปกับเพื่อนฝูง ต้องหางานให้ลูกทำ หากีฬาให้ลูกเล่น สถาบันโรงเรียนควรจะสร้างกีฬาลานวัด ลานใจ ลานกีฬา ควรเป็น ๓ ลาน ด้วยกัน ให้เด็กมาเพลิดเพลินทางกีฬา เห็นพระสงฆ์องค์เจ้าบ้าง เดี๋ยวนี้หมดแล้วไม่มีแล้วกีฬา ลานใจก็หายาก ลานวัด ใครเข้าไปก็ชื่นใจจริง ๆ แก้ปัญหาได้ ลานบ้านเราก็ไม่มี ลานวัด ใครเข้าไปก็ชื่นใจ จริง ๆ ลานวัดก็โล่งโปร่งใจ สร้างตัวดีมีปัญญา แถมมีสุขสงบ คือลานใจ สุขที่ยิ่งกว่าความสงบไม่มีคือ ลานใจ
๓. ถูกเบียดเบียนจิตใจ ถ้าท่านถูกเบียดเบียนจิตใจ ท่านจะไม่มีความสงบเลย สมาธิจะไม่เกิด ถ้าไม่ฝึกไว้ก่อน อยู่ในกลุ่มของคนเลว ที่เบียดเบียนจิตใจ เหมือนรับราชการ ผู้บังคับบัญชาเบียดเบียนจิตใจลูกน้อง ลูกน้องไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา หาความวุ่นวายตลอด ไม่มีความสุขสงบ ถูกเบียดเบียนจิตใจ
๔. อวัยวะไม่ตั้งอยู่ในความปกติ ธาตุทั้ง ๔ ขาดไป ธาตุใดธาตุหนึ่งขาดไป ท่านจะไม่มีความสงบสุข เข้าสู่จุดมุ่งหมายนั้นได้
๕. โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ๓ วันดี ๔ วันไข้ จิตจะไม่สงบ ถ้าได้ปฏิบัติลานใจ ปฏิบัติกรรมฐาน ท่านจะหาความสงบสุขไม่ได้เลย โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนตลอด ให้ไม่พัก “อาโรคยปรมา ลาภา คนไหนไม่มีโรค คนนั้นมีโชคชัยชนะ” คือไม่ฆ่าสัตว์ มีโชคไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
๖. ถูกสิ่งแวดล้อมดึงไปในทางชั่ว พาไปเมามัวอบายมุข สถาบันครอบครัวก็เป็นสิ่งแวดล้อมของเด็กว่าสิ่งแวดล้อมดึงไปในทางชั่ว เอาตัวไม่รอด
๗. ครอบครัวหาความสุขไม่ได้ ทะเลาะกันตลอดไม่มีความสงบเลย สามีภรรยาไม่เข้าใจกัน อาตมาคิดว่าตอนที่เข้าใจ ถ้ามีหลักธรรมการครองเรือน สามีเป็นผู้ปกครองดี ไม่มีเรื่องในครอบครัว ภรรยาเป็นแม่บ้านการเรือน เป็นแม่แบบแม่แผนแม่แปลน การเรือนเคหศาสตร์ แม่เรือน ๓ น้ำ ๔ สร้างความดีในครอบครัว จะมีแต่ความสุข บ้านนั้นจะไม่มีปัญหาแต่ประการใด อย่าสร้างปัญหาในครอบครัวเลย ขอประทานโทษคณาจารย์ที่เป็นครู โรงเรียนต่าง ๆ ชั้น ม.๑-ม.๖ เด็กเรียบร้อยเหมือนกันไม่ได้ บางคนเรียบร้อยไม่เหมือนกัน บางคนเรียบร้อยไหว้พระสวดมนต์ บางคนเจอผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้สูงอายุ อ่อนน้อมถ่อมตน เด็กบางคนปีกกล้าขาแข็ง มาจากไหน สิ่งแวดล้อมมาจากพ่อแม่ ขอฝากไว้ สิ่งแวดล้อมมาจากพ่อแม่ บางบ้านชวนลูกสวดมนต์ไหว้พระ แม่ก็สวดพ่อก็สวด ลูกสวดเองตามโดยอัตโนมัติ บ้านนั้นก็เป็นบ้านแสนสุข เป็นบ้านพระอภัยมณีไม่มีนางยักษ์ บ้านไหนไม่มีพระอภัยมณีต้องมีนางยักษ์ เดี๋ยวนี้ยักษ์ในประเทศไทยมียักษ์มากเหลือเกิน ไม่ใช่ยักษ์มีเขี้ยว หรือยักษ์ทศกัณฑ์ แต่เป็นยักเอว ยักไหล่ ยักนอก ยักใน ยักยอก ยักแบบนี้มีเยอะแยะ ยักยอกออกไปนอกบ้าน ถ้ามียักษ์แบบนี้ไม่มีพระอภัย ไม่มีทางให้อภัย ไม่มีเอื้อเฟื้อ ความสุขไม่เหลืออยู่กันในบ้านนั้นแน่นอน
๘. ปัญหาจิตไม่สงบมัวเมาอบายมุข คนที่มัวเมาอบายมุข จะไม่มีความสงบแน่ ปัญหามันเกิดขึ้นจริง ๆ ท่านเคยพบปัญหาเหล่านี้ไหม อาตมาก็ประสบพบปัญหามา แก้ปัญหาได้แล้ว จะแก้ปัญหาได้ต่อเมื่อเขาเชื่อฟัง ถ้าเขาไม่เชื่อฟังเรา จะแก้อะไรไม่ได้ เราบอกเขาเขาก็ไม่ฟัง เขาก็ระยำอัปรีย์ เขาไม่เชื่อฟังแล้ว พระพุทธเจ้าสอนอย่างไรเขาก็ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ได้มรรคได้ผล สมเหตุสมผลไม่มีโอกาสที่จะดีได้แล้ว ปัญหามันก็เกิดขึ้น ฉะนั้นสถาบันทุกอย่างมีเหตุผลหลายประการ
๑. สถาบันวัดที่สร้างปัญหา
๒. สถาบันโรงเรียน
๓. สถาบันครอบครัว
๑. สถาบันวัดเป็นอย่างไร ขอเจริญพรฟังให้ชัด ผ้าเหลืองน้อยห้อยหู ไม่น่าดูยุคใหม่สมัยนี้ สมัยก่อนที่เขาจะมีครอบครัวกัน มีสามีภรรยาต้องไปบวชไปเรียนไปหาวิชามาก่อน ถ้าไม่มีความรู้คู่คุณธรรมมาก่อนเขาจะไม่ยกลูกสาวให้เพราะเขากลัว จะพาลูกสาวเขามีปัญหา ที่เรียกว่าบวชเรียน ที่ว่าบวชเรียนเพราะบวชเพื่อเรียนหนังสือเรียนศาสตร์ เมื่อร้อยกว่าปีนี้ไม่มีโรงเรียน ต้องไปเรียนในวัด วัดจึงเป็นมหาวิทยาลัย วัดเป็นอุทยานทางการศึกษา มีทั้งราชบุรุษ การปกครอง นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต ศิลปะหัตถกรรม ตลอดจนกระทั่งตำรับตำราพิชัยสงคราม ดนตรีดีดสี ตีเป่า เพราะโรงเรียนไม่มี เลยต้องแยกออกจากโรงเรียนมาเป็นกรมศิลปากร เป็นต้น ช่อฟ้าหน้าบรรณ คันทวย ทุกอย่างล้วนออกจากวัด บวชแล้วก็สมัครไปเป็นทหารขององค์พระราชาแห่งกรุงศรีอยุธยาได้ มีประโยชน์ปัญหาเกิดจากวัด ทำไมผ้าเหลืองน้อยห้อยหูแต่ก่อนต้องบวชอย่างน้อย ๑ พรรษา จะศึกษาพระธรรมวินัย ศึกษาเรียนศิลปศาสตร์ เรียนวิชาชีพ เรียนแพทย์เรียนหมอในวัด ได้รับความรู้ทางด้านพระธรรมวินัย ศึกษาที่วัดถึงได้วิชาความรู้และได้ลาเพศไปสร้างครอบครัว ครองรักครองเรือน สร้างความดี เดี๋ยวนี้บวช ๗ วัน ๑๕ วัน ไม่ได้อะไรจากวัดเลย ไม่ได้ธรรมะเลย ทำไมกรุงเทพฯ ไม่ทราบ บวช ๑ วัน ๑๕ วัน ยังไม่ทันรู้สึกแล้ว ก็ไปสร้างปัญหาให้ครอบครัว ท่านอย่าไปบวชเลยไม่ได้เรื่องเพราะคนมาบวชมันไม่เอาเรื่องเอาราว แค่ ๑๐ วันไม่ได้ นี่แหละผ้าเหลืองน้อยห้อยหู สึกไปแล้วก็ปกครองตนก็ไม่ได้ แก้ปัญหาชีวิตก็ยังไม่ได้ โบราณถือนักถ้าย้อนยุคไปในอดีต ท่านจะเห็นด้วยว่าในสมัยนั้นปู่ย่าตายายเรียนหนังสือที่ไหน ไม่ใช่เรียนที่วัดหรือ ท่านอย่าดูถูกวัด วัดเป็นแหล่งวิชาการความรู้ตั้งแต่สมัยโบราณตั้งแต่สุโขทัยมาแล้วเป็นสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งวิชาการ ๗๐๐ ปีลายสือไทย ๔๑๗ ปี แห่งกรุงศรีอยุธยา ๒๐๐ ปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ฉะนั้นให้ท่านไปดูโบสถ์วัดพระแก้วศิลปะหัตถกรรมมาจากวัดสวยงามมาก ฝรั่งบอกเมืองสวรรค์ เทพไทยเนรมิต นี่คือชีวิตของคนไทย มีความหมายอย่างนั้น นอกเหนือจากนี้แล้วสถาบันวัด ถ้าท่านมีบุตรธิดาของตนเองต้องบวชอย่างต่ำ ๑ พรรษา เป็นชายชาติทหาร น่าจะชุบตัวให้มันดีบวชทั้งทีเอาดีไม่ได้หรือ บางทียังไม่ทันบวชเลย ไปดูหมอดูเอาวันสึกแล้ว บางที่บอกสึกมาเป็นเศรษฐีเป็นได้อย่างไร ยังไม่ทันบวชเลยดูหมอดูแล้ว บวช ๑ วัน ๑๕ วัน บอกต้องสึกวันนี้ด้วย ต้องสึกวันอาทิตย์ บอกไปบวชวัดอื่นวัดอัมพวันไม่รับ ไม่ใช่บวชกล้วย บวชฟักทอง บวชชีใส่น้ำกะทิ ไปบวชที่อื่น “บวชรัก บวชลองหรือ บวชครองประเพณี บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าสุก บวชสนุกตามเพื่อน บวชหนีอกหัก บวชหลักลอย บวชคอยงาน บวชสังขารเสื่อม บวชเพราะเมียไล่ไปบวช” ต้องบวชด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ถึงจะได้มรรคได้ผล อย่าได้รอรีแต่ประการใด ขอฝากพุทธศาสนิก ชน ถ้ามีลูกทั้งทีเอาดีไม่ได้เอาลูกไปฝากฝังพระพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรมอย่างต่ำก็ปริญญาโทแล้ว มีลูกอย่าให้เป็นแค่ปริญญาตรี ปริญญาตรีคือประถม ๔ รุ่นเก่า ไม่มีน้ำยาอะไรเลย มีปริญญาตรี ๕ คน ไปสอบเป็นภารโรงที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สอบตกหมดเลย ขนาดปริญญาตรีสอบภารโรงตกหมดน่าอายที่สุด ปริญญาตรีคือประถม ๔ รุ่นเก่า มีลูกอย่างต่ำต้องปริญญาโท ปริญญาตรีรุ่นใหม่คือประถม ๔ รุ่นเก่า รุ่นสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เรียนเก่ง อาตมาเมื่อเรียนอยู่ประถม ๒ ท่องได้หมด เรียกประถมจรรยา มาพิมพ์แจกใหม่เรียกว่า มรรยาทไทย ยังท่องได้ชัดเจน สถาบันวัดเป็นอย่างนี้แล้ว บวช ๗ วัน ๑๕ วัน แล้วสึก ธรรมะตัวเดียวไม่ได้อะไรเลย กลับไปก็ไปเกเรเกเสก็ไปลงวัดไม่ดี เลยไปลงโทษศาสนาไม่ดี ไม่โทษตัวเอง แล้วก็ไปบอกกับเพื่อนว่าอย่าไปบวชเลยไม่ได้เรื่อง ก็ถูกต้องของคุณ เพราะคุณไม่เอาเรื่องเอาราว บวชกินแล้วก็นอน เถียงคำครูบาอาจารย์ไม่ตกฟาก เดี๋ยวนี้ปลูกต้นไม้ต้องเอายอดลง ต้องเอารากขึ้น พ่อแม่ต้องไปไหว้ลูก ครูต้องไปไหว้ลูกศิษย์ให้เรียนหนังสือ สมัยก่อนนี้เขาปลูกเอารากลงต้นไม้จึงงอกงาม เดี๋ยวนี้รดน้ำเร่งรัดให้ออกดอกไว ๆ น่าเสียดาย อย่าเชื่ออาตมาให้เอาไปคิดบ้าง บวช ๗ วัน มีลูกชายอย่าบวช ๗ วัน มันไม่ได้อะไร ขอให้บวชให้ได้พรรษา ให้ได้กฐินกันหน่อย เดี๋ยวนี้สร้างความดีรวบรัดแค่นี้ สร้างความชั่วยาวตั้งศอก เวลาไปฟังเทศน์เมื่อยปวด แต่เวลาไปนั่งเล่นไพ่นั่งวันยังรุ่ง ไป Shopping เดินวันยังค่ำยังไม่ปวดเมื่อย แต่พอฟังเทศน์ บ่นปวดเมื่อยจังเลย เทศน์อะไรกันนักหนา เทศน์นานจังเลย เมื่อยปวดจะตาย เวลาในทีวีมีธรรมะ พอเทศน์ออกมา บอกอีหนูปิดทีวี เปิดหนังเมื่อคืนนี้ ขนาดท่านเจ้าคุณราชธรรมนิเทศ เจ้าคุณวัดบวรนิเวศ อาตมาเทศน์เรื่องการศึกษา อาตมาไปนั่งอยู่บ้านนั้นพอดีอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่บอกชื่อ เดี๋ยวเขาจะว่าเอาเรื่องราวเขามาพูดเดี๋ยวจะไปกันใหญ่ แต่เป็นเรื่องจริงเป็นการเปรียบเทียบ บอกอีหนูปิดทีวี ปวดหัว เราก็นั่งหัวโด่อยู่จะดูเสียหน่อย ท่านเจ้าคุณพระราชธรรมนิเทศท่านพูดพุทธศาสนากับการศึกษาบอกหนูเปิดหน่อย แม่ไม่ให้เปิดบอกปวดหัว โธ่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ข้าพเจ้ามาผิดบ้านเสียแล้ว วันนี้ข้าพเจ้ามาคิดว่าบ้านมนุษย์จะรออยู่ฉันเพล ไม่ขอฉันขอเจริญพรลา มาผิดบ้านปรากฏว่ามาบ้านยักษ์นางพันธุรัต พระอภัยมณี จำต้องหนี นี่แหละท่านสาธุชนทั้งหลาย พระอภัยมณีเป่าปี่คือธรรมะ เพราะพริ้งมาก แต่นางอกแตกตาย ตรงกันข้ามคนชั่วจะไม่อยากฟังธรรมะ อกมันจะแตก คนชั่วจะไม่อยากฟังธรรมะ คนเลวก็ไม่อยากฟังแหมจะฟังเจ้าคุณราชธรรมนิเทศเสียหน่อย ท่านกำลังปฐมนิเทศ เรื่องการศึกษากับพระศาสนา ต้องอยู่ด้วยกัน ศาสนากับการศึกษาต้องเป็นอันเดียวกัน ถ้าแยกกันแล้ว จะไปไม่รอด ต้องมีความรู้คู่ความดี พอปิดทีวี เขาบอกถวายเพล ก็บอกโยมขอเจริญพรลา บอกมีธุระจริง ๆ แล้วไม่มีธุระอะไร แต่อยู่ไม่ได้กลัวยักษ์จะกินเราเข้า ตั้งแต่นั้นมาไม่เคยไปอีกเลย ไม่เข้า Spec ของอาตมาเลย ไม่ตรง Cycle ถ้าพูดอย่างนี้ถ้าโยมนั้นมาก็คงจะรู้ว่าบ้านตน แต่ไม่ได้ออกชื่อตัวนะ ถ้าใครรับก็เป็นยักษ์ ปัญหาต่างน่าจะแก้ปัญหาให้ได้ พระพุทธศาสนาสอนไม่ยากเลย สถาบันวัดสอนให้แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง สอนทั้งสามีภรรยา ไปดูได้ที่สิงห์บุรีได้ บวช ๗ วัน แต่ไม่ใช่วัดอัมพวัน วัดอัมพวันจะบวชต้องอย่างต่ำ ๑ เดือน เพราะจำเป็นต้องไปเรียนปริญญาโท-เอกที่ต่างประเทศให้ ๑ เดือน ถ้าไม่ได้ไปบวชที่อื่นเลย ๑ เดือนห้ามออกจากวัด ห้ามเดินเพ่นพ่านในวัด วันพระห้ามออกจากวัด ทำได้ไหม ทำไม่ได้ไม่ต้องบวช แล้วก็บอกว่าให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาเยี่ยม เพื่อนก็ไม่ให้มาเยี่ยมด้วย ทำได้ไหมทำไม่ได้ไม่ต้องบวช บวชให้ได้ผลออกไปเลย ถ้าบวชแล้วไม่ได้ผลแล้วเสียสถาบัน เดี๋ยวเขาจะหาว่าวัดไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ
กิจกรรมของสงฆ์ของสงฆ์ต้องเป็นประโยชน์กับประชาชนดังกล่าวแล้ว พรรษานี้ที่วัดอัมพวันมี ๑๒๐ รูป ถวายภัตตาหารทั้งหมด ห้ามญาติโยมมาเยี่ยม วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๑ บวชอีก ๑๕ องค์ อย่างต่ำปริญญาโท ข้าราชการลาบวชอย่างต่ำ ๔๕ องค์ ต่างจังหวัดทั้งนั้น ภาคใต้ ภาคเหนือ มากันครบถ้วน
๒. สถาบันโรงเรียน ครูก็สร้างปัญหา เมื่อคืนโรงเรียนที่ชัยนาทมาเข้าอบรม ก็ช่วยตลอด ให้ทุนการศึกษา กองทัพบกไปปฏิบัติธรรม เงินทุนไม่มีจัดงบ เราก็ออกให้ เราก็ช่วยตลอดทุกรายการ อาตมาไปตั้งศูนย์เวฬุวันที่จังหวัดขอนแก่น ตำรวจกองบัญชาการ ภาค ๔ ปฏิบัติไปแล้วเป็นนักเรียนตำรวจเข้าไปปฏิบัติธรรมแล้ว ๑,๒๐๐ คน มีประโยชน์สำหรับวัด ที่ช่วยเหลือการปฏิบัติธรรมของประชาชน และมันมีความหมายอยู่ สถาบันโรงเรียนบางทีวิจัยประเมินผลกันไม่ให้เด็กสวดมนต์ ไม่ให้เด็กนั่งสมาธิ บางโรงเรียนไม่เหมือนกันเสียแล้ว สถาบันโรงเรียนทำให้เด็กเด็กดีได้ ทำให้เด็กไม่ดีได้ เกิดกันตามอัธยาศัย ยาเสพติดก็เกิดขึ้น สองสถาบันนี้ควรช่วยกัน แต่สองสถาบันวัดกับโรงเรียน แต่ทั้งสองนี้ได้มาจากสถาบันครอบครัว
๓. สถาบันครอบครัว ครอบครัวเป็นจุดมุ่งหมาย ครอบครัวสำคัญเป็นสถาบันที่จะแก้ไข ตั้งแต่เริ่มต้น พ่อแม่ต้องรักลูกคิดปลูกฝัง คิดตั้งตนให้ลูกมีการศึกษา ลูกได้ดีมีปัญญา เป็นคนดีมีวิชา สร้างให้ลูกเป็นคนดีให้ได้ พ่อแม่สำคัญ สถาบันครอบครัวสำคัญ พ่อแม่ไม่รู้จักจะแก้ไขปัญหา แม้บิดาเจ้าชู้เล่นการพนันจะไม่สามารถดูแลลูกได้ แต่มารดาก็สามารถทำให้เป็นแบบอย่างแก่ลูก สร้างตัวให้ดีดูแลลูกให้ได้ รับรองไปรอด ให้แผ่เมตตาให้สามีได้ ลูกดีทุกคน ถ้าแม่ดีเสียคนหนึ่ง “กันอยู่ที่แม่ แก้อยู่ที่พ่อ ก่ออยู่ที่ลูก ปลูกอยู่ที่ครู ความรู้อยู่ที่ศิษย์ จะได้เป็นมิตรกัน” ถ้าพ่อแม่ไม่ดี ลูกจะก่อเรื่องให้พ่อแม่เดือดร้อน จะไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ดีมีปัญญา ลูกจะก่อวิชาให้พ่อแม่ จะเรียนเก่งเร่งก้าวหน้าไม่เถียงพ่อเถียงแม่ ให้สวดมนต์เป็นนิจอธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนแผ่เมตตา ครอบครัวนั้นไปรอด ลูกหลานเรียนเป็นด็อกเตอร์หมด นี่เรียกว่ากรรมอยู่ที่แม่ แม่สำคัญมากในครอบครัวนั้น ถึงเรียกว่าเป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลน สามีจะดีชั่วไม่เป็นไร แต่ถ้าสามีดีที่สุดแต่ภรรยาแตกแหลกลาญ รับรองลูกดีไม่ได้ เพราะลูกกับแม่ผูกพันกันมากกว่าพ่อ แบบแผนที่จะให้กับลูกก็ดีกว่าพ่อ เพราะพ่อนี่ห่างมาก พ่อไปงานสังคมเยอะแม่งานมาก การเรือนเคหศาสตร์ ที่เขาไปรบกันเขาเรียกพ่อทัพ มีแต่แม่ทัพ เป็นผู้ชาย แต่ควบคุมกองทัพได้ ก็เรียกว่าแม่ทัพ จะเป็นชายก็ได้หญิงก็ได้ แต่ใครคุมเรือได้เรียกว่ากัปตัน อยู่ที่ต้นหนต้นกล กราบเรือ
ขอฝากไว้สถาบันโรงเรียน สถาบันบ้าน สถาบันครอบครัว ลูกติดยาเสพติดมาจากสถาบันครอบครัวแน่นอน ถ้าพ่อดีแม่ดีรับรองได้ผลแน่ ยกตัวอย่างให้ญาติโยมได้ทราบว่าเมื่อเดือนก่อนโน้น พ่อเป็นฝรั่ง แม่เป็นคนไทย ลูกเป็นเด็กผู้หญิง ๓ ขวบ มาที่วัดอัมพวัน คลานเข้าเลย แล้วก็กราบ ตั้งนะโม ๓ จบ อิติปิโส ภะคะวาฯ สวากขาโตฯ
สุปฏิปันโนฯ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และก็สวดพาหุงมหากา คาถาสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ถวายพรชัยมงคล สมเด็จพระนเรศวร ไม่เคยแพ้ทัพ ว่าได้จบ อาตมาก็ถามหนูอายุเท่าไร ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนโรงเรียนอนุบาล อายุ ๓ ขวบ ทำไมสวดมนต์เก่งว่าได้ชัดเจนเหมือนผู้ใหญ่ ว่าได้จังหวะจะโคน แม่ก็ยิ้มพ่อก็ยิ้ม ฝรั่งอเมริกัน อาตมาบอกเอาปัจจัยมา ๑,๐๐๐ บาท เรียกมาหนูเธอจะต้องเป็นด็อกเตอร์นะ หลวงพ่อให้หนู หนามแหลมใครเสี้ยม แหลมออกจากท้องแม่ได้ ดูเสื่อให้ดูลาย ดูชายให้ดูพ่อ ไม่ต้องมีใครสอน กราบก็สวย คุกเข่าแบบเทพธิดา แม่เขาปริญญาโท พ่อเป็นอเมริกันเป็นด็อกเตอร์ ขอบพระคุณหลวงพ่อมาก ที่ให้หนูไปเรียนเป็นด็อกเตอร์ ขอบพระคุณอย่างสูงแล้วกราบลง ๓ หน การอ่อนน้อมถ่อมตน ปากหวาน นอบน้อม ตัวอ่อน มือเป็นหงอน กตัญญูเชิดชูระเบียบ คุณหนูจำใส่ใจ นี่เป็นวิทยานิพนธ์ชีวิต ฝรั่งคนนั้นเป็นคริสต์พูดไม่ค่อยชัดบัดนี้เป็นพุทธ ปริญญาโทอเมริกา เอาใจใส่มีเมตตาดีเหลือเกิน เขายกย่องพุทธศาสนา ว่าสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ทำให้เขามีความสุขมาก เขาจึงรักเมืองไทยผูกพันกับเมืองไทยมากแท้จริง เวลาทำงาน รับราชการในต่างประเทศ สามีจะกลับก็มาคอยรับ ถอดเสื้อ ถอดรองเท้า ปฏิบัติอย่างดี เพราะภรรยาเป็นคนดี เขาจึงหันมาสวดพาหุง สวดได้ชัดเจนลูกสวดไปด้วย สวดมาไม่กี่เดือน ลูกสวดได้หมด ๕ โมงเย็น พ่อยังไม่มา ลูกบอกแม่สวดมนต์เถอะ นี่ลูกนำพ่อแม่มีเหตุผลและพ่อแม่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส บอกว่าลูกเตือนพ่อให้สวดมนต์ เด็กพอเขาถึงธรรมะเด็กจะทำตามเวลา ตรงเวลา แต่พี่น้อง เราคนไทยชอบโกงเวลา อย่างโกงตัวเองได้ไหม อย่างโกงเวลา
การสวดมนต์ไหว้พระสำคัญมาก แต่ก็ขอให้สอนลูกรักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี รักมีต้องค้า รักมิตรต้องเตือนกัน ท่านอาจจะสงสัยว่าตีอย่างไร ไม่ใช่ตีด้วยไม้ คนที่รักกันเตือนกันอย่างโกรธ คนไหนเตือนแล้วโกรธไม่ได้ดี คนดื้อเป็นอย่างไร ถ้าไม่รักกันอย่าไปเตือนกัน มีหลักดังนี้ “คนบ้าอย่าถือ คนดื้ออย่าไปสอน คนจรอย่างไปคบ คนประจบสอพลออย่างรัก คนทักอย่านิ่ง คนจริงอย่าหน่าย คนมาง้อขอโทษอย่าโกรธให้อภัยให้เขาเถอะ คนตายอย่ากลัว คนโฉดอย่าเข้าใกล้ คนชั่วอย่านำพา” ประสบการณ์ด้วยตนเองมันจะออกมาเองไหลมา คนอ่านหนังสือไม่มีตัว ให้มันผุดขึ้นมา ประสบการณ์เป็นหนังสือไม่มีตัว มาจากเมืองจีน เป็นเถ้าแก่โรงสี เป็นเถ้าแก่โรงน้ำแข็ง อ่านหนังสือไม่มีตัว มันจะผุดขึ้นไป ปัญญาจะเกิด ประเสริฐทุกประการ จะแก้ปัญหาได้ทุกประการ ตำรับตำราเยอะแยะ เวลาไปเปิดเล่มไหน มันแก้มาถึงตอนนี้นึกได้ คนมีปัญหาคือมีเงินให้เขากู้ มีความรู้อยู่ในตำรา จะเอาให้ได้ดั่งใจแถมเอาจมูกคนอื่นมาหายใจ มีเงินจะใช้ก็เอาไปให้เขากู้ ให้เขาโกงไปเลย ดีกว่าไปโกงเขาดีที่สุด มีปัญหาเกิดขึ้น คนเราน่าจะแก้ปัญหาให้ได้ น่าจะแก้ด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง ที่พระพุทธเจ้าสอนคือธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน กำหนดจิตแก้ปัญหาภายใน ลด ๕ ว่าง สร้าง ๕ ร่วม มารวมกัน
ลด ๕ ว่าง คือ
๑. อย่าให้สมองว่าง
๒. ช่องว่างระหว่างบุคคล ต้องติดต่อกับบุคคลเสมอ อย่าใจแคบ ต้องมีมนุษย์สัมพันธ์
๓. เวลาว่าง ต้องขยันหมั่นเพียร
๔. ทรัพย์พยากรว่าง ตัวเองต้องเอาการเอางาน จะไปได้รอด
๕. การนำว่าง ถ้าเป็นบิดามารดาต้องนำลูก ระวังลูกติดยาเสพติด ลูกกลับจากโรงเรียนไปแค่ไหน ตามไปดูลูก ตรงไปตรงมา ตรงนี้ควรจะแก้ ลูกติดยาเสพติดถ้าไม่แก้ จะเสียใจภายหลัง
ลด ๕ ว่าง ต้องแก้ภายในตลอดเวลาการนอนก็คิด นั่งก็คิดใช้สติปัญญาวิธีรวมสติ ทำอย่างไรกำหนดจิต ต้องแก้เดี๋ยวนี้อดีตเป็นความฝัน อนาคตไม่แน่นอน ปัจจุบันเป็นความจริง อย่างให้สมองว่าง อย่าให้มีเวลาว่าง ทำไมจะแก้ไม่ได้ เจาะเข้าไปเลยเอาไปคิดหน่อย เดี๋ยวนี้ไม่มีความร่วม คนไทยมีความร่วม ดังนี้
สร้าง ๕ ร่วม คือ
๑. ร่วมทุน
๒. ร่วมคิด
๓. ร่วมผลิต
๔. ร่วมขาย
๕. ร่วมป้องกัน
คุณบิดามารดาที่รักโปรดผลิตลูกให้ดีหน่อยได้ไหม ก่อนจะมีบุตรธิดา สวดมนต์ภาวนา บ้านไหนสะอาดนักปราชญ์มาเกิด บ้านไหนสกปรกสัตว์นรกมาเกิด บ้านไหนสกปรกลามกเหลือเกิน ใจก็สกปรก บ้านไหนสะอาดเฉียบขาดเป็นธรรม เทพเจ้าทุกแหล่งหล้าก็จะส่งเทพเจ้ามาเกิดประเสริฐทุกประการ นักปราชญ์มาเกิดบ้านนั้นแน่ อยู่เย็นเป็นสุขให้ช่วยกันผลิต ช่วยกันสวดมนต์ไหว้พระ ช่วยกันกำหนดจิตที่ลิ้นปี่ให้แก้ไว้ อย่าฝากความโกรธไว้ในใจ อย่าผูกพยาบาท ท่านจะได้ออกมา ๕ ประการ ถ้าท่านอิจฉาริษยาอยู่ตรงนี้ ท่านต้องมีสติ อย่าผูกพยาบาท ตั้งสติไว้ให้มั่น ท่านจะนอนไม่หลับถ้าผูกพยาบาทมีผลเสียคือ
๑. เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกแยก ขาดความสามัคคี ทำให้เกิดอุปสรรคในการประสานงาน
๒. เป็นการขาดขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน
๓. เป็นการขาดความจริงใจต่อเพื่อนร่วมงาน ออกมาเป็นอิจฉาริษยา ลิ้นปี่ตรงนี้ให้หายใจยาว ๆ หายใจสั้นนี่แก้ปัญหาไม่ได้ หายใจสั้นโมโหร้าย โมโหเก่ง หายใจยาว ๆ ท่านจะมีสติปัญญาคิด นี่เป็นการแก้ปัญหา

นี่ลด ๕ ว่าง สร้าง ๕ ร่วม แก้ปัญหาประเทศชาติ แก้ปัญหาสถาบันวัด แก้ปัญหาสถาบันโรงเรียน แก้ปัญหาสถาบันครอบครัว รับรองลูกจะดีหมดทุกคน ปัญหาอยู่ตรงนี้ ถ้าใครเชื่อก็เชื่อ ถ้าใครไม่เชื่อก็แล้วไปมีสติไหม ขอฝากไว้ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ คือ ลด ๕ ว่าง สร้าง ๕ ร่วม มารวมกันด้วยสามัคคี
พ.ศ.๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี อาตมาหวั่นไหวมาก กลัวประเทศชาติจะเป็นอย่างนั้น แพ้พม่าโดยไร้สาระ ไม่ได้สู้พม่าเลย ถ้าสู้พม่าไม่ได้ เพราะเหตุใด แตกความสามัคคีกัน ผัวเมียหึงหวงกัน แตกตรงนี้ น่าจะตีความหมายกัน ปีนี้เกิดกลียุค กลัวจะเป็นเช่นนั้น ขอให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย ร่วมใจสามัคคี สร้างความดีร่วมกัน ร่วมระดมความคิด มาร่วมมิตรกันด้วยคุณธรรม อยู่รอดปลอดภัย ดังนั้นแนวคิดในการทำงานคือ
๑. ความตั้งใจ
๒. เป้าหมาย
๓. ความหมายในความดี
๔. ความพยายาม
๕. อุปสรรคและการแก้ไข
๖. กำลังใจ
แยกออกไปได้อีก ๙ ข้อ ดังนี้
๑. ร่างกาย
๒. กำลังใจ
๓. สร้างอารมณ์ให้ดี อย่าใจร้อน รักษาอารมณ์ ท่านจะมั่นคง มีสติ
๔. เราอยู่ในสังคมเดียวกัน สามัคคีปรองดอง อย่าแยกกันเป็นเสี่ยง
๕. เศรษฐกิจในเมื่อสังคมไทยสามัคคี ปรองดองกันแล้ว
๕.๑ ขยัน
๕.๒ ประหยัด
๕.๓ ซื่อสัตย์
๕.๔ สามัคคี
๕.๕ มีวินัย
รับรองเศรษฐกิจจะดีขึ้นทันที ในเมื่อเศรษฐกิจดี
๖. การงานก็ดี การเงินก็ตาม
๗. การศึกษาก็ดีขึ้น ต้องร่ำเรียนการวิชา
๘. อนาคตที่ราบรื่นชื่นบาน
๙. เกิดความรักมีคนรัก มีคนชอบ มีคนเชื่อถือ เกิดความรักได้
ท่านทั้งหลายขอให้ทำที่มนุษย์ต้องการเถิด ที่สมบัติมนุษย์ไม่ต้องการอย่าทำ ท่านจะได้ผลสมคาดปรารถนาทุกประการ ที่เราต้องการ คือ
๑. ความรัก
๒. ความนิยมชมชอบ
๓. ความเลื่อมใสศรัทธา
๔. ความมีไมตรีจิต มิตรภาพ
๕. การเอาใจใส่
๖. ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน
๗. ความเมตตา ปรารถนาดี
๘. ความเห็นอกเห็นใจกัน
๙. ความเป็นกันเอง ความไม่ถือตัว
๑๐. ความเป็นธรรมชาติ
ถ้าต้องการก็ทำตามข้อปฏิบัติดังกล่าว รับรองจะปรองดอง จะรักสามัคคี สร้างความดีให้ประเทศชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ถึงจะอยู่รอดปลอดภัย อย่าอิจฉาริษยากันเลย ทางออกคือศีล สมาธิ ปัญญา ถ้ามีศีล สมาธิ ปัญญา กิริยาที่แสดงออกมีความดีที่สุด ทำให้คิดได้คล่องแคล่ว คิดถูกต้อง ใช้ประโยชน์ได้เลย ถ้าคนคิดดีต้อง
๑. มีความคิดพื้นฐานดี
๒. ชอบคบค้าสมาคมกับผู้อื่นเสมอ
๓. มีสมาธิดี ไม่คิดหลายเรื่องในขณะเดียวกัน
๔. เป็นนักสังเกตที่ละเอียดละออมาก
๕. มีมโนภาพที่แจ่มชัด
๖. มีความจำแม่นยำ
๗. กล้าคิด กล้าทำ
๘. ชอบความเจริญและเหตุผล
๙. มีไหวพริบดี
๑๐. มีความหนักแน่นและอดทน
๑๑. ยอมรับผิดเมื่อตนเห็นว่าผิด
๑๒. ยอมจะโต้แย้งเมื่อเห็นสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง จะออกมาด้วยการกล่าววาจาที่ถูกต้อง อย่ากล่าววาจาสามหาว มีรายละเอียดดังนี้
๑๒.๑ กล่าวในกาละที่ควรกล่าว
๑๒.๒ กล่าวแต่สัจจะความจริง
๑๒.๓ กล่าวแต่สิ่งที่เป็นคุณเป็นประโยชน์
๑๒.๔ กล่าวด้วยความสุภาพอ่อนโยน
๑๒.๕ กล่าวด้วยความรู้สึกที่มีเมตตาต่อกัน
การพูดดีมี ๔ ประการ คือ
๑. พูดแต่สิ่งที่เป็นความจริง
๒. พูดนุ่มนวล ชวนฟัง
๓. พูดสมัครสมาน สามัคคี ไมตรีอันดียิ่ง
๔. พูดแต่สิ่งที่มีประโยชน์เท่านั้น ไม่พูดเรื่องอื่น
การพูดชั่วมี ๘ ประการ คือ
๑. พูดด้วยน้ำใจที่เหี้ยมโหดทารุณ
๒. พูดผิดเวลา
๓. พูดเท็จ
๔. พูดให้แตกความสามัคคี
๕. พูดหยาบคาย
๖. พูดเหลวไหลไร้สาระ
๗. พูดส่อเสียด
๘. พูดไม่เป็นธรรม
พูดไม่ดีขอให้ช่วยกันแก้ หมั่นสวดมนต์ให้เป็นนิจ ฝากความดีใจแก่ท่าน ศาสตราจารย์ดร.การ์เน แมคแคนนี่ หัวหน้าภาควิชาศาสนา มหาวิทยาลัยไรซ์ สหรัฐอเมริกา ยอมรับเอาไปใช้ในสหรัฐอเมริกาโดย ดร.พินิจ รัตนกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา หัวหน้าภาคการศึกษาพาไปที่วัด ถามปัญหาอยู่จนถึงเพลเขาบอกท่านครับผมเป็นคาทอลิก ผมยอมรับศาสนาพุทธ แก้ปัญหาได้ดีมากได้เอาไปใช้ที่มหาวิทยาลัยไรซ์ สหรัฐอเมริกา เขาเรียนให้อาตมาทราบว่า ผมไม่ได้เรียนอ่านหนังสือไทยออก เขียนหนังสือไทยได้เป็นหมด เพราะเหตุใด อาตมาก็บอกว่า “ปัญญาติดมากับตัว ความรู้อยู่ในตำรา สนใจศึกษาเอาเอง” O.K. ผมสนใจ ผมศึกษาเอง ผมไม่ได้ไปเรียนกับใคร ผมเขียนได้อ่านออก ผมชอบใจมากที่ภรรยาผมเป็นด็อกเตอร์เหมือนกัน ได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารสหรัฐอเมริกา ดีที่สุด ได้กันมา ๑๐ ปี ไม่มีบุตร ผมต้องไปสอนกลับตี ๑ ตี ๒ ภรรยาจะมาต้อนรับ คนไทยชอบต้อนรับขับสู้ อ่อนน้อมถ่อมตน รักสามี ไม่ให้สามีว้าเหว่ เป็นคนดีมีน้ำใจ ฝรั่งเขานิยมคนไทย เขานิยมศาสนาพุทธ แต่เสียใจคนไทยเอาของดีไปทิ้ง เขาบอกเขามาเก็บของดีของเราไปหมด เดี๋ยวนี้เอาไปสอนหลายประเทศ เขาบอกเขารู้จักประเทศไทย แต่ทำไมประเทศไทยน่าอับอายฝรั่งที่แก้ปัญหาไม่ได้ น่าอายมากอาตมารู้สึกอายพี่น้องทั้งชาติเอาของดีไปทั้งหมด เอาของชั่วมาใส่ตัวสมควรแก่เวลาที่ฟังมาคงเหนื่อยยาก โยมมานั่งฟังด้วยศรัทธา พูดถึงสถาบันศาสนา สถาบันวัด สถาบันครอบครัว ต้องช่วยกันทุกคน ช่วยเศรษฐกิจให้ฟื้นให้ได้ อนุโมทนามูลนิธิถาวร ขอฝากท่านทั้งหลาย
ขออนุโมทนาทุกท่านโดยทั่วกัน จงประสบสุขสันต์นิรันดร มีอายุมั่นขวัญยืน ขออนุโมทนาแก่ท่านและคณะศิษย์และญาติสนิทมิตรสหาย ศาสนิกชนโดยทั่วหน้ากัน อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ขออำนาจบุญกุศลทั้งหลาย อำนาจหลวงพ่อถาวร ที่เข้มแข็งของพระพุทธศาสนา ประดุจเพชรน้ำหนึ่งในดวงใจ ขออนุโมทนาขอบารมีให้ญาติโยมทั้งหลาย ที่มา ณ ศาลาราชศรัทธาธรรม จงถวายเป็นพระราชกุศลแด่บรมบพิตรราชสมภารเจ้า และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศ์ศานุวงศ์และพระเจ้าหลานเธอฯ ทุกพระองค์ ตลอดจนเหตุการณ์ที่ได้บำเพ็ญมา ณ บัดนี้ ดลบันดาลย้อนกลับให้ญาติโยมทั้งหลาย โดยทั่วหน้ากัน จงประสบแต่ความสุขสันตินิรันดร จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ๔ ประการ มีอายุขอให้ยืนนาน วัณโณผิวพรรณผ่องใส สุขขังให้สุขภาพกายอนามัยทุกท่าน โรคภัยไข้เจ็บที่มีก็โปรดหาย สิ่งทั้งหลายที่คิดไว้ ขอให้สำเร็จผล ตามความมุ่งมาดปรารถนาด้วยกันทุก ๆ ท่าน ณ โอกาสบัดนี้เทอญ.

ขอบคุณข้อมูล : http://palipage.com/watam/piyapan4/K00024.htm

. . . . . . . . .