ธรรมบรรยาย คติธรรม

ธรรมบรรยาย คติธรรม

เป็นธรรมะที่บรรยายโดยพระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ในโอกาสต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีต

1. พูดดีเข้าใจง่าย พูดร้ายเข้าใจยาก
2. อย่ารุนแรงต่อกัน อย่าขัดแย้งกัน อย่าเอาแพ้ชนะกัน
3. ตัวเองไม่ทำได้แต่คิด ฉะนั้นชั่วชีวิตแล้วใครจะทำ
4. อยู่ในหน้าที่ทำให้ดีที่สุด อย่าได้หยุดแล้วแต่ชะตากรรม
5. เมื่อไม่กล้า ก็เกิดความไม่จริง เมื่อไม่จริง ก็เกิดความไม่ถูกต้อง เมื่อไม่ถูกต้อง ก็เกิดความไม่ยุติธรรม เมื่อไม่ยุติธรรม ก็เกิดความไม่สงบ
6. หยันให้ถูกที่ ทำความดีให้ถูกจุด กินละมุดอย่าให้ถูกเม็ด
7. จงเตรียมพร้อมเสียวันนี้ สำหรับภาระที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้
8. ความได้เป็นมนุษย์เป็นการยาก ควรทำตามคำของผู้เมตตาปรารถนาดีต่อตน

9. ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นความดับทุกข์จากทุกข์ทั้งหลาย
10. ทุกข์เป็นผล มีความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นเหตุ
11. จิตที่กิเลสเข้าปกคลุม จะเศร้าหมอง
12. กิเลสคือความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นความเศร้าหมอง เป็นความร้อน
13. หยุดความคิดปรุงแต่ง ใจย่อมผ่องใสห่างไกลความร้อนของกิเลส
14. ความสงบคือ ความสุขที่แท้
15. ส่วนมากของความทุกข์ ทีเกิดจากอำนาจของกิเลส ถูกปิดบังเสียด้วยความหลง คือความหลงเห็นทุกข์เป็นสุข
16. เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้
17. ทำใจให้สุขสงบได้ ปัญญาย่อมเกิด ย่อมยังให้รู้ได้ว่า ควรคิด ควรพูด ควรทำอย่างไร เพื่อความเจริญรุ่งเรือง ความร่มเย็นเป็นสุข
18. ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ
19. สักการะ ฆ่าคนชั่วได้
20. วามดีที่ทำไว้เอง เป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
21. ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
22. ภูเขาหินแท่งทึบไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น
23. การกระทำ ความประพฤติปฏิบัติของตนเองเท่านั้น ที่จะเหยียบย่ำตนให้ต่ำลงได้
24. ผู้มีปัญญา ย่อมมีจิตสงบตั้งมั่นอยู่ในความเป็นปรกติเสมอ
25. การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการชำระจิตให้ผ่องใส เป็นทางปฏิบัติที่เพียงพอ สำหรับความเป็นบัณฑิตในทางธรรม
26. พึงกล่าวถ้อยคำ อันไม่เป็นเหตุให้ใคร ๆ ขัดใจไม่หยาบคาย เป็นเครื่องให้รู้ความได้ และเป็นคำจริง
27. ศีลเท่านั้นเป็นเลิศในโลกนี้ ส่วนผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุด ความชนะในหมู่มนุษย์ และเทวดาย่อมีเพราะศีลและปัญญา
28. ปัญญาเป็นสิ่งเดียว ที่จะยังให้เป็นไปได้ดังความปรารถนา สามารถปลดเปลื้องทุกข์ จนถึงสลัดทุกข์ให้หลุดได้ อย่างหมดจดสิ้นเชิง
29. ผู้ไม่มีศีล หรือผู้มีศีลบกพร่องด่างพร้อยเพียงไร ปัญญาย่อมไม่มี ปัญญาย่อมอ่อน ปัญญาย่อมน้อยเพียงนั้น
30. ศีลทำให้ใจสงบได้ จากกิเลส โลภ โกรธ หลง ความสงบแห่งจิตหรือสมาธิย่อมเกิด
31. ชีวิตเราเป็นไปตามความคิดที่จะให้เป็นไป
32. กาลเวลา คือที่รักษาสุขภาพ
33. ทุกอย่างย่อมมีการเริ่มต้น ไม่มีสิ่งสำคัญสิ่งไหน ที่ได้รับความสำเร็จมาแล้วโดยปราศจากความกระตือรือร้น
34. ถ้าท่านต้องการไปให้ถึงยอด จงเริ่มต้นจากล่างก่อน
35. ผู้คุ้มครองที่ดีคือ ผู้บริการที่ดีนั่นเอง
36. ทุกคนลิขิต ชีวิตของตนเอง
37. ความหวังมีค่าพอ ๆ กับความผิดหวัง
38. การทำผิด เป็นวิสัยมนุษย์ การให้อภัยเป็นวิสัยพระ
39. ผู้ไม่เคยทำผิด คือผู้ไม่เคยทำอะไรเลย
40. มีพุ่มไม้ที่ไร้ค่า ยังดีกว่ามีทุ่งโล่งเฉย ๆ
41. ผู้ไม่เคยลิ้มรสสิ่งขมขื่น ย่อมไม่รู้ว่า ความหวานเป็นเช่นไร
42. ไม่มีสิ่งใดนำความสงบสุขสู่ตัวท่าน ยกเว้นตัวเอง
43. จิตใจมีค่า ยิ่งกว่าวัตถุ
44. ชนะตนเอง เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
45. สิ่งที่สำคัญในโลกคือการรู้จักประมาณตน
46. การถือดีเป็นผลของความเขลา และเป็นที่มาของความพินาศ
47. อำนาจอย่างล้นเหลือ ชักจูงจิตใจของผู้ที่ครอบครองมันไว้ให้ทำชั่วได้
48. จงหากำไรจากประสบการณ์
49. คนที่ไม่รู้อะไร จะไม่สงสัยอะไรเลย
50. ความรู้ที่ดี คือกุญแจสู่ความปลอดภัย
51. ความสุขุม เป็นทรัพย์ของคนฉลาด
52. ผู้มีสติปัญญาย่อมกล่าวคำแก้ตัว
53. ความดีคือรางวัลที่อยู่ในตัวของมันเอง
54. การพูดที่ไม่ได้คิด เหมือนกับการยิงที่ไม่ได้เล็ง
55. เราจะไม่รู้คุณค่าของน้ำ จนกว่าบ่อน้ำจะแห้ง
56. เทียนไขให้แสงสว่างแก่ผู้อื่น แต่มันก็เผาตัวมันเอง
57. ความร้อนทดสอบทองคำ ความทุกข์ทดสอบคน
58. ปากไม่พูด จิตไม่คิด เป็นสมาธิภาวนา
59. อดทนได้ รอได้ ช้าได้ ดีได้ อดทนได้ นิ่งได้ รอได้ ช้าได้ ดีได้
60. ชีวิต คือ เวลาย่อมมีเช้า สาย บ่ายเย็น
61. พระอาทิตย์ไม่เคยค้างฟ้า ขึ้นมาแล้วก็ตกไป
62. พูดมากนัก คนมักเบื่อ ไม่เชื่อฟัง จงระวังถ้อยคำที่พร่ำขาน เนื้อน้อยนิดติดปาก ลากคางยาน คนรำคาญ ไม่อยากฟัง นั่งตาปรือ

คติธรรมพระธุดงค์
1. ไปขอเขากินเรียกว่าบิณฑบาตโปรดสัตว์
2. กินแล้วนั่งหลับตา เรียกว่าภาวนาปฏิบัติ
3. ไม่ต้องอ่านต้องเขียนหวังเรียนทางลัด
4. นอนแล้วหลับตาสนิทเรียกว่าบำเพ็ญกิจวัตร
5. พูดมากน่ารำคาญ เรียกว่าเชี่ยวชาญปริยัติ
6. เข้าป่าหลายปี เรียกว่ามีดีกรี
7. พอออกจากธุดงค์คิดประสงค์จะสร้างวัด
8. บอกเลขบอกหวยหวังรวยทางลัด
9. แจกเครื่องรางของขลังเสียงดังเหมือนจุดประทัด
10. พอได้ที่มีสถานก็หวังเป็นสมภารเจ้าวัด
11. บอกคนโน้นบอกคนนี้ทำบัญชีเสียอัด
12. พอมีเงินมีทองก็อยากไปครองคฤหัสถ์
13. พอเห็นสีกงสีกาก็ทำท่าอยากจะฟัด
14. สึกหาลาเพศก็เลยเป็นเปรตข้างวัด

หัวใจเมือง
เมืองใดไม่มีทหาร เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมภารา เมืองนั้นไม่ช้าอับจน
เมืองใดไม่มีพานิชเลิศ เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน
เมืองใดไร้ศิลปโสภณ เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม
เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม
เมืองใดไร้นารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ
เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริดพิศมัย
เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย
(ของเก่าโบราณสุโขทัยราชธานี)
ถ้าอยากเป็นคนงาม อย่าวู่วามโกรธง่าย
ถ้าอยากเป็นคนสบาย อย่าเบื่อหน่ายความเพียร
ถ้าอยากเป็นคนมี อย่าเอาดีแต่จ่าย
ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม
ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ อย่าเหยียดหยามคนอื่น
ถ้าอยากเป็นคนมีความรู้ อย่าลบหลู่ครูอาจารย์
ถ้าอยากหาความสำราญ อย่าล้างผลาญสมบัติ
ถ้าอยากมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม
ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่างหวังความสงบ
ยิ้มแย้ม คือทำใจสบายอยู่เสมอ
ยกย่อง คือมีแต่วาจาสุภาพอ่อนโยนชมเชย
ยืดหยุ่น คือมีความเห็นใจผ่อนสั้นผ่อนยาว
ยืนหยัด คือเพื่อความเป็นธรรมต่อสู้ไม่ถอย
หยิบยื่น คือไม่ตระหนี่เผื่อแผ่ เจือจาน
ยินยอม คือเมื่อผิดยอมรับผิด
ยังยั้ง คืออุเบกขา สะกดใจ ไม่วู่วาม

ดูบ้านเมือง ดูที่ความสะอาด
ดูประชาชาติ ดูที่ความสามัคคี
ดูคนดี ดูทีการงาน
ดูลูกหลาน ดูที่การเคารพ
ดูหญิง ดูที่ความอาย
ดูชาย ดูที่ความกล้าหาญ
ดูพระ ดูทีกิจวัตร
ดูคฤหัสถ์ ดูที่ความขยัน

ไม่ยอมเรียนหรือจะรู้ ไม่ยอมดูหรือจะเห็น
ไม่ยอมทำหรือจะเป็น ต้องลำเค็ญย่ำแย่จนแก่ตาย
เข้าถึงจิตใจ เข้าถึงประชาชน
โอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ทุกคน วางตนเป็นกลาง
คนบ้าอย่าถือ คนดื้ออย่าสอน คนจรอย่าคบ
คนประจบอย่ารัก คนทักอย่านิ่ง คนจริงอย่าหน่าย
คนอายอย่าล้อ คนง้ออย่าโกรธ คนโฉดอย่าใกล้
คนตายอย่ากลัว คนชั่วอย่านำพา

ดินจะกลบ ลบกาย วายสังขาร
ไฟจะผลาญ เผาซาก สิ้นสาบสูญ
แต่ความดี มีอยู่ คู่ค้ำคูณ
เหมือนเทิดทูน แทนซาก ที่จากไป

ภาคเหนือถิ่นไทยงาม (งามรูปงามใจ)
ภาคอีสานถิ่นไทยดี (ขยันอดทน)
ภาคใต้ถิ่นไทยอุดม (ทรัพย์กรมาก)
ภาคกลางถิ่นจอมไทย (เป็นใหญ่เป็นโต)
(ของสมเด็จมหาวีรวงค์ อ้วน ติสฺโส วัดบรมนิวาส)

ประหยัดทรัพย์ จับจ่ายแต่น้อย ๆ ประหยัดปาก งดถ้อยคำบัดสี ประหยัดตาหาดูแต่สิ่งดี ประหยัดหู ฟังแต่ที่เป็นมงคล ประหยัดกายไม่กลั้วสิ่งมัวหมอง ประหยัดใจ คิดปลงสิ่งกุศล ประหยัดสิ้นวาจาอย่าวกวน ประหยัดตนให้อยู่ในวินัย การประหยัดช่วยให้ระเบียบดี การประหยัดเช่นนี้ หัดนิสัย การประหยัดเป็นโฉลกนำโชคชัย การประหยัดเป็นปัจจัยช่วยสร้างตน

ลูกดีคิดช่วยแก้ ลูกแย่คิดช่วยซ้ำ
ลูกระยำ ไม่เอาไหนเลย
มิดรดีคิดช่วยแก้ มิตรระยำไม่เอาไหนเลย

หนังด้านคนชอบใช้ ทำเกลือกใส่ลองบาท ซื้อขายมีราคา เพราะหนังด้านทนทานดี คนด้านซิร้ายกาจ หมดสามาร สิ้นบัดสี ใส่ครกตำสักพันที ก็ไม่มีหมดยางอาย

ม้าโกง คนชอบขี่ คึกคักดี หกหันเหียน หกโหนโจนวกเวียน หักหันเหียร ม้าวิ่งดี คนขี่เป็น
คนโกงซิร้ายกาจ หมดสามารถ ไม่อยากเห็น ต้มคนได้ทั้งเป็น หน้ามนุษย์ใจยักษ์มาร
ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว

คำกลอนจากลูก
อันแม่นี้อุ้มท้อง ประคองลูก
แม่พันผูกใจดี เมื่อมีฉัน
แม่ผู้เบ่งเก่งกล้า สุดจาบัลย์
เห็นหน้าแม่ฉัน ชุ่มชื่นรื่นฤดี
คลาลูกหิวแม่ก็ป้อน สอนให้พูด
เช็ดมูตรคูตสารพัด คอยขัดสี
ลูกไม่หลับ แม่กล่อมไกว ให้เปรมปรี
ในโลกนี้ คุณใครเล่า เท่าแม่เอย.

ไม่พูด ก็ไม่รู้เรื่อง
พูดมาก ก็เสียเรื่อง
พูดน้อย ก็ไม่หมดเรื่อง
ไม่ฟัง ก็ไม่เข้าใจ
ไม่คิด ก็เข้าใจผิดได้

นิสัยของคนโบราณ
คนโบราณ มีนิสัย ใฝ่ใจรัก
หนึ่ง ก่อสร้างหลักมั่นคง ลงพื้นฐาน
สร้างเวียงวังคลังนา สิ่งสาธาร
สร้างวิมารหมู่วัด ไว้ขัดเกลา
สอง นิสัยรักประณีต ไม่ขีดลบ
รักสงบปรองดอง ไม่หมองเศร้า
รักระเบียบเรียบหรู ดูแพรวพราว
รักโน้มน้าวอ่อนพริ้ว เหมือนนิ้วนาง
สาม รักงอกงามไพบูลย์ ไม่สูญสิ้น
สร้างแผ่นดินแผ่กระจาย ขยายกว้าง
ขยายงานการกิจ ทุกทิศทาง
สุขสว่างทั่วหน้า ประชาชี
สี่ รักต่อสู้กู้ชาติ ใจอาจหาญ
รักต่อต้านสู้รบ ไม่หลบหนี
สู้ไม่ถอยน้อยก็สู้ หมู่ไพรี
สู้ยอมพลีชีพหมด เหมือนมดแดง.

บริวารมา เพราะน้ำใจดี
บริวารหนี เพราะน้ำใจหมด
บริวารหมด เพราะน้ำใจแห้ง
บริวารกลั่นแกล้ง เพราะไม่ยุติธรรม

ขอบคุณข้อมูล : http://palipage.com/watam/piyapan4/K00035.htm

. . . . . . . . .