“ วินาทีบรรลุธรรม” หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

“ วินาทีบรรลุธรรม” หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

จากหนังสือ พระอรหันต์มีจริง วินาทีบรรลุธรรม
โดย : เธียรนันท์
นำมาพิมพ์เผยแผ่โดย คุณพยัคฆ์น้อย

บรรลุธรรมกลางถนน กรุงเทพ

ธรรมะเป็นอกาลิโก ไม่เลือกกาลและสถานที่ เรื่องนี้เป็นหัวข้อที่ใครๆท่องจำจนขึ้นใจ แม้จะอยู่ในกรุงเทพ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความจอแจคับคั่งของผู้คน แต่ ณ. ที่นี้ครั้งหนึ่งในอดีต.. กลางถนนสายหนึ่ง ณ.ศูนย์กลางแฟชั่นความทันสมัยจากยุโรป หลวงปู่มั่นได้เข้าถึงธรรมมาแล้ว

เหตุเกิดในพรรษาที่ 8 หลวงปู่มั่นเดินทางเข้ากรุงเทพ พักกุฏิที่วัดสระปทุม (วัดปทุมวนาราม-ปัจจุบัน) เพื่อศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติไปพร้อมๆกัน ระหว่างที่จำพรรษาที่นี้ 3 พรรษา ท่านต้องเดินทางไปยังวัดบรมนิวาสเพื่อศึกษาธรรมฟังเทศน์จากทานเจ้าคุณอุบาลีคุณปมาจารย์ (จันทร์ สิริจฺนโท) เป็นประจำ
คืนเดือนเพ็ญราตรีหนึ่ง. หลวงปู่มั่นพร้อมสหธรรมมิกราว 5 รูป ได้เดินทางไปฟังธรรมะจากท่านเจ้าคุณอุบาลีตามปกติ ขณะที่พระคาราวานนี้เดินทางกลับวัดสระปทุม บนถนนพระรามหนึ่ง

ยามราตรีแสงเพ็ญกระจ่าง ส่องสว่างมองเห็นภาพสองข้างทางโดยไม่ต้องใช้ไฟประทีปส่อง ขณะที่พระสหธรรมมิกท่านอื่นๆเดินก้มหน้าก้มตาไปล่วงหน้า ส่วนหลวงปู่มั่นเดินตามหลังพอเดินผ่านหน้าวังของกรมพระสวัสดิ์ ฯ (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนช่างกลปทุมวัน) ซึ่งเป็นวังแบบยุโรป สมัยนั้นนับว่าแปลกตาสวยงามมาก หลวงปู่มั่นมองเห็นเข้า ใจก็คิดไปอัตโนมัติว่า “สวยงาม”

แต่ความต่อเนื่องของสติสัมปัชชญญะ ทันที่ที่คิดว่า “สวยงาม” เท่านั้น จิตรวมลงไปเกิดความรู้ขึ้นมาว่า ดินหนุนดิน แล้วจิตก็ไม่หยุดนิ่ง กลับรวมลงไปอีก แล้วเกิดญาณขึ้น กำหนดรู้อริยสัจเหมือนพรรษาที่ 3 (วัดเลียบ -รู้ธรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ) จิตรู้อริยมรรคทวนของเก่าว่า

“ดินหนุนดิน คือสังขารทั้งหลายที่มีวิญญาณครอง และไม่มีวิญญาณครอง เพราะธาตุทั้ง 4 รวมกัน โดยมีธาตุดินเป็นธาตุนำ เพราะเป็นของแข็งเหมือนเอาดินก่อก่ายกันขึ้นมา ส่วนธาตุนอกนั้นเป็นธาตุอาศัย นอกจากนี้ได้ความรู้เพิ่มอีกว่า อริยธรรมนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนหัวหลักหัวตอ ขี้ดิน ขี้หญ้า ฟ้าแดดดินลม พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงเดือน ดาว นักขัตฤกษ์ที่ไหน คงตั้งอยู่ที่คนนี่เอง ไม่เลือกกาลสถานที่อริยบถ ..”

หลวงปู่มั่นชี้ชวนให้ดูว่า “ดูแต่เรานี่สิ… ยืนว่ากันกลางถนนในกรุงเทพนี้เลย”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.baanmaha.com/community/thread11612.html

. . . . . . . . .