ธรรมะหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต …จากหนังสือมุตโตทัย

ธรรมะหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต …จากหนังสือมุตโตทัย

ธรรมะหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
(สรุปจากหนังสือ “มุตโตทัย” หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

ผู้ใดสำรอกอวิชชาได้ ย่อมเข้าสู่แดนอันเกษม มีปรินิพพานเป็นที่สุด
ลูกของอวิชชา คือ สังขาร (การคิดปรุงแต่ง เป็นอาการของจิต)
หลานของอวิชชา คือ นิวรณ์ ๕ (กิเลส – ตัวปิดกั้นจิต มิให้บรรลุถึงความดี)
เหลนของอวิชชา คือ อโยนิโสมนสิการ (การไม่น้อมจิตคิดพิจารณาธรรม โดยแยบคาย)
โหลนของอวิชชา คือ วัฏกิเลส วัฏกรรม วัฏสังสาร

มนุษย์มีบิดามารดาเป็นแดนเกิด

นโม แยกเป็น ๒ ธาตุ คือ
๑. น – ธาตุน้ำ (แม่) ๒.โม – ธาตุดิน (พ่อ)
ฐีติภูตํ คือ จิตเดิมแท้ เป็นแดนเกิดของ “อวิชชา” เพราะมีความหลง ซึ่งเป็นตัวดั้งเดิมของสังสารวัฏฏ์ จิตหายหลงเมื่อใด ก็จะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดเมื่อนั้น
(อวิชชา คือ ความไม่รู้แจ้งในหลักธรรมอริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ และข้อปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์
วิชชา คือ ความรู้แจ้งในหลักธรรมอริยสัจ ๔ ทุกข์ได้กำหนดรู้แล้ว เหตุแห่งทุกข์ได้กำหนดละแล้ว การดับทุกข์ได้ทำให้แจ้งแล้ว และข้อปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์ได้เจริญแล้ว)

วิชชา และอวิชชา จึงเกิดที่ฐีติภูตํ เช่นเดียวกัน
ฐีติภูตํ คือ จิตเดิมแท้นั้น ไม่มีอาการของผู้หลุดพ้น
ฐีติภูตํ เป็นธรรมชาติใสสว่าง แต่มืดมัวเพราะอุปกิเลส (เป็นของปลอม) ซึ่งจรมาทางทวารทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ผู้ปฏิบัติต้องทำลายของปลอมให้หมดสิ้นไป ของปลอมก็ไม่สามารถเข้าถึงฐีติภูตํได้ แม้จะเกี่ยวข้องกับอารมณ์ทางโลกอยู่ ก็ดุจน้ำกลิ้งบนใบบัว

( อุปกิเลส ๑๖ ได้แก่ โลภ พยาบาท โกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่บุญคุณท่าน ตีเสมอ ริษยา ตระหนี่ มารยา โอ้อวด กระด้าง แข่งดี ถือตัว ดูหมิ่น มัวเมา และประมาท)
เขียนโดย ธรรมะจากพระพุทธโอษฐ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://tamma-anatta.blogspot.com/2012/06/blog-post_598.html

. . . . . . .