ลิงเพื่อนในป่า ประสบการณ์โลกทิพย์ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต (ตอนที่ ๑๘)

ลิงเพื่อนในป่า

ประสบการณ์โลกทิพย์ในการออกธุดงค์ของพระอาจารย์มั่นภูริทัตโต (ตอนที่ ๑๘)

บ่ายวันหนึ่ง พระอาจารย์มั่นออกจากสมาธิไปนั่งตากอากาศอันรื่นรมย์ห่างจากหน้าถ้ำพอประมาณ ขณะกำลังเสวยสุขเพลินอยู่กับ

การพิจารณาธรรมทั้ง ฝ่ายมรรคคือทางดำเนิน และ ฝ่ายผลคือความสมหวัง เป็นลำดับ จนถึงความดับสนิทแห่งกองทุกข์ภายในใจ

ไม่มีเหลือพอดีมีฝูงลิงใหญ่พากันเที่ยวหากินมาบริเวณหน้าถ้ำ โดยมีหัวหน้ามาก่อนเพื่อน ปล่อยระยะห่างจากฝูงประมาณ 1 เส้น

พอหัวหน้าจ่าฝูงลิงมาถึงบริเวณหน้าถ้ำ ก็มองเห็นพระอาจารย์มั่นนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหวลิงตัวนั้นหยุดชะงักจ้องมองด้วยความสงสัย

มันค่อยๆ ด้อมๆ มองๆ วิ่งถอยไปถอยมาอยู่บนต้นไม้พิจารณาดูท่านคล้ายจะพูดว่า นั่นมันตัวอะไรกันแน่

ท่านจึงชำเลืองมองกำหนดวาระจิตดูจิตของลิงจ่าฝูงตัวนี้ก็เข้าใจมันเป็นห่วงเพื่อนฝูงมากกลัวจะเป็นอันตราย ท่านรู้สึกสงสารมันมาก

จึงแผ่เมตตาส่งกระแสจิตไปยังมันว่า เรามาบำเพ็ญธรรม มิได้มาเบียดเบียนมุ่งทำร้ายใคร อย่าได้กลัวเราไปเลย จงพากันหาอยู่กิน

ตามสบายเถิด ลิงจ่าฝูงรีบวิ่งกลับไปหาพรรคพวกบริวารที่กำลังดาหน้ามาเป็นฝูง

พระอาจารย์มั่นเล่าว่าตอนนี้น่าหัวเราะและน่าสงสารมากเพราะลิงมันพูดกัน ภาษาของลิงคนเราปุถุชนฟังไม่รู้เรื่อง แต่ลิงก็มีภาษาของมัน

เหมือนกัน ซึ่งท่านสามารถฟังเข้าใจรู้เรื่องโดยตลอดด้วยธรรมปัญญา พอลิงตัวจ่าฝูงวิ่งไปถึงพรรคพวกมันรีบร้องบอกกันอย่างตื่นเต้นว่า

“โก้ก”กระแสเสียงของมันเป็นระดับความถี่สูงซึ่งแปลออกมาเป็นภาษามนุษย์แล้วก็ได้ใจความเต็มประโยคว่า

“โก้ก…เฮ้ยอย่าด่วนเข้าไปที่นั่น…มีอะไรอยู่ที่นั่นเว้ย โก้ก…ระวัง” ?

พรรคพวกบริวารของมันได้ยินได้ฟังเช่นนั้นก็ตื่นเต้นกันใหญ่ ร้องถามกันเซ็งแซ่ว่า

“โก้ก..อยู่ที่ไหน” ?หัวหน้าลิงก็ตอบว่า“โก้ก..อยู่ที่นั่น นั่งอยู่นั่งไง เห็นไหม” ?

ตอบแล้วก็หันมามองทางท่าน แล้วมันก็กำชับว่า

“โก้กๆๆ…พวกเราอย่าพากันไปเร็วนักค่อยๆ ไป ดูเสียก่อนให้แน่ใจว่านั่นมันเป็นตัวอะไร”

เมื่อหัวหน้าสั่งเช่นนั้นฝูงลิงก็ค่อยๆ เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ส่วนตัวหัวหน้าฝูงรีบวิ่งขึ้นไปสังเกตดูท่านอยู่บนยอดไม้ใกล้ๆ

กิริยาอาการของมันมีทั้งกลัวท่านและสงสัยเป็นล้นพ้นขณะเดียวกันก็เป็นห่วงเพื่อนฝูงจะได้รับอันตรายด้วย ท่านพระอาจารย์มั่นขันก็ขัน

สงสารก็สงสาร ท่านได้ใช้วาระจิตกำหนดดูใจมันทุกระยะซึ่งเป็นเรื่องลึกลับสำหรับมนุษย์ธรรมดาจะรู้ได้

แต่ท่านอาจารย์มั่นมีเจโตปริยญาณจึงสามารถรู้คำพูด และรู้ความรู้สึกนึกคิดของมันทุกขณะจิต มันกระโดดขึ้นกระโดดลงตามกิ่งไม้ตาม

นิสัยหลุกหลิกของลิงอยู่วุ่นวาย มันสังเกตสังกาดูท่านซ้ำๆ ซากๆ อยู่พักใหญ่จนแน่ใจว่าท่าไม่เป็นอันตรายต่อพวกมันมันจึงรีบลงจากต้นไม้

วิ่งไปบอกสมัครพรรคพวกว่า ?“โก้กๆๆ…ไปได้แล้วเว้ย โก้ก…ไม่มีอันตรายแล้ว เขาไม่ทำอะไรเราหรอก

พากันหากินได้ตามสบายไม่ต้องกลัว”

ท่านพระอาจารย์มั่นเล่าว่าถ้าไม่รู้คำที่มันพูดจะเห็นว่า เป็นเพียงเสียงที่เปล่งออกมาสั้น ๆ ธรรมดา เช่นเดียวกับเราได้ยินเสียงนกเสียงกา

แต่ความจริงนั้น ลิงมันเปล่งเสียงออกมาชัดถ้อยชัดคำทุกประโยคเหมือนคนเราพูดจากันดีๆ นี่เอง เสียงพูดของมันที่เปล่งออกมาแต่ละ

ครั้งนั้นมีช่วงความถี่สูงมาก ในความถี่นี้ได้บรรจุถ้อยคำไว้เต็มประโยคฟังรู้เรื่องกันเป็นอย่างดี ฝูงลิงเหล่านั้นเมื่อหัวหน้าบอกกล่าวจนแน่ใจ

ว่าไม่มีอันตรายแน่แล้ว มันก็พากันเคลื่อนไหวด้อม ๆ มอง ๆ เข้ามารุมดูท่านเต็มไปหมด

แต่อยู่ในระยะต่าง ๆ พลางก็ส่งภาษาโก้กเก้กบอกกล่าวกันให้แซ่ดแซ่ไปหมดทั้งป่าอยู่พักใหญ่ จนแน่ใจว่าไม่มีอันตรายแน่แล้ว

จึงพากันแยกย้ายออกเก็บผลไม้แถวนั้นกินเป็นที่ร่าเริงสนุกสนานตามประสาของพวกมัน ไม่เอาใจใส่ต่อท่านอีกต่อไป

นอกจากฝูงลิงแล้วก็ปรากฏว่ามีสัตว์อื่น ๆ เช่นเสือ หมี งู นก เก้ง กวาง เป็นต้น พากันมาวนเวียนหากินอยู่ใกล้ ๆ

ถ้ำเสมอพวกมันไม่เอาใจใส่ในตัวท่านแต่อย่างใดต่างก็หากินไปตามปกติ

ท่านสังเกตว่า พวกสัตว์เขาก็มีความสุขดีเหมือนกัน พอใจในความเป็นอยู่ของตัวเองว่าเป็นเลิศแล้ว

ไม่มีสัตว์ชนิดอื่นนอกจากพวกตัวจะเสมอเหมือน

โดยมากพระไปอยู่ที่ไหน พวกสัตว์ชนิดต่าง ๆ ชอบไปอาศัยอยู่ด้วย ไม่ว่าสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ เพราะความรู้สึกของพวกมันคล้ายคลึงกัน

กับมนุษย์ เป็นแต่พวกมันไม่มีอำนาจและมีความเฉลียวฉลาดรอบด้านเหมือนมนุษย์เท่านั้น จะมีความฉลาดเฉพาะการหาอยู่หากิน

และหาที่ซ่อนตัวเพื่อเอาชีวิตรอดไปวันหนึ่งๆ เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.watpanonvivek.com/index.php?option=com_content&view=article&id=1770:2010-03-16-19-04-42&catid=39:2010-03-02-03-51-18

. . . . . . .