คำสอนของ หลวงปู่บุดดา ถาวโร

คำสอนของ หลวงปู่บุดดา ถาวโร

มีหนังแผ่นเดียว มีจิตดวงเดียวเท่านั้น ก็หนังแผ่นเดียวมันหุ้มอยู่ทั้งหมดกับทะลุ ๙ ช่อง นะวะทะวารัง ทะลุทางตา ๒ หู ๒ จมูก ๒ ปาก ทวารหนัก ทวารเบา………

หนังแผ่นเดียวนี้ก็ไม่ มีเจ้าของ นามรูปไม่มีเจ้าของใช้ได้แล้ว เข้าทางแล้ว รูปฌานเป็นเจ้าของไม่ได้ อรูปฌานก็เป็นเจ้าจองไม่ได้………

จับก็จับไปซิ จับแต่หนัง ไม่ได้จับตัว ตัวมีที่ไหนล่ะ พออริยมรรค ๔ อริยผล ๔ ทำงาน พอหมดแล้วไม่มีเจ้าของแล้ว…

หนัง แผ่นเดียวมันรักษาง่าย อยู่ในท้องก็มีเท่านี้แหละ ออกจากท้องมาแล้วก็มีเท่านี้แหละ หมดไป ๑๐๐ ชั่วโมง ๑๐๐ วัน ก็มีหนังแผ่นเดียวเท่านี้แหละ ตื่นขึ้นมาก็มีหนังแผ่นเดียว จะดับไปก็หนังแผ่นเดียว…

จะมาเกิดอีกก็มีแค่หนังแผ่นเดียวเท่านี้ ยังไม่เชื่อกัน ไม่เชื่อธรรมะก็ตามใจซิ………

อยาก ดูหนังก็ให้ดูหนังเรามีให้ดูตลอดเวลา ดูตามนี้ธรรมะดีขึ้น หนังมันดีลง จะไปติดอะไรกับหนัง จะไปเสียดายอะไรกับหนัง แค่กระดาษห่อขนมปังเท่านั้นเอง คนรู้นะ เขาทิ้งกระดาษห่อขนมปังทั้งนั้น พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ท่านรู้อย่างนี้ ท่านไม่หลงไม่ลืม แล้วเราจะอวดดีไปหลงไปลืมทำไม………

หลวงปู่บุดดา ถาวโร
วัดกลางชูศรีเจริญสุข อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

หลวงปู่บุดดา ท่านเป็นพระผู้อาวุโสและมีความสามารถแตกฉานในพระธรรม วินัยมากที่สุดองค์หนึ่ง
แต่เดิมนั้นท่านไม่เคยศึกษาทางด้านพระธรรมวินัยมาก่อ นเลย
ครั้นเมื่อได้ออกบำเพ็ญเพียรจิตภาวนาในป่าและภูเขา สติปัญญาที่ได้ถูกกลั่นกรอง อบรมมาดีแล้ว เป็นเครื่องชี้บอก อันที่เกิดจาก ปัญญาภายในอย่างน่าอัศจรรย์!

หลวงปู่บุดดา ถาวโร เกิดเมื่อวันเสาร์ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย ซึ่งตรงกับวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ ที่ตำบลภุคา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี?บิดาชื่อ นายน้อย มงคลทอง มารดาชื่อ นางอึ่ง มงคลทอง
ในสมัยเป็นเด็กเล็ก ๆ นั้นท่านสามารถระลึกชาติได้ อันเป็นทุนเดิมที่ท่านเคยสั่งสมไว้นั่นเอง

ในสมัยเป็นฆราวาส หลวงปู่บุดดา ถาวโร ได้เคยรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ภายหลังจากพ้นทหารแล้ว หลวงปู่บุดดา ได้เข้าอุปสมบท เป็นพระภิกษุสงฆ์ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๕ ณ พัทธสีมา วัดเนินยาว ต.โพนทอง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยมีท่านพระครูธรรมขันธสุนทรเป็นพระอุปัชฌาย์จารย์ ในพรรษาที่สอง ท่านก็ได้เดินธุดงค์ไปฝั่งลาว ไปถึงนครเวียงจันทร์
หลวงปู่บุดดา ถาวโร เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมที่มีอัธยาศัย ท่านเคยได้พบปะสนทนาธรรมกับครูบาอาจารย์ที่เป็นศิษย์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อยู่เสมอ ๆ อย่างเช่น หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่บุดดา เคยออกปากชมหลวงปู่สิมต่อหน้าคณะศิษยานุศิษย์ทั้งหลา ยว่า ?เรื่องธุดงค์เข้าป่าลึกและนานกันแล้ว ท่านสู้อาจารย์สิมองค์นี้ไม่ได้?
นี้เป็นข้อคิดแก่เราบรรดาศิษย์ทั้งหลายว่า ?อันครูบาอาจารย์ไม่ว่าสายใด ๆ ก็ตาม ถ้าเป็นพระฝ่ายปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เจริญด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา อันบริบูรณ์ตามหลักพระธรรมวินัย ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสบัญญัติได้ด ีครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระฝ่ายมหานิกาย หรือฝ่ายธรรมยุตฯ ก็ตาม ย่อมถือได้ว่า เป็นบุตรพระตถาคตเจ้าองค์เดียวกันทั้งสิ้น?

สมัยที่หลวงปู่บุดดา ถาวโร ออกบำเพ็ญเพียรในป่า เมื่อใกล้เข้าพรรษาท่านจะเข้ากรุงพักอยู่ที่วัดบรมนิ วาสบ้าง วัดเทพศิรินทร์บ้าง ในต่างจังหวัดบ้าง
ทุกวัดทุกสำนัก ไม่เคยรังเกียจในองค์ท่านเลย
ยกตัวอย่างเช่น ท่านพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) ท่านธมฺมวิตกฺโก (พระยานรรัตนราชมานิต) ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติแบบเงียบ ๆ นอกจากจะมีความศรัทธาเลื่อมใสแล้ว ท่านยังสนับสนุนโดยไม่เลือกนิกายอีกด้วย
การปฏิบัติธรรมของท่านสมัยนั้น นับว่าเป็นการปฏิบัติอย่างชนิดเอาเป็นเอาตายกับกิเลส มารเลยทีเดียว

สมัยที่หลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร หรือ ?คุณพ่อสงฆ์? หลวงปู่บุดดา ท่านเรียก เมื่อเกิดมีภัยมาถึงตัวไม่ว่าสัตว์ร้าย หรือไข้ป่ารุมเร้าภายใจอย่างรุนแรง ท่านก็จะต้องให้คุณพ่อสงฆ์ช่วยปัดเป่าทุกครั้งนี่แสด งได้ว่า ?ท่านเคยมีความผูกพันกันมาแต่อดีตชาติ เมื่อกลับมาชาตินี้ ท่านก็ยังสงเคราะห์กันอยู่เช่นเดิม?

ปัจจุบันนี้ หลวงปู่บุดดา ถาวโร ท่านมรณภาพแล้ว เราผู้เป็นศิษย์นับได้ว่าลูกหลานของหลวงปู่ ถ้าแม้ยังความดีงามของท่าน สู่จิตใจแล้ว คงจะได้พบกับสุข ความเจริญแก่ตัวท่านเอง หลวงปู่บุดดา ถาวโร ขณะนี้อายุท่านได้ ๙๐ ปีแล้ว ยังเป็นร่มโพธิ์ทองปกป้องความทุกข์ร้อนของกิเลสให้กั บเราอยู่
หลวงปู่บุดดา ถาวโร ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่แตกฉานในทางธรรมได้อย่างน่าอ ัศจรรย์กล่าวคือ
?ท่านจะตอบปัญหาธรรมะจากบุคคลที่เข้ากราบเรียนถามอย่ างจะแจ้งชัดเจน และได้ อ้างอิงถึงข้อพุทธบัญญัติไว้ในพระไตรปิฎกหน้านั้น บทนั้นเลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็ไม่เคยศึกษาหาความรู้ในการนี้มาก่อน
และการตอบปัญหาธรรมก็จัดอยู่ในขั้นสูงทั้งสิ้น

แม้ว่า มีท่านผู้ปฏิบัติธรรมจะเรียนถามหลวงปู่ท่าน ท่านจะพูดหลักปฏิบัติที่เกิดจากธรรมะภายในใจอย่างชัด แจ้ง
ภูมิธรรมปัญญาได้บังเกิดกับท่านนี้ เป็นที่บ่งชัดว่า ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในขั้นสูงองค์หนึ่งในประเทศไทย
ความเมตตาสงเคราะห์แก่บุคคลทุกเพศทุกวัยนั้นเสมอเหมื อนกันทุกคน ไม่มีการแบ่งชั้น หรือยกเว้นแก่ผู้ใด
หลวงปู่บุดดา มีพร้อมทุกอย่างทางด้านคุณธรรมเหล่านี้ท่านไม่เคยแสด งความอิดโรยต่อการสั่งสอน
สิ่งที่เราท่านจะประจักษ์แจ้งก็ด้วยการเดินทางไปนมัส การท่าน ปฏิภาณอันแหลมคม ฉับไวท่านจะแสดงธรรมคำสอนตักเตือนให้ทุกคน มุ่งมั่นแต่สิ่งดีงามคือ

รักษาศีล… อันเป็นพื้นฐานของชีวิต ที่ทุกคนเกิดมาแล้วพึงทำให้แจ้ง ปฏิบัติให้จริง
สมาธิ?นำภูมิจิตภูมิใจ ให้อยู่กับร่องกับรอย ทำกิจน้อยใหญ่ให้อยู่กับสมาธิ อย่าหวั่นไหวเอนเอียง
ปัญญา?นำภูมิธรรมทั้งปวงที่มองเห็นด้วยตาสัมผัสได้ด้ วยใจมาตีความหมายในธรรมนั้นให้แตกรอบคอบ หมั่นพิจารณาอยู่เสมอ ๆ

จิตใจที่อบรมมาดีแล้ว ปัญญาอันแหลมคมนั้น จะเป็นผู้พิพากษาตรึกตรองด้วยความเที่ยงธรรมและเป็นป ัญญาที่แน่นอนเชื่อผลได้?
ท่านสอนไว้ตอนหนึ่งว่า?

?พระพุทธเจ้าท่านไปถึงที่สุดแล้ว เราเป็นผู้ดำเนินตาม ก็ควรรีบเร่ง?ท่านเข้าพระนิพพาน ก็ไม่ได้มีค่าผ่านประตู พระอรหันต์ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า ไปถึงแล้วได้เปล่า ไม่ต้องเสียค่าภาษีอากรอะไร ไม่มีค่าผ่านประตู พอไปถึงท่านก็ไม่ได้แบ่งภาคเป็นสาวกผู้หญิง สาวกผู้ชาย หมดสมมติเป็นผู้ประเสริฐหมด!??

http://samathi.com/meditation/archiv…php/t-755.html

http://www.jetovimut.com/forum/index.php?topic=493.0

. . . . . . . . .