คำสอน หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

koon2

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ท่านเป็นพระเถระที่มีพุทธศาสนิกชนเคารพเลื่อมใสศรัทธามากที่สุดอีกองค์หนึ่ง มโนสำนึกที่ท่านแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ความเมตตาของท่านอย่างแท้จริงที่ท่านพยายามจะช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้พ้นจากความทุกข์ ผู้คนเป็นจำนวนมากมายที่ได้รับความเมตตาจากท่าน นับถือท่านประดุจดังเทพเจ้า และทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้กระทำลงไป ท่านทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ด้วยเมตตาธรรมอันสูงยิ่ง ทำให้คนที่เป็นทุกข์อยู่ได้มีความสุขใจได้ ระดับหนึ่ง จนท่านได้รับการกล่าวขานด้วยความเคารพนับถือจากพุทธศาสนิกชนทั่วไปว่า เป็นนักบุญแห่งที่ราบสูง
หลวงพ่อมีคำสอนที่ลึกซึ้ง กินใจ แม้ว่าบางครั้งคำพูดของท่านอาจจะฟังไม่ระรื่นหูนักสำหรับบางคน แต่ความหมายแห่งคำสอนของท่าน สามารถช่วยให้ผู้ที่ได้รับฟังและนำมาคิด ได้รับประโยชน์สุขในการดำรงชีวิตเป็นอย่างยิ่ง

• หลักการทำบุญ

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า หลวงพ่อเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม โดยส่วนหนึ่งได้แก่การบริจาคปัจจัย หรือมอบเงินให้กับการกุศลจำนวนมากมหาศาล ซึ่งล้วนก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สาธารณชนทั่วไป ดังเช่นคราวมอบเงินเพื่อสร้างโรงพยาบาล อำเภอสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมาจำนวนเงิน ๑๕ ล้านบาท หลวงพ่อให้จารึกที่ป้ายหน้าโรงพยาบาลว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ สร้างอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอนุวงศ์ อดีตเจ้าเมืองเวียงจันทน์ (ประเทศลาว)” จากคำจารึกดังกล่าว ทำให้ผู้คนสงสัยว่า เป็นเพราะเหตุใดหลวงพ่อคูณจึงได้อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าอนุวงศ์ ซึ่งถือเป็นศัตรูกับชาวโคราช หลวงพ่อคูณจึงได้ไขข้อข้องใจว่า การทำบุญไม่แตกต่างจากการคิดทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ต้องมีแนวทาง หรือขั้นตอนในการทำ นั่นคือการทำบุญแต่ละครั้ง แผ่ส่วนกุศลให้กับศัตรูหมู่มารด้วย เช่น เจ้ากรรมนายเวร เจ้าบุญนายคุณ เพราะเป็นของคู่กับเราเหมือนดำคู่กับขาว มืดคู่กับสว่าง สุขคู่กับทุกข์ เป็นต้น หากไม่มีเจ้าอนุวงศ์ก็ไม่มีโอกาสมีวีรสตรี หรือท้าวสุรนารีและลูกหลานก็ไม่มีโอกาสได้รู้จักบุคคลสำคัญคือ คุณย่าโม นางสาวบุญเหลือ ดังคำกล่าวที่ว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” ดังนั้นเจ้าอนุวงศ์จึงสมควรที่จะได้รับบุญกุศลด้วยจึงสมบูรณ์
• หัวใจพระพุทธศาสนา

หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายทั้งปวง สรุปมาเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาได้ ๓ ประการ คือ ละความชั่ว ทำดีให้ถึงพร้อม และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ มีสมาธิ หลวงพ่อคูณได้ให้คำสอนสำหรับพุทธศาสนิกชนยึดถือปฏิบัติสั้นๆเข้าใจง่ายๆว่า “ละทำชั่ว ทำดี มีศีลธรรมประจำใจ”
หลวงพ่อกล่าวถึงการปฏิบัติธรรมตามหลักเบญจศีล และเบญจธรรม ท่านมักกล่าวอยู่เสมอว่า คนไทยจะต้องละความชั่ว ทำดี มีศีลธรรมประจำใจท่านบอกว่า… “อยากให้บ้านเราเจริญนะ ไม่ยากหรอก ตั้งอยู่ในองค์ปัญจะทั้ง ๕ คือรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ ไม่ให้ขาด อย่าให้ด่างพร้อย เป็นมนุษย์สุดประเสริฐ หรือใครก็ตาม แม้แต่พระเราก็ต้องรักษาศีล ๕ ถ้าไม่มีศีล ๕ ประจำใจ ไม่ว่าพระรูปใดรูปหนึ่ง ก็เป็นพระไม่ได้เหมือนกัน”บุญบาปมีจริง หลวงพ่อคูณจะแนะนำคำสอนอยู่ตลอดเวลา และให้นำไปประพฤติปฏิบัติเอง จะได้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง อันนำมาซึ่งความเจริญทั้งต่อตนเองและประเทศชาติ โดยให้ยึดมั่นและให้เชื่อว่า บาปมีจริง บุญมีจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ให้ปฏิบัติตามศีล ๕ อันเป็นรากเหง้าของศีล เท่านี้ก็นับว่าเป็นมนุษย์สุดประเสริฐแล้ว
หลายครั้งที่ท่านพูดเรื่องบาปบุญ เช่นอวยพรปีใหม่ ตอนหนึ่งว่า……กูไม่มีอะไรมาก กูไม่มีอะไรจะสอนพวกมึงหรอก เพราะพวกมึงก็รู้ว่ากูพูดไม่เป็น พูดไม่เก่งเหมือนเขา เทศนาว่ากล่าวอะไรก็ไม่เป็น กูมีแต่ว่าให่ละชั่ว ทำดีกันเท่านั้นแหละ บุญบาปมีจริงลูกหลานเอ้ย ให่เชื่อว่าบุญมีจริง บาปมีจริง ให่ละชั่ว ทำดี มีศีลธรรมประจำใจ บุญเห็นกับตา บาปเห็นกับตา รักตัวกลัวภัยอย่าทำชั่ว ให่ตั้งอยู่ในเมตตา”
หลวงพ่อคูณกล่าวขึ้นว่า ขึ้นชื่อว่าบุญมีอะไรก็ทำไป อย่าไปเลือกว่าบุญมากบุญน้อยทำไปก็มากเอง
“คนนับถือศาสนาพุทธ ไม่ต้องเชื่ออะไร เชื่อบุญมีจริง บาปมีจริง ก็ใช่ได้ เท่านั้นพอ ไม่ต้องทำอะไร”
เวลาทำบุญทำไมต้องไปถึงพระพุทธบาท “พ่อแม่อยู่บนบ้าน มึงไม่ทำบุญเลย มึงควรทำบุญทุกวันก็จะได้มาก มึงอย่ามัวรอทำบุญ ๑๐๐ วันมึงจะได้สักเท่าไร” หลวงพ่อคูณให้ข้อคิดเกี่ยวกับการทำบุญว่า การทำบุญ อย่าไปกลัวบุญ อย่าไปอายบุญ ต้องแข่งเขาทำ เหมือนกับการสร้างพระประธานเอาไว้ในโบสถ์ สร้างได้แค่องค์เดียว ต้องแย่งกันจอง เหมือนกฐินที่จะนำไปทอดวัดที่มีชื่อเสียง ถ้าไม่จองกันไว้ก่อน มีเงินล้นฟ้าเท่าไรก็ทอดไม่ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น และท่านได้กล่าวว่า…
“คนทำบุญนี้ ก็ต้องฝึกมาตั้งแต่เป็นเด็ก เมื่อเคยฝึกทำมาแล้ว ภายหลังมีเงินมีทอง จะบริจาคก็ไม่เสียดาย”
หลวงพ่อคูณให้ความสำคัญ และพยายามเน้นให้สาธุชนเชื่อในเรื่องบุญ เรื่องบาป โดยให้เชื่อว่าบุญมีจริง บาปมีจริง เพราะถ้าเชื่อเช่นนี้แล้ว เราจะหันไปประกอบแต่กรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว ใครทำบุญจะได้ไปสวรรค์ ใครทำชั่วจะได้ไปนรก คือความทุกข์กายทุกข์ใจ ดังคำกล่าวที่ว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ”
กิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ถือว่าเป็นรากเหง้าแห่งความชั่วทั้งหลายทั้งปวง ในทางพระพุทธศาสนาสอนให้นำอำนาจของพระธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้ามาทำลายล้างกองกิเลสทั้ง ๓ นี้ โดยใช้วิธีปฏิบัติตามธรรมะ ๓ ประการ คือ ทาน ศีล ภาวนา ตาลำดับ
หลวงพ่อคูณ เป็นผู้ทำเป็นตัวอย่างในการที่จะตัดกิเลสทั้ง ๓ นี้ ท่านพยายามที่จะจัดการกับกิเลสพวกนี้ หลวงพ่อคูณแนะนำว่า “ตัวไหนมันมากระซิบหูเรา อย่าไปเชื่อมัน” เช่นตัวโลภะมา ก็เฮ้ยจะไปโลภทำไม สิ่งที่ท่านกลัวที่สุดคือกลัวโลภะ โทสะ โมหะ จะเกิดขึ้น กลัวมันจะครอบงำจิตสันดาน ถ้ามันมาครอบงำแล้ว ไม่ว่าใครก็จะเสียคน เป็นบ้าไปเลยทีเดียว ตื่นไม่รู้ตัว เมาตลอดกาลถ้าหลงพวกนี้ แม้แต่หลวงพ่อคูณก็ยังอยากได้เงิน เพื่อเอาไปพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง ไปขุดบ่อขุดบึง ทำสาธารณประโยชนส่วนรวมแก่คนทั้งหลาย แต่การบริจาคของหลวงพ่อคูณแต่ละครั้งไม่เคยติดตาม ไม่เคยทวงถามว่านำเงินไปใช้ตามประสงค์หรือไม่ ให้ไปแล้วจะทำอะไรก็ช่างเขา ถ้าไปตามดู เห็นเขาทำไม่ดีไม่งาม ก็จะบันดาลโทสะ นั่นแหละคือตัวกิเลส แม้แต่จะมีคนนำปัญหาต่างๆมาเรียนให้ทราบไปเรื่อยๆ เมื่อบริจาคให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เป็นเรื่องที่จะพิจารณากันเอง สิ่งเหล่านี้แสดงออกถึงความเป็นผู้ละวาง “ยิ่งเอามันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมด มันยิ่งได้”

ขอขอบคุณ http://www.shopat7.com

. . . . . . . . .