‘มหามงคล’จากเทพเจ้าด่านขุนทดหลวงพ่อคูณ

jbj966ee9bihfa7b8d5f6

วัดบ้านไร่ (วัดหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ตั้งอยู่ในต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีชื่อเสียงเนื่องจากหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ พระเกจิชื่อดัง เป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วย หลวงพ่อคูณเป็นพระชาวบ้านที่เข้าถึงมวลชนทุกระดับชั้น ตั้งแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน นักการเมืองไปจนถึงชาวบ้าน ด้วยท่านมีเมตตามหานิยม มีวิธีการสั่งสอนที่ตรงไปตรงมาง่ายแก่การเข้าใจ

เดิมที่วัดบ้านไร่เป็นสำนักสงฆ์ที่มีมาตั้งแต่ปี ๒๔๓๖ ในช่วงรัชกาลที่ ๕ โดยมีพระอาจารย์เชื่อม วิรโช เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกได้มีการก่อสร้างศาสนอาคารต่างๆ ขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นเจ้าอาวาสได้มีการพัฒนาวัดมากที่สุด ด้วยมีผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศได้ร่วมถวายวัตถุปัจจัยเป็นเงินมหาศาล โดยเริ่มสร้างอุโบสถ ปี ๒๔๙๖ นอกจากการก่อสร้างอุโบสถแล้ว หลวงพ่อคูณยังสร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว หลวงพ่อคูณได้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น การบูรณะวัด การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้นปณิธานอันแน่วแน่ของหลวงพ่อคูณเมื่อครั้งแรกเริ่มที่มาอยู่วัดบ้านไร่ คือ “ก่อสร้างโครงการชลประทานผันน้ำจากเขื่อนลำคันฉูสู่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ สู่วัดบ้านไร่” เพื่อให้ปณิธานอันแน่วแน่ของหลวงพ่อคูณในการก่อสร้างโครงการชลประทานผันน้ำจากเขื่อนลำคันฉูสู่วัดบ้านไร่ได้สำเร็จลุล่วงตามประสงค์ จึงขอเชิญชวนลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ พุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาแรงกล้าร่วมบริจาคบูชาวัตถุมงคล พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทฺโธ) รุ่นมหามงคลเพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นมหามงคลอันยิ่งใหญ่ ขออนุโมทนาบุญกุศลครั้งนี้แก่ผู้บริจาคบูชาทุกท่าน

วัตถุมงคล รุ่นมหามงคล ถือว่าเป็นรุ่นเดียวที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นประธานจัดสร้าง พิธีบวงสรวงเทพยดาบูชาฤกษ์ และเททองนำฤกษ์ ณ วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๙ น. ส่วนพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ มณฑลพิธีวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วันอาทิตย์ที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๙ – ๑๗.๕๙ น. โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เป็นประธานจัดสร้างฝ่ายสงฆ์

ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสานปณิธานอันแน่วแน่ของหลวงพ่อคูณ โดยการบูชาวัตถุมงคลได้ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ กำหนดเปิดจอง ตั้งแต่วันที่ ๓ มีนาคม-๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หรือปิดจองก่อนเมื่อวัตถุมงคลหมดกำหนดรับวัตถุมงคล วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

คลองส่งน้ำแห่งความร่มเย็น
โครงการอ่างเก็บน้ำลำคันฉูที่ตั้งบ้านโคกผงาด ต.โคกเพชรพัฒนา อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เป็นโครงการชลประทานขนาดกลางก่อสร้างปี ๒๕๓๓-๒๕๔๑ ปริมาณน้ำที่ระดับสูงสุด ๕๖ ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำที่ระดับน้ำเก็บกัก ๔๒.๖๐ ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำที่ระดับน้ำต่ำสุด ๑๗๖๖ ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้การได้ ๔๐.๘๙๔ ล้านลบ.ม. ราคาค่าก่อสร้าง ๒๖๕.๕๗๗ ล้านบาท

โครงการเขื่อนเก็บกักน้ำโปร่งขุนเพชรและเขื่อนลำคันฉู ได้เริ่มดำเนินการโครงการมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกให้แก่พื้นที่บางส่วนในเขตจ.ชัยภูมิ และนครราชสีมา ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งของราษฎรและสัตว์เลี้ยง ในเขตโครงการรวมทั้งเป็นแหล่งแพร่ขยายและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภค และสร้างรายได้เสริม

เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบน ให้เป็นไปตามแผนการพัฒนาที่กรมชลประทานวางโครงการไว้เพื่อแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อยกคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรที่อยู่ในเขตพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงให้ดีขึ้น

โครงการชลประทานผันน้ำจากเขื่อนลำคันฉูสู่ อ.บำเหน็จณรงค์ จั.ชัยภูมิ สู่วัดบ้านไร่ รวมระยะทางสร้างลำคลองชลประทานประมาณ ๒๘ กิโลเมตร ใช้เงินงบประมาณจำนวน ๑๕๐ ล้านบาท ถือว่าเป็น “คลองส่งน้ำแห่งความร่มเย็น” เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำสำหรับวัดบ้านไร่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้สำหรับประชาชนในการอุปโภคบริโภคตลอดจนการเกษตรกรรม อันจะเป็นคลองส่งน้ำสาธารณประโยชน์ให้แก่ลูกหลานของเราต่อๆ ไป

กู-มึง วาทธรรมโดนใจ
มีอยู่ครั้งหนึ่งทางในวังได้มีหนังสือแจ้งมายังผู้ว่าราชการจังหวัดบอกว่าจะมีเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งเสด็จมานมัสการหลวงพ่อคูณ ซึ่งตามปกติพอมีหนังสือมาดังนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะต้องมาเตรียมสถานที่ให้สะอาดสะอ้านตามธรรมเนียม วันนั้นท่านผู้ว่าฯ ไปยังวัดบ้านไร่แล้วบอกกับหลวงพ่อคูณว่า วันรุ่งขึ้นจะมีเจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งเสด็จมานมัสการหลวงพ่อ

“กระผมเกรงว่าหลวงพ่อจะพูดกูมึงกับพระองค์ มันจะไม่สุภาพ”

หลวงพ่อคูณก็ถามท่านผู้ว่าฯ ตรงๆ ว่า “กูถนัดพูดของกูอย่างนี้ มึงจะให้กูทำอย่างไร”

ท่านผู้ว่าฯ บอกว่า “ท่านก็นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องพูดสิ ดูสงบเสงี่ยมดีเหมือนกันนะ”

หลวงพ่อคูณท่านก็ไม่ว่าอะไร เพราะเขาก็เป็นถึงผู้ว่าฯ อุตส่าห์มาบอกก็ดีแล้ว

วันรุ่งขึ้นก็ปรากฏว่าเจ้าฟ้าพระองค์นั้นเสด็จมาถึงวัด เสด็จเดินดูโน่นดูนี่ แล้วรู้สึกชอบวัดนี้เป็นพิเศษที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย และที่สำคัญ ทำไมหลวงพ่อคูณไม่พูดอะไรเลย ถามอะไรก็เฉย จนในที่สุดพระองค์ท่านก็ถามหลวงพ่อคูณตรงๆ ว่า ทำไมวันนี้หลวงพ่อไม่พูดอะไรเลย

หลวงพ่อคูณก็ตอบเจ้าฟ้าพระองค์นั้นไปว่า “กูจะพูดได้อย่างไร ในเมื่อท่านผู้ว่าฯ มันมาห้ามไม่ให้กูพูดกับมึง”

ปรากฏว่าแทนที่เจ้าฟ้าพระองค์นั้นจะกริ้วหลวงพ่อคูณที่พูดกูมึงกับพระองค์ พระองค์กลับหัวเราะชอบใจ และอนุญาตให้หลวงพ่อคูณใช้สรรพนาม กู มึง กับพระองค์ได้ตามที่ถนัดเรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านเล่าขานถึงความมีเอกลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ

สำหรับคำสอยที่หลวงพ่อคูณมักพูดสั้งสอนลูกศิษย์บ่อยๆ คือ

๑.กูจะทำให้ชาวบ้าน เพื่อตอบแทนข้าวน้ำ ที่เขาให้กูกินทุกวัน

๒.กูให้พวกมึงรู้จักพอเพียง

๓.กูทำดีเขาจึงให้ของดีกูมา

๔.กูไม่เคยยินดียินร้ายในลาภยศสรรเสริญ

๕.กูดีใจที่เกิดมาเป็นคนจนเพราะได้สร้างทานบารมี ถ้ากูเกิดมาเป็นคนรวยป่านนี้ คำว่า บุญก็ไม่รู้จักกัน

๖.เงินเป็นทาสกู กูไม่ยอมเป็นทาสเงิน

๗.การทำตัวให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นง่าย แต่จะสร้างสมบุญให้มีบารมีนั้นเป็นเรื่องยาก…ต้องเป็นผู้ให้ด้วยธรรมอันบริสุทธิ์จริง

๘.ยิ่งเอามันยิ่งอด ยิ่งสละให้หมดมันยิ่งได้

๙.เกิดมาแล้ว…รักความสงบ ให้มีศีลธรรมไว้ประจำใจทุกๆ คน โลกจะได้อยู่ชุ่มกินเย็น…

๑๐.”…พระไม่ได้อยู่กับคนชั่ว แต่อยู่กับคนดี ให้นึกว่าพระมากับเราจะทำชั่วไม่ได้ อย่าทำตัวผิดศีลธรรม ผิดจารีตประเพณี โดยเฉพาะการทำผิดกฎหมายบ้านเมืองให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท”

ขอขอบคุณ http://www.komchadluek.net

. . . . . . . . .