วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ) เถระวาจา หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

pic_22

(เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด; ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)
แถวนี้มีป่าดีจริงๆ แล้วก็มีวัดกรรมฐานตั้งอยู่เป็นย่านๆ ไป เริ่มตั้งแต่วัดเสือนี้ไป เลยกลายเป็นวัดเสือไปเลย ท่านจันทร์นี้เป็นพระวัดป่าบ้านตาด เป็นคนคลองด่าน สมุทรปราการ อยู่นี่(วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี)หลายปี ออกจากนี้ไปก็ไปอยู่ทองผาภูมิ(วัดเดิมของท่าน -วัดป่าถ้ำภูเตย กาญจนบุรี พ.ศ.2528) เราก็คอยฟังเสียง จากนั้นเขาก็มาถวายที่(พ.ศ 2537) ที่เป็นวัดเสืออยู่ทุกวันนี้เนื้อที่ก็กว้างอยู่ เราก็พิจารณาดูย่านกรรมฐานภาวนา เห็นว่าที่นั่นว่างมากไม่ค่อยมีพระกรรมฐานไปอยู่ เลยให้ท่านจันทร์ วัดเสือ มาปรึกษาหารือท่านก็พอใจรับ คือท่านอยู่ทางทองผาภูมิ พระวัดท่านก็มีผู้ดูแลรักษาดีอยู่ ว่าอย่างนั้น เราก็เลยปรึกษาหารือพร้อมกับการนิมนต์ท่านมาอยู่ที่นั่น จึงได้เป็นวัดเสือขึ้นมา เรื่องราวเป็นอย่างนั้น

คือใครจะถวายที่ที่ไหนก็ตามเราไม่ได้รับสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะรับเพื่อประโยชน์แก่ชาติศาสนาจริงๆ รับที่ไหนแล้วต้องเป็นภาระหนัก ไม่ได้รับทิ้งๆ ขว้างๆ อะไร ก็เลยรับ พอตั้งสมภารเลยกลายเป็นสมภารสัตว์สมภารเสือไปหมดท่านจันทร์ ท่านจันทร์เป็นเจ้าอาวาสเสือ จังหวัดกาญจนบุรี สัตว์ทุกประเภทเต็มอยู่ในวัดนั่นนะ อันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยวาสนาเหมือนกัน ท่านจันทร์ท่านบวชมาท่านก็ไม่ได้บวชมาหาสัตว์หาเสืออย่างนี้นะ ท่านบวชมาหาอรรถหาธรรม เข้าเสาะแสวงหาครูอาจารย์หาแต่อาจารย์สำคัญๆ เช่นอย่างมาอยู่วัดป่าบ้านตาด ส่วนวัดป่าบ้านตาดจะสำคัญหรือไม่สำคัญอะไรบ้างก็แล้วแต่เถอะ ท่านมาอยู่นี้หลายปี ห้าหกปีหรือไง ทุกอย่างไม่มีที่ต้องติ การประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัยเรียบเลย จึงได้ไปอยู่ทางนู้น เขาถวายที่ก็เห็นว่าที่นั่นว่าง พระกรรมฐานไม่ค่อยมีก็พอดีได้โอกาสที่ท่านจันทร์อยู่แถวนั้น ท่านจันทร์มาหาก็เลยปรึกษาหารือพร้อมกับมอบวัดให้ ท่านก็พอใจรับ ตั้งแต่นั้นมาจึงเป็นวัดเสือ- วัดป่าหลวงตาบัว เขาเขียนไว้ข้างทาง วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ

ดูว่าเขาลาดยางแล้วนะ ไปเที่ยวที่แล้วนี้ดูว่าลาดยางแล้วนะ (ลาดแล้วครับ) นี่ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเมืองกาญจน์ เราแน่ใจว่าผู้นี้เป็นผู้นำว่าอย่างนั้นเถอะ ที่ลาดยางเข้าไปหาวัดเสือนี้ ลาดตั้งแต่ถนนใหญ่เข้าไป ดูจะประมาณสองกิโล ดี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ที่เมืองกาญจน์เป็นลูกศิษย์ ไปคราวที่แล้วดูว่าลาดแล้ว นี่ก็เป็นนิสัยวาสนาของแต่ละองค์หรือแต่ละบุคคล เช่นอย่างวัดเสือ ท่านจันทร์ท่านบวชมาเพื่อมาปฏิบัติบำรุงรักษาเสือเมื่อไร แต่มันหากมีความจำเป็นที่แทรกเข้ามาๆ

เบื้องต้นก็มีใครเอาสัตว์อะไรมาปล่อย ท่านก็ไม่ได้ไปหามาปล่อย แต่เขาเอาไปถวายท่าน ท่านก็เห็นว่ามันเป็นที่ว่าง เป็นทำเลที่ปลอดภัยตลอดสัตว์ทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องอาหารก็สะดวกคงจะเป็นอย่างนั้น เขาเอาวัวควายไปถวายท่าน ให้ท่านตั้งใจเสาะแสวงหามาเลี้ยงเองเมื่อไร ไม่มีล่ะ เราเชื่อทันที นี่ก็จำเป็นต้องได้รับ ครั้นรับแล้วสัตว์หลายประเภทเข้ามาที่นั่นๆ รวมเข้าไปจนกระทั่งมีแต่สัตว์ในป่าแท้ๆ ม้าป่าเราก็ไม่เคยเห็น ได้ยินว่ากระทิงวัวแดงอะไรนี้เราก็เคยได้ยินในดงบ้านตาดก็มีเยอะ อันนั้นก็ลงมากระทิงวัวแดงก็มาจากเขานี้ ว่างั้น อันนี้เราเคย แต่ม้าป่าเราไม่เคยได้ยิน ก็อยู่ที่นั่น แล้วถาม นี่ก็มาจากป่า ลงมาเลย นี่แปลกอยู่นะ

ท่านก็เลยเลี้ยงดู ท่านตั้งใจบวชมาหาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสืออะไร ท่านไม่มีนะเจตนาเดิม ความจำเป็นมันหากแทรกเข้ามาๆ ทีแรกก็ดูว่าพวกสัตว์พวกเนื้อ ครั้นต่อมาก็มีพวกเสือ เสือเข้ามามาให้ท่านเลี้ยง ทีนี้ค่อยลุกลามไปนะ พวกนกยูง พวกหมู หมูนี่หลายร้อยตัว มันก็เป็นเองของมันจะให้ทำอย่างไร ตอนเช้าหมูมันลงมา

แรกจริงๆ คือหมูตัวหนึ่งจะถูกเขาทำร้ายหรืออะไร ถูกตีเอวหรือเป็นบาดเป็นแผล เป็นสัตว์พิการ หมูตัวเดียวเป็นต้นเหตุ จึงน่าคิดนะ เขาจะไปส่งข่าวให้ท่านทราบได้อย่างไร หมู..ภาษาสัตว์เขาก็มีประจำเขาถ้าเป็นอย่างนั้น เรามาจับจุดนี้ละ แล้วหมูเป็นหมูโทนตัวเดียวถูกเขาทำร้าย มันก็ลงมาวัด ท่านจัดอาหารให้เขากิน ท่านสงสารไปเห็น โอ้อย่างไรกันนี่ เลยจัดอาหารเลี้ยงหมูตัวนี้ละ หมูโทนหมูตัวเดียว หมูทอกหมูโทนหมูตัวเดียว อันเดียวเรียกว่าทอก โทน อย่างวัดภูทอก มีเขาลูกเดียววัดภูทอก ถ้าเป็นหมูก็หมูทอกหมูโทน ท่านก็เลี้ยงดูจนเขาหายแล้วเขาก็ขึ้นไปจากวัด

เพื่อนฝูงไม่ทราบอยู่ที่ไหนมาดั้งเดิมไหลกันลงมา มากินอาหารกับท่าน ท่านเลยต้องจัดเป็นการเป็นงานจริงๆ มันไหลมาไม่ใช่น้อยๆ เป็นร้อยๆ หมูป่า ไหลลงๆ ท่านเลยต้องจัดเอาจริงๆ นะ จัดเป็นการเป็นงานขึ้นมา จัดอาหารเลี้ยงหมู แล้วหมูเป็นร้อยๆ เอาทีนี้นกยูงก็มา อันนั้นก็แบบเดียวกันอีก ยั้วเยี้ยๆ เลยเลี้ยง แล้วสัตว์อะไรต่ออะไรอยู่ในป่ามาๆ จึงได้เห็นสัตว์ป่าธรรมชาติแท้ๆ นี้เขาอยู่ในป่าเขามาอาศัยคน เวลามีที่อาศัยเขาก็ลงมาอาศัย ถ้าไม่มีที่อาศัยเขาก็อยู่ตามป่าโดยหลักธรรมชาติของเขา

ขอสรุปความเลยว่าสัตว์ส่วนมากที่เอามาเลี้ยงไว้นี้มีแต่สัตว์ป่านะ คนเอามาเลี้ยงแล้วก็เลยกลายเป็นสัตว์บ้าน ทีนี้เลยเห็นว่าสัตว์อยู่ในป่าในเขาว่าเป็นสัตว์ป่าๆ เถื่อนๆ ที่ไหนได้ จากป่ามาเป็นสัตว์บ้าน พวกวัวพวกควายเหล่านี้ ควายป่าก็มีเยอะ ธรรมชาติแท้มันเป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นแหละ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยวาสนาของท่านของเรานะ เป็นเอง

อย่างที่วัดเสือนี่เหมือนกัน ท่านจันทร์ท่านบวชมาเพื่อตั้งหน้าตั้งตามาทำงานในการเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายมีเสือเป็นต้นเมื่อไร ท่านไม่ได้มี แต่เวลามาอยู่แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นละ พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยมาก่อน พวกหมู นกยูง แล้วก็สัตว์บ้าน เขาเอาไปปล่อยไว้นั้น แล้วค่อยกระจายออกๆ สุดท้ายเลยหมูทั้งภูเขาลงมาหมดไม่ทราบกี่ร้อย นกยูงไม่ทราบกี่ร้อยลงมา สุดท้ายพวกกระทิงวัวแดงลงมา เป็นสัตว์ป่าๆ ทั้งนั้นล่ะมา ม้าป่าก็ได้เห็นในวัดนั้น มันมาเองท่านว่าอย่างนั้น ลงมาจากเขา

จึงได้ทราบว่า โอ๋ สัตว์เหล่านี้ดั้งเดิมเขาเป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นที่เอามาเลี้ยงไว้ในบ้านในเรือน เอามาจากป่าทั้งนั้นแหละ มันเป็นสัตว์ป่า ไม่ใช่เป็นสัตว์บ้านโดยธรรมชาติ สัตว์ป่าโดยธรรมชาติถูกต้องดี วัดท่านจันทร์จึงเป็นวัดเลี้ยงสัตว์เต็มไปหมดเลย ท่านไม่มีเจตนาแต่มันก็เกี่ยวโยงกันมาเรื่อย สัตว์แต่ละประเภทๆ เขามีเพื่อนมีฝูง ยกตัวอย่างคือหมูตัวเดียวนี้เป็นสัตว์พิการถูกเขาทำลาย มันไม่มีที่ไปมันก็คืบคลานลงมา เลยเลี้ยงอาหารมัน จนกระทั่งมันหาย โรคก็หาย เป็นแผลหรืออะไรหายแล้วมันก็ขึ้นไปเรียกเพื่อนฝูงมาเต็มไปหมด หลังจากตัวใหญ่นี้ไปตัวเดียวไม่นานนะหลั่งไหลลงมาหมูป่า ทีนี้เลยกลายเป็นร้อยๆ เลย อย่างนั้นแหละ เขาจะไปส่งข่าวอะไรไม่ทราบนะ ตัวนี้ละตัวสำคัญ ตัวสื่อสารสำคัญ แล้วหมูเป็นร้อยๆ ลงมา ทีนี้เลยต้องเป็นภาระเลี้ยงดูจัดอาหารการกิน ต่อมานี้ฝรั่งเขามาช่วยก็เลยกำลังหนุนขึ้น สะดวกในการเลี้ยงดูสัตว์ อาหารเขาจัดมาให้ๆ มีอาหารหลายประเภทอยู่ที่นั่น

พวกเสือนี้ดูมัน ๑๙ หรือ ๒๐ ตัว (๑๘ ตัวครับ) นั่นละเสือ ๑๘ ตัวอยู่ในกรง ท่านทำเป็นโรงยาวๆ ไว้ให้สัตว์อยู่ในกรงเต็มอยู่ในนั้น เห็นเราไปเขาจะวิ่งฉากนะ เป็นกรงเหล็ก ข้างนอกเป็นช่องเราก็ไปตามช่อง ดูเขาเดินฉากไปฉากมา เวลามันตบเราไม่รู้นะ เร็วจริงๆ เราก็ไปเซ่อๆ ของเรา เพลินดูสัตว์ไป เสือมันก็ผ่านไปผ่านมา แล้วปุ๊บข้างหลังนี่ มันตบหลังเรา แต่มันไม่ใช้เล็บ มันทำหยอกเฉยๆ มันเป็นช่องเหล็กๆ มันออกมาเมื่อไรเรายังไปเซ่อๆ นะ ปั๊วะเข้าที่หลังนี่เลย พอรู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ไม่ได้ออกจากเจตนาของมัน มันตบเล่นเฉยๆ มันไม่ได้ใช้เล็บ ปั๊วะเข้านี่เลย เรามองไปมันก็เดินฉากไปนู้น โอ๋ มึงตบหลังกูเหรอ เออ กูยอมรับกูเซ่อ มันตบเร็วนะ มันออกช่องนี่ปั๊บ มันตบเราปุ๊บเลย ไม่ใช้เล็บ น่ารักนะ ตบเร็ว

นี่ก็เป็นวัดเสือไปแล้ว สุดท้ายวัดเสือนี่กลายเป็นวัดสัตว์ทุกประเภทเต็มอยู่นั้นละ มันมากต่อมาก มาเองนะ ลงมาจากภูเขา จึงรู้ว่าสัตว์เหล่านี้ธรรมชาติเดิมเขาเป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นแหละ เข้ามาอาศัยคน เช่นวัดท่านจันทร์ ถามดูตัวไหนๆ มีแต่ออกมาจากป่า คนที่เอามาปล่อยให้ก็มี ครั้นต่อมามันเป็นสัตว์ป่าลงมาๆ เต็มไปหมดนั่นแหละ เดี๋ยวนี้ก็ดีอย่างหนึ่งมีพวกฝรั่งเขาให้อาหาร เบาภาระลงมาก พวกฝรั่งเขาให้อาหาร เบาภาระในการเลี้ยงดูลงมากมายทีเดียว ที่กว้าง เดี๋ยวนี้กว้างขวางมาก แต่เนื้อดินของวัดไม่ค่อยดี ดูต้นไม้ไม่ค่อยสดชื่นเท่าไรนัก

ขอขอบคุณ http://tigertemple.org

. . . . . . . . .