หลวงพ่อเงินรักษาโรค

หลวงพ่อเงินรักษาโรค

หลวงพ่อเงินรักษาโรคหลวงพ่อเงินนอกจากท่านจะเป็นพระที่เรืองวิชาแล้ว ท่านยังมีสติปัญญาที่จัดอยู่ในขั้นอัจฉริยะ อีกด้วย เพราะะท่านเป็นหมอโบราณที่เก่งกาจ สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ประชาชนที่มารับการรักษา วิธีการรักษา ของท่านก็ใช้นํ้ามนต์ และบางทีก็ใช้สมุนไพร สำหรับสมุนไพรนั้นท่านจะจัดให้ไปต้มกิน ในไม่ช้าโรคที่เป็นก็จะหายป่วย ขณะนี้ตำรายาของหลวงพ่อเงินยังอยู่ที่วัดบางคลานเป็นสมุดข่อย ซึ่งทางวัดเก็บรักษาไว้อย่างดี ท่านผู้สนใจไปขอดูได้จากเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
หลวงพ่อเงินกับเจ้านายทางกรุงเทพฯด้วยความเชื่อถือของ
ประชาชนโดยทั่วไปนี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของท่านลือกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศได้มีเจ้านายทางกรุงเทพฯ ขึ้นมาหาท่านและขอเล่าเรียนวิชาจากท่านในสมัยนั้นมีหลายองค์ที่จำได้ก็มี สมเด็จมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จมาอยู่ที่วัดบางคลานหลายวัน เข้าใจว่าจะมาเรียนวิปัสสนากรรมฐานนอกจากนี้ยังมีผู้เล่าว่ากรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ในสมัยนั้นยังทรงดำรงพระยศเป็นกรมหมื่นอยู่ได้เสด็จมาที่วัดบางคลานเพื่อเล่าเรียนวิชาจากหลวงพ่อด้วย รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีดังนี้
กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ท่านกำลังแสวงหาความรู้เกี่ยวกับทางด้านไสยศาสตร์ ขณะนั้น เป็นศิษย์

ของหลวงพ่อศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าและได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบสิ้นกรมหลวงชุมพรฯ จึงได้ถามหลวงพ่อศุขว่า นอกจากพระคุณท่านแล้ว ยังมีพระอาจารย์องค์ใดที่มีความรู้เก่งกล้าเหนือกว่าพระคุณท่าน หรือพอ ๆ กับพระคุณท่าน หลวงพ่อสุขจึงได้ทูลไปว่านอกจากท่านแล้วยังมีพระอีกรูปหนึ่ง อยู่ที่อำเภอบางคลานจังหวัดพิจิตรซึ่งเป็นพระเถระที่ทรงคุณทางวิปัสสนาธุระสูงรูปหนึ่ง เป็นเพื่อนกันและเป็นศิษย์อยู่ในสำนักเดียวกัน แต่มีพรรษาแก่กว่า ชื่อหลวงพ่อเงิน ถ้าหากกรมหลวงชุมพร มีความประสงค์จะไปศึกษาเล่าเรียนและฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ก็จะมีหนังสือฝากตัวไปให้ เมื่อได้ทรงทราบดังนั้นแล้ว กรมหลวงชุมพรฯ จึงได้ออกเดินทางพร้อมด้วยทหารและมหาดเล็กคนสนิท โดยทางเรือมายังวัดบางคลาน เมื่อกรมหลวงชุมพรฯ ได้เสด็จมาถึงวัดปรากฏว่า หลวงพ่อเงินไม่อยู่ ได้รับคำบอกเล่าจากพระที่วัดว่า หลวงพ่อท่านสั่งไว้ว่าจะไปจำพรรษาที่วัดท้ายนํ้า ด้วยเชาว์ปัญญาของกรมหลวงชุมพรฯ พระองค์ทำเป็นเสด็จกลับ พอตกตอนเย็นก็ได้เสด็จย้อนกลับมาที่วัดอีก พอพลบคํ่าพอดี เมื่อเสด็จมาถึงวัดก็พบหลวงพ่อเงิน ซึ่งยืนรอรับเสด็จอยู่แล้ว หลวงพ่อเงินหัวเราะชอบใจ และชอบในเชาว์ปัญญาของ กรมหลวงชุมพรฯ พระองค์ท่านได้อยู่เล่าเรียนกับหลวงพ่อเงินประมาณ ๒๐ วัน ในระหว่างที่ทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้น ท่านไม่ค่อยได้ออกมารับแขกบ่อยนัก พอถึงเวลาก็เรียนวิปัสสนา ท่านต้องเคร่งมากเพราะต้อง ควบคุมสติตลอดเวลา นั่งวิปัสสนาขนาดเทียนหนัก ๒ บาท จะต้องรอให้เทียนหมดเล่มก่อน ซึ่งก็ใช้เวลาตั้งแต่หัวคํ่า บางคืนก็ถึงสว่าง(จากคำบอกเล่าของนายตุ๊ โตสุวรรณ) ซึ่งเป็นผู้ที่รู้เรื่องการนั่งวิปัสสนาของหลวงพ่อเป็นอย่างดี เมื่อกรมหลวงชุมพรฯ ได้ศึกษาเล่าเรียนจบแล้วก็ได้เสด็จกลับ
กาลอวสานแห่งชีวิตโรคประจำตัวของหลวงพ่อเงินคือ โรคริดสีดวงทวาร ท่านรักษาตัวของท่านเองบางทีก็หายไปนานแล้ว กลับมาเป็นอีกหลวงพ่อเคยบ่นว่า“คนอื่นร้อยคนพันคนรักษาให้หายได้ แต่พอผงเข้าตาตนเองกับรักษาไม่ได้” ต่อจากนั้นไม่นานโรคเก่าของท่านก็กำเริบเป็นพิษมากขึ้นและแล้วกาลอวสานของหลวงพ่อก็มาถึง เมื่อวันศุกร์ แรม ๑๑ คํ่า เดือน ๑๐ ปีมะแม ตรงกับ พ.ศ.๒๔๖๒ (ข้อสังเกตวันเกิดและวันมรณภาพของ ท่านเป็นวันเดียวกัน คือวันศุกร์) รวมอายุของท่านได้ ๑๐๙ ปีการมรณภาพของหลวงพ่อทำความเศร้าโศกเสียใจให้แก่บรรดาศิษย์ และผู้ที่เคารพนับถือ อย่างมากบรรยากาศในวัดวังตะโกเงียบเหงา ซึมเศร้า ชาวพิจิตรได้สูญเสียเพชรเม็ดเอกไปเสียแล้ว การอาบนํ้าศพในวันนั้น มีประชาชนหลั่งไหลไปเป็นจำนวนมากเพื่ออาบนํ้าศพของหลวงพ่อ เหตุการณ์ในวันอาบนํ้าศพนั้นจะมีประชาชนเอาขันนํ้า ขวดนํ้า ถังนํ้าไปรองรับนํ้าที่อาบศพอยู่ใต้ถุนศาลา เพื่อนำไปบูชาเพราะถือว่าเป็นของ ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากจะแย่งนํ้าอาบศพแล้ว ประชาชนต่างก็แย่งจีวรของหลวงพ่อออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อนำไปเป็นของคงกระพันชาตรี(สมัยนั้นหลวงพ่อเงินใช้จีวรแพรบาง ๆ) เดี๋ยวนี้ผู้ที่มีจีวรของหลวงพ่ออยู่จะหวงแหนมากเพราะถือว่าเป็นของดีที่หาได้ยากมากอย่างหนึ่ง

http://www.xn--42cgaeg4ewcdwadtcbg7mc2c2eb8cd4rf1r.com/

. . . . . . . . .