ลูกประคำหลวงพ่อเงิน

ลูกประคำหลวงพ่อเงิน

ลูกประคำของหลวงพ่อเงินนี้ เป็นของโปรดของท่านเพราะท่านใช้ประจำในขณะนั่งวิปัสสนากรรมฐาน หรือพูดอย่างง่าย ๆ คือ นั่งไป นับไปนั่นเอง สมัยนั้น นายเป๋ อ่อนละมัย ซึ่งเป็นชาวบ้านบางคลาน บวชและได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงิน จนได้รับความไว้วางใจ และเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดคอยรับใช้หลวงพ่อตลอดเวลา พระเป๋ อ่อนละมัย บวชอยู่กับหลวงพ่อท่านถึง ๘ พรรษา หลังจากนั้นก็สึก หลวงพ่อจึงได้มอบลูกประคำให้แก่ทิดเป๋ ลูกประคำของหลวงพ่อทำด้วยงาช้างและกะลามะพร้าว กับพระธาตุฉิมพลี ที่โตที่สุดในประเทศไทย ใหญ่ขนาดเท่าเม็ดมะขามป้อม(พระธาตุฉิมพลีนี้เคยนำออกมาให้คุณปรีชา เอี่ยมธรรม แห่งอภินิหาร และพระเครื่องชม ถึงกับอุทานว่าไม่เคยเห็นพระธาตุองค์ไหนจะใหญ่โตเท่านี้)
หลวงพ่อได้บอกกับนายเป๋ว่า จงเก็บรักษาไว้ให้ดี ของนี้เมื่อถึงคราวจนก็ไม่จนเมื่อถึงคราวยาก ก็ไม่ยาก นายเป๋ก็เก็บรักษาไว้อย่างดีตามคำของหลวงพ่อ ต่อมานายเป๋ตาย ลูกประคำนี้จึงได้ตกมาอยู่กับ__นายแชวง อ่อนละมัย ผู้เป็นบุตรตามคำบอกเล่าของนายแชวง อ่อนละมัย เล่าว่า วันหนึ่งในฤดูนํ้าท่วม มีแขกมาเยี่ยมบ้านและขอชมลูกประคำ ขณะที่ยกออกมานั้นลูกประคำตกจากพาน เชือกขาดลูกประคำหลุดกระเด็นตกใต้ถุนบ้านซึ่ง นํ้าท่วม หายไปบางส่วน หลังจากนั้นนายแชวงได้จุดธูปเทียนขอขมาลาโทษ เมื่อนํ้าลดแล้วปรากฏว่าเม็ดลูกประคำไปกองอยู่รวมกันที่กอมะลิ ซึ่งอยู่ข้างล่างทางขึ้นบ้าน เมื่อเก็บมาได้แล้วก็นำมาร้อยเข้าพวงอย่างเดิมครบ ๑๐๘ เม็ด ลูกประคำนี้ถือว่าเป็นยอดแห่งวัตถุมงคลชิ้นหนึ่งของหลวงพ่อเงิน ปัจจุบันลูกประคำยังคงอยู่ในสภาพเดิม เจ้าของรักและหวงแหนอย่างมาก

อภินิหารลูกประคำวันหนึ่งมีผู้ร้ายจะเข้ามาปล้นบ้านตาเป๋ แต่เข้ามาปล้นไม่ได้เพราะเกิดอัศจรรย์อากาศหนาวเย็นจัด พวกผู้ร้ายเห็นผิดปกติ จึงไม่กล้าเข้าไปปล้น คิดว่าบ้านนี้คงจะมีอะไรดีแน่ๆ เหตุที่ตาเป๋รอดพ้นจากการถูกปล้นเพราะอภินิหารของลูกประคำของหลวงพ่อเงินโดยแท้
ชานหมากหลวงพ่อเงินจากการเปิดกรุวิหาร วัดบางคลาน โดยมีนายชุมพล โภคะกุล อดีตนายอำเภอโพทะเล เป็นประธาน นอกจากจะพบพระพิมพ์ต่าง ๆ ของหลวงพ่อเงินแล้ว ยังพบชานหมากของหลวงพ่อเงิน ๔ เม็ด ลักษณะของชานหมากเป็นรูปหัวใจ ปัจจุบันนี้ชานหมากเหล่านี้ได้ตกเป็นสมบัติของบุคคลดังนี้ คือ
๑. คุณวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ ๑ เม็ด
๒. จ่าตำรวจคนหนึ่งที่อำเภอโพทะเล ๑ เม็ด
๓. นายอำเภอชุมพล โภคะกุล (ภายหลังมอบให้ทหาร) ๑ เม็ด
๔. อีกเม็ดหนึ่งหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
อภินิหารชานหมากหลังจากนายอำเภอชุมพล โภคะกุล ได้มอบชานหมากให้แก่ทหารคนหนึ่งไปแล้วทหารคนนี้ก็สมัครไปรบสงครามเกาหลี ปรากฏว่าเกิดการยิงต่อสู่กับฝ่ายตรงข้าม ทหารผู้นี้ถูกยิงปรากฎว่ากระสุนปืนไม่เข้าจึงได้จดหมายมาเล่าให้นายอำเภอฟัง ถึงอภินิหารชานหมาก
ตะกรุดของหลวงพ่อเงินในสมัยที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้ทำตะกรุดอีกด้วย เท่าที่เห็นมีหลักฐาน
แน่นอนได้แก่ตะกรุดสามกษัตริย์ ทอง-นาก-เงิน จากคำยืนยันของนางกิมลุ้ย ตลาดอำเภอบางมูลนากว่า แต่เดิมนั้นนางกิมลุ้ยกับพี่ชายเดิมเป็นคนโพทะเล มักจะนำข้าวต้มหมูไปถวายหลวงพ่อเงินเป็นประจำ เพราะข้าวต้มหมูเป็นของโปรดของ หลวงพ่อเงิน การเดินทางไปมาบ่อย ๆ นี้ ทำให้หลวงพ่อเป็นห่วงจึงได้มอบตะกรุดสามกษัตริย์ให้แก่พี่ชายไว้ป้องกันคุ้มครองภัย หลังจากพี่ชายของนางกิมลุ้ยตาย ตะกรุดสามกษัตริย์จึงตกเป็นของนางกิมลุ้ยน้องสาวปัจจุบันตะกรุดสามกษัตริย์ได้ตกมาเป็นสมบัติของคุณวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ อดีตกำนันตำบล หัวดงท่านผู้สนใจจะมาขอชมได้ทุกโอกาส

http://www.xn--42cgaeg4ewcdwadtcbg7mc2c2eb8cd4rf1r.com/

. . . . . . . . .