หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ช่วยคนให้พ้นนรกน้ำทองแดงเนื่องจากดื่มสุรา

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ช่วยคนให้พ้นนรกน้ำทองแดงเนื่องจากดื่มสุรา

กรกฎาคม 26, 2012 โดย ธ. ธรรมรักษ์

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าที่ถูกบันทึกในหนังสือของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พระอริยสงฆ์แห่งวัดป่าบ้านตาด ซึ่งเป็นเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อคุณนุ่นที่เธอยืนยันว่า คุณพ่อของเธอได้รับความช่วยเหลือจากหลวงตามหาบัวให้พ้นจากนรกได้

ตามประวัติแล้วครอบครัวของเธอนับได้ว่าเป็นคนที่ค่อนข้างมีฐานะ ซึ่งทั้งคุณแม่และน้าเป็นคนที่ชอบทำบุญมาก และมีความใกล้ชิดกับกิจกรรมต่างๆ ของวัดจนเรียกได้ว่ากิจกรรมในวัดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคุณแม่และน้าของเธอเลยทีเดียว

แต่โดยส่วนตัวแล้วเธอและคุณพ่อนั้นแทบจะไม่เคยเข้าวัดไปทำบุญเลยเพราะยังไม่มีศรัทธา โดยเฉพาะพ่อของเธอนั้นติดสุราอย่างหนัก แต่ก็ยังยอมอยู่กับบ้านเพื่อที่จะได้อยู่กับคนในครอบครัว ด้วยความที่พ่อของเธอติดเหล้าและขาดสติบ่อย ทำให้ต้องทะเลาะกับภรรยาบางครั้งก็พาลไปจาบจ้วงถึงหลวงตามหาบัวด้วยการเรียกท่านด้วยความไม่เคารพว่า “อีตาบัว”

ด้วยการใช้ชีวิตที่เอาแต่กินเหล้าสูบบุหรี่ กรรมนั้นจึงทำให้คุณพ่อของเธอป่วยเป็นมะเร็งและสุดท้ายเขาก็ต้องจากไปก่อนวัยอันควร คุณนุ่นผู้เป็นบุตรสาวก็ยากจะทำใจให้ลืมคุณพ่อได้จึงได้หันหน้าเข้าหาธรรมะ โดยเริ่มตื่นเช้ามาใส่บาตรทุกวันเพื่ออุทิศบุญกุศลให้พ่อ

จนอยู่มาวันหนึ่งคุณแม่ของเธอจึงเอ่ยปากชวนให้เธอไปทำบุญประทานข้าว ที่วัดป่าบ้านตาด กับหลวงตาบัวบ้าง เพราะท่านเป็นพระอริยสงฆ์ที่มีเนื้อนาบุญสูงจะทำให้พ่อได้บุญมากไปด้วย ซึ่งเธอก็ยังไม่ยอมไปเพราะเคยมีอคติกับหลวงตาตามคำบอกของพ่อมาก่อน แม่ของเธอจึงได้ใช้ไม้เด็ดว่า

“ถ้าทำกับหลวงตาแล้ว ถ้าพ่อไม่ได้รับบุญครั้งนี้ ก็เลิกไป แม่ก็จะเลิกไปเหมือนกัน”

ด้วยคำพูดนี้ทำให้คุณนุ่นเธอไปด้วยเพราะเหมือนกับเป็นการรับคำท้า การไปวัดด้วยการที่ไม่ได้ตั้งจิตศรัทธาหรือกุศลใดๆ ไว้เลยทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดกับการไปวัดตลอดงาน

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดอย่างยิ่งเมื่อกลับมาที่บ้านแล้ว ระหว่างที่เธอกำลังนอนหลับอยู่ตามปกติ คุณแม่ก็เข้ามาปลุกด้วยอาการตกใจเป็นอย่างมาก โดยบอกกับเธอว่า “คุณพ่อมาหา” โดยพาเธอไปพบกับคุณน้าของเธอเอง

คุณน้าของเธอนับว่ามีอาการแปลกเรียกตัวเองว่าพ่อ และ เรียกคุณนุ่นว่าลูกและบอกให้มาหาพ่อหน่อย ด้วยความไม่รู้และสับสนทำให้คุณนุ่นโกรธมากเพราะว่าคุณพ่อตายไปแล้ว ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาล้อเล่น ซึ่งคุณน้าของเธอก็พยายามพูดให้เชื่อว่าเป็นพ่อของเธอเองไม่ใช่คุณน้าแต่อย่างใด

หลังจากทุ่มเถียงกันไปมา จนมีการนำเรื่องที่มีเฉพาะคุณนุ่นกับพ่อของเธอที่รู้กันแค่สองคนมาถาม ซึ่งคุณพ่อในร่างคุณน้าก็ตอบได้ เธอจึงปลงใจเชื่อวิ่งเข้าไปกอดพ่อในร่างของน้า หลังจากแสดงความรักและคิดถึงกันอยู่นาน คุณพ่อจึงเล่าเรื่องหลังความตายให้ฟัง

ด้วยกรรมที่พ่อเป็นคนชอบดื่มเหล้า จึงถูกนำตัวไปยังนรกเพื่อไปกรอกเอาน้ำทองแดงเข้าปากอยู่ตลอดเวลา โดยระหว่างที่เข้าแถวรออยู่นั้น ก็ได้เห็นพระรูปหนึ่งเข้ามาอยู่ในบริเวณนั้นเรียกชื่อของพ่อให้ออกมาจากแถว

แต่พ่อของเธอก็ไม่กล้าออกนอกแถว เพราะเกรงว่านายนิรยบาลจะคอยเอาหอกแหลมแทงทะลุคนที่แตกแถวพอถึงคิวที่ตนเองกำลังจะถูกกรอกน้ำทองแดงเข้าปากก็มีแรงมหาศาลฉุดดึงตัวออกจากแถว พร้อมพูดว่า

“นายอำนวย ออกมาถ้าเราสั่งแล้วไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก จำเราได้รึเปล่า”

คุณอำนวยตอบทันทีว่า “จำไม่ได้ครับ”

พระรูปนั้นตอบว่า “เราอีตาบัวไง”

คุณอำนวยถามต่อทันที “อีตาบัวที่ อ๊อด (ภรรยา) ชอบไปทำบุญบ่อยๆ หรอกหรือครับ”

หลวงตามหาบัวตอบว่า “เอ่อนั่นแหละ ใช่แล้ว”

หลวงตามหาบัวท่านได้ลงมาในนรกเพื่อช่วยต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวรของคุณอำนวยโดยพาไปหาคนที่มีอำนาจดูแลบัญชีบาปบุญของมนุษย์ แต่เพราะคุณอำนวยไม่ค่อยได้ทำบุญทำให้มีบุญน้อย จึงไม่มีบุญพอให้กับเจ้ากรรมนายเวร

หลวงตาจึงให้เปิดบัญชีบุญของภรรยา ซึ่งก็มีบุญอยู่มากแต่ยังไม่พอที่จะให้กับเจ้ากรรมนายเวรเช่นกัน หลวงตาจึงว่า ให้ดูใหม่ว่ามีบุญที่ลูกสาวเคยทำประทานข้าวถวายพระด้วย นายนิรยบาลจึงเปิดสมุดอีกจึงพบว่ามีบุญพอจริง หลวงตาจึงให้เอาบุญนี้อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรเสีย ซึ่งทำให้เจ้ากรรมนายเวรพอใจปล่อยตัวคุณอำนวยออกมาได้

หลังจากที่หลวงตาท่านช่วยคุณอำนวยออกมาจากนรกได้ วิญญาณของคุณอำนวยจึงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะไปเกิด แต่ก็ได้บารมีของหลวงตาทำให้ดวงวิญญาณได้ไปอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ดังเช่นวิญญาณอีกจำนวนมหาศาลที่หลวงตาบัวได้ช่วยให้พ้นจากนรกมามากมาย

เหตุที่มาวัดป่าบ้านตาดก็เพราะว่าดวงวิญญาณจะได้คอยอนุโมทนากับคนที่มาทำบุญที่วัด รวมไปถึงมีการพัฒนาคุณภาพวิญญาณ ให้มีมีบุญกุศลและความดีพอที่จะยกชั้นภูมิของวิญญาณให้สูงขึ้นได้ หากวิญญาณไหนโชคดีมีญาติมาปฏิบัติธรรมก็จะเปลี่ยนภพภูมิได้เร็วซึ่งโดยปกติ ภรรยาและญาติของคุณอำนวยนั้นมาทำบุญที่วัดแห่งนี้เป็นประจำอยู่แล้ว

เมื่อใดที่คนในครอบครัวทำบุญไปให้ดวงวิญญาณนั้นก็จะได้รับเช่น ครั้งหนึ่งครอบครัวของคุณนุ่นได้ถวายบ้าบังสุกุลไว้ แล้วอุทิศบุญไปคุณอำนวยผู้เป็นพ่อมาโมทนารับบุญก็จะสามารถใช้กันร้อนกันหนาวได้

ด้วยเหตุนั้นทำให้คุณนุ่นผู้เป็นบุตรสาวหมั่นปฏิบัติสมาธิภาวนาทุกวัน เนื่องจากเธอทราบมาว่าภพภูมิที่คุณพ่อของเธออยู่ไม่เหมือนภพภูมิมนุษย์ เป็นภพที่ยังทุกข์อยู่มากหากวันไหนที่เธอได้นั่งสมาธิแล้วอุทิศบุญให้คุณพ่อ พ่อก็จะรู้สึกสบาย เธอจึงหาเวลานั่งสมาธิอุทิศบุญกุศลอยู่เป็นประจำ

วันหนึ่ง หลวงตามหาบัวท่านได้เลื่อนงานประทานข้าวให้มาจัดเร็วขึ้น ราวหนึ่งสัปดาห์โดยท่านให้เหตุผลว่า อาทิตย์ที่เลื่อนไปท่านจะไปทำธุระสำคัญซึ่งทำให้คุณนุ่นเกิดความสงสัยมากจึงได้นั่งสมาธิและเคยถามพ่อของเธอในร่างของน้าครั้งหนึ่งว่าสาเหตุที่เลื่อนงานคืออะไร

พ่อของคุณนุ่นจึงตอบว่า สาเหตุที่หลวงตาเลื่อนเพราะกำหนดการงานประทานข้าวเดิมตรงกับวัน “ตัดสินโทษของทางนรก” หลวงตามหาบัวจึงเลื่อนให้เร็วขึ้นเผื่อจะมีญาติของใคร ทำบุญให้คนที่ตกนรก หลวงตาจะได้ใช้บุญที่ญาติอุทิศไปให้ ใช้ในการต่อรองกับเจ้ากรรมนายเวร

หลังจากที่คุณพ่อของคุณนุ่นมาแฝงตัวในร่างของคุณน้าครั้งแรก เธอและคุณแม่ได้เพียรทำบุญกับหลวงตามหาบัวโดยหมั่นรักษาศีล นั่งสมาธิภาวนาเพื่ออุทิศบุญให้พ่อมาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งคุณพ่อของคุณนุ่นก็มาบอกกับบุตรสาวว่า

“หลวงตาบอกพ่อมีบุญพอแล้วที่จะเปลี่ยนภพภูมิไปเมืองสวรรค์ ให้ไปตัดอาลัยทั้งหมดให้ได้จะพาไปภพภูมิที่ดีกว่า ตอนนี้พ่อเหลือห่วงคือลูกคนเดียวแต่ยังไงก็จะมาลาลูก”

คุณนุ่นเธอได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้อย่างหนักเพราะกลัวพ่อจะจากไปเธอไม่ยอมให้พ่อไปไหน ซึ่งคุณพ่อก็ได้บอกว่าน้ำตาของลูกในโลกวิญญาณมันท่วมเป็นทะเลมหาสมุทรแล้ว จากนั้นคุณพ่อของเธอก็เงียบไป คุณนุ่นจึงได้ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้กับคุณแม่และน้าฟัง ทั้งสองจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอทำใจเพื่อไม่ให้ขวางทางภพภูมิวิญญาณที่กำลังจะไปดี

อย่างไรก็ตามคุณนุ่นก็ยังไม่อาจทำใจได้มากนัก ยังคงแอบร้องไห้คิดถึงพ่ออยู่เป็นประจำ โดยครั้งหนึ่งเธอได้ไปที่วัดเพื่อฟังเทศน์ด้วยความทุกข์ใจที่ยังตัดอาลัยไม่ขาดจากพ่อ เธอจึงก้มหน้าและร้องไห้ออกมาแบบเงียบๆ

แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อเกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งก็มีแม่ชีคนหนึ่งเดินเข้ามาลูบหลัง แล้วพูดขึ้นว่า “พ่อหนูให้ฉันมาบอกว่า ตอนนี้พ่ออยู่สวรรค์แล้วสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง”

คุณนุ่นเธอถึงกับสะดุ้งเพราะการที่เธอร้องไห้เป็นการก้มหน้าอยู่แล้วน้ำตาไหล ซึ่งถ้าไม่มีใครมานั่งจ้องหน้าจริงๆก็จะไม่เห็น อีกทั้งเป็นเวลาค่ำแล้วซึ่งต่อให้มีคนเห็นจริงก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าเธอกำลังร้องไห้เรื่องอะไรอยู่ แต่แม่ชีคนที่ไม่เคยเห็นหน้าคนนี้พูดได้ตรงกับเรื่องความทุกข์ใจของเธอ ซึ่งมันไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

เมื่อผ่านเหตุการณ์คราวนั้นมาก็ทำให้คุณนุ่นทำใจได้ และกลับมาตั้งใจทำบุญเหมือนเดิม เพราะเธอเชื่อในบุญในบาป เชื่อในคุณของพระอริยสงฆ์อย่างหลวงตามหาบัว เชื่อว่านรกสวรรค์นั้นมีจริง คนที่ทำดีมีบุญมากพอย่อมได้ไปสวรรค์ส่วนคนที่ทำชั่วย่อมต้องตกนรกแน่นอน

นรกของคนดื่มสุรา

บุรพกรรมของคนที่ต้องตกนรกนั้นหนึ่งในกรรมที่คนชอบก่อกันมากก็คือ “การดื่มสุรา” ซึ่งจะนำไปสู่นรกขุมที่ชื่อ “มหาโรรุวนรก” เป็นนรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้องครวญครางของสัตว์นรกที่ถูกทรมานด้วยไฟจากนรกและจะต้องถูกจับกรอกน้ำทองแดงเข้าปาก เพราะการดื่มสุรา เป็นต้นเหตุของการขาดสติทำให้จิตเสื่อมทรามลงและสามารถกระทำในสิ่งที่ผิดต่อศีลธรรมได้ทุกชนิด

มีตัวอย่างที่ผู้เขียนอยากนำมาเทียบเคียงให้ทราบว่า นรกของคนที่ชอบดื่มสุรานั้นเป็นทุกข์ร้ายแรงมากมายเพียงใด ครั้งหนึ่งในสมัยที่พระพุทธเจ้าพระนามว่า “กัสสปะ” พระศาสดาพร้อมด้วยพระสาวกประมาณสองหมื่นรูปได้เสด็จมาถึงพระนครแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏชื่อว่า พระนครพาราณสี ในปัจจุบัน

ชาวเมืองทั้งหลายครั้นได้เห็นพระพุทธองค์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ต่างก็พากันตื่นเต้นดีใจด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก ต่างชักชวนกันบริจาคทรัพย์ถวายทานเป็นการใหญ่ โดยชาวบ้านได้รวมตัวกันสองคนบ้างสามคนบ้าง เพื่อเป็นเจ้าภาพภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์เป็นเวลาหลายวัน

มีลูกชายของมหาเศรษฐีอยู่สี่คน ซึ่งพ่อแม่ของพวกเขาต่างก็มีทรัพย์มากมายถึงคนละ 40 โกฏิ (สี่ร้อยล้าน) ลูกชายของเศรษฐีทั้งสี่คนนั้นต่างก็กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น และเป็นเพื่อนรักกันมาก เมื่อเห็นชาวบ้านพากันบริจาคทานถวายอาหารเลี้ยง พระภิกษุสงฆ์เป็นการใหญ่เช่นนั้น แทนที่จะเกิดความเลื่อมใสร่วมใจกันทำบุญกับเขากลับมีใจดูหมิ่นเหยียดหยาม โดยได้คิดไปว่า

“พวกคนเหล่านี้เป็นคนโง่เขลา เพราะบ้าศรัทธา ทำไปทำไมกันบุญทานทำแล้วก็ไม่เห็นได้ประโยชน์อะไรเลย มีแต่สิ้นเปลืองทรัพย์สมบัติไปเปล่าๆ การบูชาพระพุทธเจ้าและการรักษาศีลก็เหมือนกัน จะทำไปเพื่ออะไร คิดเท่าไหร่ก็มองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์ เสียเวลาเปล่า”

ทั้งสี่คนนี้ต่างก็ปรึกษากันว่า จะจัดการกับทรัพย์สมบัติมากมายเหล่านี้อย่างไรดี เพราะพ่อแม่ได้หาทรัพย์สมบัติไว้ให้มากมายลำพังจะกินจะใช้อีกกี่สิบชาติก็คงจะไม่หมดไปง่ายๆ

เพื่อนคนหนึ่งก็เสนอขึ้นว่า “ พวกเราพากันไปหาซื้อสุราอย่างดีที่สุดเอามาดื่ม โดยมีเนื้อที่มีรสชาติดีที่สุดเป็นกับแกล้มเป็นประจำอย่างนี้ชีวิตของพวกเราคงมีรสชาติขึ้น ทุกคนเห็นด้วยกับเราหรือไม่”

ทุกคนต่างก็เห็นดีเห็นงามกับคำเสนอของเพื่อน และมีคนหนึ่งเสนอเพิ่มเติมว่า นอกจากจะดื่มสุราที่มีรสดีที่สุดเท่าที่จะสามารถหาได้ในเมืองนี้แล้วควรให้คนใช้หาข้าวปลาอาหาร ชนิดที่มีรสเลิศต่างๆ มาบริโภคเป็นประจำตลอดไป ขณะที่อีกคนหนึ่งก็เสนอว่าให้หาหญิงงามมาปรนนิบัติด้วยก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าประกอบกรรมชั่วมั่วอบายมุขกันครบสูตรเลยทีเดียว

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชายหนุ่มทั้งสี่คนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำความชั่ว เสพสุรายาเมาเป็นประจำ ประพฤติผิดลูกเมียคนอื่นเมื่อเห็นสตรีสาวทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นลูกเขาเมียใคร เมื่อตนเองพอใจแล้ว เป็นต้องหาอุบายเอาตัวมาเป็นเครื่องบำเรอความสุขของตนจนได้โดยใช้เงินที่มีอยู่จำนวนมากเป็นเครื่องล่อใจ

พวกเขาทั้งสี่คนพากันล้างผลาญทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่สั่งสมไว้ให้ไปในทางที่ชั่วช้าอยู่อย่างนี้เป็นประจำ เมื่อทั้งสี่คนตายไปแล้ว กรรมชั่วทั้งหลายที่ได้กระทำไว้ทำให้ต้องไปเกิดในอเวจีมหานรก ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสหาประมาณมิได้ ต้องถูกไฟในอเวจีมหานรกอันแรงร้าย เผาไหม้ร่างกายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่างเว้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว

กรรมหนักเหล่านั้นเมื่อได้รับการชดใช้เป็นเวลานานถึงหนึ่งพุทธันดรแล้วต่างก็ได้มาเกิดเป็นสัตว์นรกต่ออีกในนรกที่ชื่อ “โลหะกุมภี” ซึ่งมีความกว้างใหญ่ประมาณหกสิบโยชน์ ต้องเวียนว่ายให้ไฟไหม้เผากายตนอยู่ในนรกโลหะกุมภีอันกว้างใหญ่นั้นอยู่ตลอดเวลา ดำผุดดำว่ายขึ้นลงจากก้นหม้อสู่เบื้องบนและจมลงไปสู่เบื้องล่างอีกเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไปยังไม่ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์เลย

จะเห็นได้ว่า ลูกชายเศรษฐีทั้งสี่คนนั้น แต่เดิมทีเป็นผู้มีทรัพย์สมบัติมากเพราะเคยทำบุญให้ทานมาดีก่อนในอดีตชาติ แต่ในชาติปัจจุบันมีความประมาทและโง่เขลา ทั้งๆ ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นมาในโลก และเสด็จมาโปรดประชาชนยังบ้านเมืองของตนถึงที่แล้ว แทนที่จะมีจิตใจเลื่อมใสรีบขวนขวายประกอบการกุศลเช่นคนทั้งหลายอื่นกลับมีน้ำใจชั่วช้าคิดดูหมิ่นในบุญ ประกอบแต่กรรมชั่วต่างๆ นานา

ครั้นตายไปจึงต้องตกนรกอเวจีและโลหะกุมภี ตามลำดับครั้นไปเกิดเป็นสัตว์นรกได้รับความทุกข์ทรมานหนักๆเข้าจึงได้รู้สึกสำนึกตน แต่การที่พวกเขาเพิ่งมาสำนึกตนและได้แต่พร่ำบ่นรำพันอยู่ในนรกนั้น มันก็สายไปเสียแล้ว

ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในภพชาติปัจจุบันจึงไม่ควรประมาท หากใครก็ตามที่ยังหลงมัวเมาในฤทธิ์ของสุราเพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับความสุขเพียงเล็กน้อยจนกระทั่งทำผิดศีลได้ทุกชนิด สิ่งเหล่านี้หากคิดพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า สุราเป็นต้นเหตุแห่งการสร้างความทุกข์ให้กับตัวเองทั้งในชาตินี้และชาติต่อไป ได้ไม่มีที่สิ้นสุด

นรกของสุราหากว่ากันในทางมานุษยวิทยานั้นก็นับว่าเป็นนรกของคนที่เสพอยู่แล้ว สุรา แปลว่ากล้าหรือด้าน พอดื่มเข้าไปแล้วจากคนที่เรียบร้อยไม่ค่อยพูดก็กลายเป็นคนใจกล้า หน้าไม่อาย สิ่งที่ไม่ควรก็กล้าทำ สิ่งที่ควรบูชาก็ดูหมิ่น สิ่งที่ควรถนอมก็จะทำลาย

นรกของคนติดสุราจะเห็นนรกได้ทันตาเห็นในภพชาติปัจจุบันถึง 6 ประการก็คือ

1. ทรัพย์สินเงินทองหมดไปเห็นได้ชัด เวลาที่คนเราเหนื่อยยากลำบากในการหาทรัพย์ แทนที่จะได้ใช้ทรัพย์เพื่อประโยชน์และความสุขที่แท้จริง ก็กลับไปหมดที่สุราเสียหมด สิ่งจำเป็นอื่นๆ ก็จะเป็นเหตุให้ขาดแคลน

2. ก่อการทะเลาะวิวาท ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นนรกในครอบครัวด้วย ผู้ใดที่ติดสุราย่อมมีเหตุให้มีปากเสียงกับคนในครอบครัวทำให้ร้อนอกร้อนใจไม่มีความสุข

3. เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งนับเป็นนรกที่เกิดขึ้นทางกาย ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคร้ายต่างๆ ที่จะคุกคาม ปวดหัวคิดอะไรไม่ออก เป็นมะเร็งตับ เบาหวาน ความดันและอื่นๆ อีกมากมายเพราะมีสุราพาไปทั้งสิ้น

4. เสียเกียรติคุณชื่อเสียง เป็นการนำหายนะเข้าตัว เพราะหากได้ชื่อว่าเป็นขี้เมาก็ย่อมไม่มีใครให้การเคารพนับถือ

5. ไม่มียางอาย สามารถกล้าทำในสิ่งที่ควรอายได้อย่างไม่ยี่หระ บางคนกล้าทำในสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรทำราวกับปีศาจจากนรกคือ พ่อบางคนเป็นขี้เมาเมื่อเมาแล้วก็กระทำกรรมหนักด้วยการข่มขืนลูกสาวของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลูกสาวก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต้องยอมจำนนด้วยความเจ็บปวดจนในที่สุด พ่อจากนรกคนนี้ก็ต้องไปเสวยกรรมในคุก ซึ่งคนเมานั้นไม่ได้เสียแค่สติแต่จะทำให้เสียความเป็นมนุษย์ไปด้วย

6. บั่นทอนกำลังปัญญา คนที่ดื่มเหล้าย่อมเสียสติปัญญา หัวสมองช้าคิดอะไรไม่ออก การงานเสียหาย ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเป็นที่ตำหนิและเสื่อมเสียอีกมากมาย

หนีนรกสุราจะทำอย่างไร

จากตัวอย่างพ่อที่ต้องตกนรกเพราะดื่มสุราแสดงให้เห็นแล้วว่าโทษของการดื่มสุรามีผลเสียไปถึงภพหน้าแม้ในภพนี้ก็ไม่เป็นสุข การเลิกดื่มสุราให้ได้จึงต้องอาศัยพฤติกรรมและกำลังใจที่เข้มแข็งโดย เราต้องตั้งเป้าว่าจะเลิกเหล้าเพื่อใคร เพราะเหตุใด

เช่น เราจะเลิกเพื่อพ่อแม่ ภรรยา แฟน หรือคนที่เรารัก เพราะการดื่มเหล้าของเราทำให้คนที่เรารักทุกคนไม่สบายใจ เราต้องคิดถึงเรื่องนี้ให้มากว่าเป็นการทำเพื่อคนอื่นที่ประเสริฐ และจะได้มีสุขภาพที่ดีแถมมีเงินเก็บมากขึ้น

เมื่อตั้งใจได้แล้วก็ต้อง “หยุดทันที” คนที่มีแนวคิดว่าเพียงแค่ดื่มเพื่อความสนุกสนานหรือต้องการเข้าสังคม เมื่อตั้งใจที่จะเลิกเหล้าก็ต้องพยายามหักห้ามใจ และหยุดดื่มทันที เพราะหากยังคิดพยายามจะดื่มแม้เพียงสักเล็กน้อยก็จะทำให้หยุดไม่ได้ต้องเลยตามเลยหันกลับไปดื่มอีก

หากยังเลิกแบบทันทีไม่ได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยการดื่ม สำหรับคนที่เคยดื่มเหล้าเป็นประจำอาจเลิกทันทีได้ยาก ให้ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจช่วยให้ดื่มเหล้าน้อยลงได้

เช่น ดื่ม เหล้าพร้อมกับการรับประทานอาหาร หรือ หมั่นดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปด้วยระหว่างการดื่มเหล้า อาจใช้การเปลี่ยนขนาดของแก้ว จากแก้วใหญ่เป็นแก้วเล็กดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่าทดแทนไปก่อน แล้วค่อยๆ ลดประมาณดื่มลงจากที่เคยดื่มวันละขวด ก็ค่อยๆ ลดปริมาณลงไปเรื่อยๆ จนเหลือวันละ 1 แก้ว และไม่ดื่มเลยแม้แต่แก้วเดียวในที่สุด

สิ่งสำคัญมากก็คือ ควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ความเสี่ยงในที่นี้คือ สถานการณ์หรือสถานที่ตลอดจนปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้เราดื่มเหล้าได้ง่ายขึ้น ได้แก่ ช่วงเวลาหลังเลิกงาน วันเงินเดือนออก วาระหรือโอกาสพิเศษต่างๆ การไปเที่ยวผับหรือร้านอาหาร สถานบันเทิง การชักชวนจากกลุ่มเพื่อนที่ดื่มจัด รวมถึงสาเหตุต่างๆ ที่นำไปสู่อาการเหน็ดเหนื่อย ทดท้อ เหงา เศร้า เครียด อันต้องทำให้หันกลับไปดื่มอีก

เมื่อมีเวลาว่าง ให้หันไปทำกิจกรรมอื่นที่สร้างสรรค์แทนการดื่มสังสรรค์ ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพหลังเลิกงาน เช่น การออกกำลังกาย เล่นกีฬาฉลองวาระพิเศษต่างๆ ด้วยแนวปฏิบัติแบบใหม่ เช่น ไปทำบุญแทนการดื่มเมื่อรู้สึกเหงา เศร้า หรือเครียด ให้หากิจกรรมสร้างสรรค์และจรรโลงจิตใจทำทันที อาทิ อ่านหนังสือ ฟังเพลง ชมภาพยนตร์ ปลูกต้นไม้ หรือกิจกรรมผ่อนคลายต่างๆ

เมื่อมีคนชวนดื่มก็ต้องฝึกปฏิเสธให้เด็ดขาด เช่น ถ้าเพื่อนคะยั้นคะยอให้ดื่ม ให้บอกเค้าไปว่า “หมอห้ามดื่ม ไม่ว่างต้องไปทำธุระสำคัญ” เหล่านี้เป็นต้น

สุดท้ายควรหาที่พึ่งทางใจรวมถึงหากำลังใจจากคนรอบข้าง เช่น พ่อแม่ คนรัก ลูก หรือเพื่อนสนิท ที่สามารถปรึกษาหารือให้คำแนะนำดีๆ แก่เราได้ และพร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อเราต้องการ อาจใช้วิธีการพูดคุยหรืออ่านประสบการณ์ของคนที่เลิกเหล้าสำเร็จ ก่อนจะพบกับความสวยงามของชีวิตย่อมช่วยสร้างกำลังใจให้กับตัวเราได้เป็นอย่างมาก

สุราไม่ทำให้แค่เราตกนรกแค่คนเดียว แต่จะยังนำพาคนที่เรารักหรือคนในครอบครัวตกนรกไปด้วยเป็นวิบากกรรมที่ใหญ่หลวงและไม่ต้องรอดูผลถึงภพชาติหน้าเลย หากต้องการความสุขความสำเร็จในปัจจุบัน ก็ควรเลิกสุราถือศีล 5 ให้ถึงพร้อมนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

http://torthammarak.wordpress.com/

. . . . . . . . .