อารัมภบท ‘ตนบุญ ๒ ยุค’ แห่งวัดแสงแก้วโพธิญาณ (ครูบาอริยชาติ)

อารัมภบท ‘ตนบุญ ๒ ยุค’ แห่งวัดแสงแก้วโพธิญาณ (ครูบาอริยชาติ)

๑๙ ปีท่ีผ่านมา เด็กชายชาวเชียงรายนามว่า ‘สุชาติ อุ่นต๊ะ’
หรือ ‘เด็กชายเก่ง’ ได้ทําให้พระผู้ใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจน บรรดาชาวบ้านต้องตื่นตะลึงแกมปีติมาแล้ว เมื่อพบว่าเด็กชายซ่ึงมีอายุ เพียง ๑๒ ปีผู้น้ี สามารถอ่านและเขียนอักขระล้านนาหรือ ‘ตั๋วเมือง’ ได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืน ทําให้ในเวลาต่อมา เด็กชายเก่งได้รับความ ไว้วางใจจากครูบาผู้เรืองวิทยาคุณอย่างครูบาจันทร์ติ๊บ ญาณวิลาโส แห่งวัดชัยชนะ จังหวัดลําพูน มอบหมายให้ทําหน้าที่ลงอักขระเลขยันต์ใน วัตถุมงคลและเครื่องรางต่างๆ ของท่าน ซึ่งก็เป็นที่อัศจรรย์ว่าวัตถุมงคล และเครื่องรางท่ีลงอักขระเลขยันต์โดยเด็กชายวัย ๑๒ ปีผู้น้ีเปี่ยมด้วย พุทธคุณอันเข้มขลัง ไม่แพ้วัตถุมงคลที่ผู้เป็นครูบาอาจารย์ของท่านได้ทำขึ้น จนพระอาจารย์ชั้นครูอย่างครูบาจันทร์ติ๊บถึงกับออกปากชื่นชมว่า
“เด็กคนนี้มีวาสนาทางธรรมสูงยิ่งนัก ต่อไปนี้เราขอตั้งชื่อเด็กชายผู้น้ีว่า อริยชาติ อันหมายถึงผู้มีชาติภพอันเป็นอริยะ” ๕ ปีต่อมา ขณะอายุได้ ๑๗ ปี หนุ่มน้อยผู้มีจิตน้อมนํามาทาง พระพุทธศาสนาอย่าง ‘สุชาติ อุ่นตะ๊ ’ หรือ‘เก่ง’ ได้ละทิ้งความสนุกสนาน แห่งชีวิตวัยหนุ่ม เข้าสู่ร่มเงาแห่งกาสาวพัสตร์ โดยมีนามใหม่ที่รู้จักกัน ทั่วไปว่า ‘สามเณรอริยชาติ’

หลังจากบรรพชาได้เพียงปีเดียว ’สามเณรอริยชาติ’ ก็ทําให้ครูบา อาจารย์ต้องตระหนกอีกครั้ง เม่ือสามเณรใหม่วัย ๑๗ ปีผู้นี้มากราบขอ อนุญาตครูบาอาจารย์เพื่อออกธุดงค์
ในปีถัดมา (พ.ศ. ๒๕๔๒) สามเณรอริยชาติก็ได้อธิษฐานจิตเพ่ือ บําเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการเข้า ‘นิโรธกรรม’ เป็นคร้ังแรก แล้วสามเณรวัย ๑๘ ปีก็ต้ังต้นบําเพ็ญเพียรข้ันอุกฤษฏ์ดังกล่าว ณ ถ้ําอันห่างไกลผู้คนแห่งหน่ึงในจังหวัดน่าน ท่านปฏิบัติสมาธิภาวนาอย่าง ต่อเนื่องด้วยความมุ่งม่ันและอดทน โดยไม่ฉัน ไม่นอน ไม่ถ่ายหนัก-เบา ปิดวาจาไม่สนทนากับผู้ใด ยังชีพอยู่ด้วยน้ําสะอาดเพียงขันเดียวตลอด๓ วัน ในวัย ๒๐ ปี สามเณรอริยชาติได้เข้าอุปสมบทในพระพุทธศาสนา
ท่านมีฉายานามตามท่ีครูบาจันทร์ติ๊บเรียกขานในเบ้ืองต้นว่า ‘อริยชาติ อริยจิตฺโต’ ซึ่งด้วยวัตรปฏิบัติอันเหมาะแก่ความเป็นสมณะ และด้วย ความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่ท่านมีให้แก่ทุกผู้คนโดยเท่าเทียม ตลอดจน บารมีธรรมซึ่ง เหล่าญาติโยมและคณะศรัทธาประชาชนต่างประจักษ์แก่ใจ ตนแล้วนี่เอง จึงเป็นที่มาของคําเรียกขานพระหนุ่มผู้นี้ด้วยความเคารพ ยกย่องอย่างสูงสุดว่า ‘ครูบา’ อันเป็นนามซึ่งรู้จักกันท่ัวไปในปัจจุบันว่า ‘ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต’ แล้วการบําเพ็ญเพียรเพื่อสร้างบารมีธรรม ด้วยความมุ่งหมายท่ี จะบรรลุถึงซึ่งพระนิพพานอันเกษม ในฐานะบรรพชิตของครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต ก็เริ่มข้ึน…
พร้อมกันน้ัน การทําหน้าท่ีเผยแผ่พระธรรมคําสอนของสมเด็จ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าในฐานะของพระสงฆ์ผู้เป็นพุทธสาวก ก็เป็นเสมือนพันธกิจที่ครูบาหนุ่มผู้น้ีได้ยึดถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องด้วย ความมุ่งม่ันและต้ังใจยิ่งเช่นเดียวกัน

ปัจจุบัน ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต ในวัย ๓๑ ปี ได้อธิษฐานจิตเข้านิโรธกรรมมาแล้ว ๘ คร้ัง โดยระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติบําเพ็ญเพียร ขั้นอุกฤษฏ์ยาวนานท่ีสุดคือ ๙ วัน ครูบาอริยชาติได้รับการแต่งต้ังให้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดแสงแก้วโพธธญาณ ซึ่วเป็นวัดที่ท่านและคณะศรัทธาญาติโยมได้ร่วมกันจัดสร้างข้ึน ณ บริเวณป่าไผ่อันสงบร่มรื่นแห่งหน่ึง ในอําเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
นับต้ังแต่เร่ิมสร้าง ‘วัดแสงแก้วโพธิญาณ’ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นมา บริเวณเนินเขาขนาดย่อมแต่กว้างขวาง ที่เคยล้อมรอบด้วยป่าไผ่ ในพื้นท่ีหมู่บ้านป่าตึง ตําบลเจดีย์หลวง อําเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ก็กลายเป็นสถานที่ซึ่งชาวพุทธจากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทย (รวมถึง ชาวต่างชาติ) ต่างแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย

จุดประสงค์ในการมาเยือนอารามกลางเนินเขาเล็กๆ แห่งนี้ของ บรรดาคณะญาติธรรม นอกจากจะมุ่งหมายมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในอาราม และมาชื่นชมความวิจิตรงดงามของพุทธศิลป์ ซึ่งมี การผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนา ไต (ไทยใหญ่) และศิลปะพม่าได้ อย่างกลมกลืนแล้ว จุดประสงค์หลักในการมาเยือนวัดแสงแก้วโพธิญาณ ของคณะศรัทธาประชาชนก็คือ การได้มากราบสัมผัสบารมีของผู้ที่ได้ ชื่อว่าเป็น ‘ตนบุญ’ หรือ ‘เนื้อนาบุญ’ ของชาวล้านนาถึง ๒ ยุคสมัย ไปด้วยในคราวเดียวกัน นั่นคือ ‘ตนบุญ’ แห่งยุคอดีต และ ‘ตนบุญ’ ผู้มีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน
ตนบุญยุคอดีตคือ ‘ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย’ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นองค์บูรพาจารย์แห่งดินแดนล้านนา และเป็นศูรย์รวมความศรัทธาของชาวล้านนา รวมถึงชาวไทยท้ังประเทศ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ สืบมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งด้วยความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุดที่ ‘ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต’ มีต่อ ‘ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย’ จึงทําให้ครูบาอริยชาติได้อํานวย การจัดสร้าง”รูป หล่อ ครูบาศรีวิชัย องค์ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ้งหล่อด้วยโลหะ ขนาดหน้าตักกว้าง ๙ เมตร สูง ๑๒ เมตร และนํามาประดิษฐาน ณ วัดแสงแก้วโพธิญาณ เพื่อให้คณะศรัทธาประชาชนได้มากราบสักการะ ให้เป็นสิริมงคลแก่ตนสืบไป
ตนบุญยุคปัจจุบันคือ ‘ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต’ เจ้าอาวาส วัดแสงแก้วโพธิญาณ ผู้มีศีลาจารวัตรอันบริสุทธิ์และสมควรแก่วิสัย สมณะ ทั้งยังมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความมีเมตตาธรรม จนท่านได้ รับความเคารพเล่ือมใสอย่างยิ่งจากศรัทธาประชาชน โดยยกย่องให้ ท่านเป็นเน้ือนาบุญผู้ประเสริฐแห่งดินแดนล้านนาในยุคปัจจุบัน ดังนั้น การได้กราบนมัสการครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต จึงเป็นความปรารถนา อันสูงสุดของคณะศรัทธาประชาชนผู้เดินทางมายังวัดแสงแก้วโพธิญาณ

ด้วยหวังใหเ้ป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และอธิฐานจิตขอให้ท่านช่วยปลดเปลื้อง บรรเทาความทุกข์กายทุกข์ใจของตนให้ผ่อนคลายและเบาบางลงได้ด้วย บารมีธรรม
‘เนื้อนาบุญ’ ท้ังสองยุคสมัย ที่มารวมอยู่ในพุทธสถานอันย่ิงใหญ่ และวิจิตรงดงาม จึงเป็นความโดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของคุณงาม ความดี ที่ทําให้วัดแสงแก้วโพธิญาณเปรียบเสมือนศูนย์รวมศรัทธาของ พุทธศาสนิกชน และประชาชนผู้ใฝ่ในธรรมได้เป็นอย่างดีในยุคสมัยน้ี
ท่ีสําคัญที่สุดคือ ปัจจุบัน ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต เจ้าอาวาสวัด แสงแก้วโพธิญาณท่านนี้นับเป็น‘ครูบา’ อายุน้อยที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั่วประเทศ และบารมีของท่านยังแผ่ขยายออกไปไกลถึงต่างประเทศ
ซ่ึงน่ีเองคือที่มาของการเดินทางอันยาวไกล และเป็นที่มาของ เรื่องราวเหตุการณ์ และประสบการณ์มากมาย ที่ครูบาอริยชาติ อริจิตฺโต ได้เมตตานํามาถ่ายทอดสู่ท่านผู้อ่านในคร้ังน้ี

http://www.satapornbooks.co.th/Resources/Uploads/Item/N002086_3.pdf

. . . . . . . . .