ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ

ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ

หากกล่าวถึงพระภิกษุสงฆ์ที่ถูกกล่าวขานและได้รับความศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนมากที่สุดรูปหนึ่งในภาคเหนือ คงไม่มีใครปฏิเสธนามของ “ครูบาศรีวิชัย” เป็นแน่แท้ ผู้คนจำนวนมากเชื่อกันว่าท่าน คือ “เจ้าตนบุญแห่งล้านนา” ที่มาสร้างความเจริญรุ่งเรืองและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน ณ ปัจจุบันนี้พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยหากได้กล่าวถึงครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต แห่งวัแสงแก้วโพธิญาณก็คงจะมีพุทธศาสนิกชนที่รู้จักและเลื่อใสศรัทธาไม่น้อยเลยนะครับ ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต หรือ ครูบาน้อย หรือครูบาเก่ง เป็นพระภิกษุที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งและเป็นศิษย์สาย “ครูบาศรีวิชัย” ยุคใหม่ ท่านถือกำเนิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่บ้านปิงน้อย อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นบุตรคนสุดท้องของโยมพ่อสุข โยมแม่จำนง อุ่นต๊ะ

ด้วยชาติภูมิแห่งหน่อเนื้อพุทธางกูร ตั้งแต่วัยเยาว์ ด.ช.อริยชาติ มีนิสัยประหลาดไม่เหมือนเด็กในวัยเดียวกัน มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน เรียนหนังสือเก่งในระดับดีเด่นและนิสัยรักสงบรักสันโดษ ไม่ชอบเบียดเบียนสัตว์ และมักชื่นชอบนำดินเหนียวมาปั้นเป็นพระพุทธรูปเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง จนเพื่อน ๆ ล้อเลียนว่าเป็นตุ๊เจ้า (ชื่อเรียกพระภิกษุภาคเหนือ) อยู่เนือง ๆ

ที่น่าแปลกคือท่านชอบเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมเป็นประจำ จนเข้าตา ครูบาจันทร์ติ๊บ ญาณวิลาโส อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยชนะ ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน เห็นว่าเด็กคนนี้มีแววเป็นผู้สืบสานพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองภายภาคหน้า จึงถ่ายทอดสรรพวิชาความรู้ต่าง ๆ ทั้งอักษรล้านนาและวิชาคาถาอาคม เวทมนตร์ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาจาก ครูบาชุ่ม โพธิโก อดีตพระเกจิชื่อดังและอดีตเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล (วังมุย) ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน ให้หมดสิ้น และ ด.ช.อริยชาติ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เรียนเขียนอ่านได้รวดเร็วและจารอักขระเลขยันต์ได้เข้มขลังไม่แพ้อาจารย์

จวบจนครูบาจันทร์ติ๊บ ชราภาพมาก ภาระการทำวัตถุมงคลต่าง ๆ ทั้งตะกรุด และของขลัง ก็ตกเป็นของ ด.ช.อริยชาติ โดยปริยาย ซึ่งผู้ศรัทธานำไปบูชาต่างมีประสบการณ์มากมาย ทั้งแคล้วคลาด ปลอดภัย คงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม ครบเครื่องเลยทีเดียว

ครั้นอายุได้ ๑๔ ปี ระหว่างเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.๔ ด.ช.อริยชาติ มีความปรารถนาแรงกล้าจะเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ประจวบเหมาะกับมีโอกาสไปกราบนมัสการ ครูบาวัง อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งวัดบ้านเด่น จ.ตาก ครูบาวัง ท่านก็เห็นแววหน่อเนื้อพุทธางกูรและบารมีธรรม จึงแนะนำให้บรรพชาเป็นสามเณร ด.ช.อริยชาติ จึงนำความไปกราบเท้าปรึกษาโยมพ่อและโยมแม่ แต่ถูกขอร้องให้เรียนหนังสือจบเสียก่อน แต่ ด.ช.อริยชาติ ตัดสินใจแน่วแน่เสียแล้ว โยมพ่อและโยมแม่ไม่อาจขัดขวางได้จึงอนุโมทนาบุญให้บุตรชายในท้ายที่สุด

ด.ช.อริยชาติ เข้าบรรพชาที่วัดเด่นสลีเมืองแกน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ กับครูบาเทือง นาถสีโล โดยได้รับความเมตตาถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ ให้จนหมดสิ้น สามเณรอริยชาติ ก็กราบลาไปเล่าเรียนวิชากับ ครูบาอินตา วัดห้วยโทร อ.บ้านธิ จ.ลำพูน และครูบาอินตา วัดวังทอง จ.ลำพูน ซึ่งโด่งดังด้านเมตตามหานิยมและเก่งเรื่องโภคทรัพย์ โชคลาภ โดยสามเณรอริยชาติ ก็ใช้วิชาช่วยเหลือคนยากไร้จนชื่อเสียงเลื่องลือไม่ด้อยไปกว่าพระอาจารย์

ต่อมาผู้ศรัทธานิมนต์สามเณรอริยชาติไป จำพรรษาที่ จ.น่าน ไปใช้วิชาช่วยเหลือคนยากจนและคนเดือดร้อนหลายสิบรายจนได้ฉายาว่า “หลวงพ่อเณร” วัตถุมงคลท่านสร้างแจกรุ่นแรก ๆ คือ ปรอท ดาบ ตะกรุด โดยเฉพาะตะกรุดและปรอทดังทะลุฟ้า เคยมีพ่อโมโหคว้ามีดฟันกลางหลังลูกชาย ๓ ครั้ง ไม่ระคายผิวอย่างน่าอัศจรรย์ ตอกย้ำชื่อเสียงของท่านให้ดังกระหึ่มทั่วสารทิศยิ่งขึ้น

เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี สามเณรอริยชาติ ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดชัยมงคล (วังมุย) ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน มีพระครูภัทรปัญญาธร วัดศรีสุพรรณ อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “อริยจิตฺโต” ย้ายไปจำพรรษาที่วัดพระธาตุดงสีมา ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พัฒนาจนเจริญรุ่งเรือง บูรณะองค์พระธาตุเก่าแก่และพระอุโบสถจนแล้วเสร็จ อาศัยเมตตาบารมีช่วยเหลือผู้คนไม่เลือกชั้นวรรณะ ตั้งแต่คหบดียันยาจกล้วนได้รับความเมตตาทั่วกัน คราวหนึ่งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก ๑๐ ล้อชนรถนักเรียน บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากที่ จ.เชียงราย แต่มีส่วนหนึ่งคล้องสายสิญจน์และคล้องตะกรุดของท่านไม่เป็นอะไรเลย

นอกจากนี้ ครูบาอริยชาติ ยังบูรณะพระธาตุปางบวกแก้ว ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย โดยฉาบปูนทาสีขาวหุ้มทองเหลืองอร่าม และท่านยังแจกผ้าห่มกันหนาวให้ชาวเขา ก่อสร้างวิหารวัดป่าม่วง ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ใครถามท่านก็บอกว่า “สืบทอดพระพุทธศาสนาให้ชาวเขา” ใครได้ยินได้ฟังก็ต้องเลื่อมใส

นิสัยส่วนตัว ครูบาอริยชาติ มักน้อยถือสันโดษ ไม่ชอบสะสมสิ่งของต่าง ๆ อาหารคาวหวานฉันแต่น้อยพออิ่ม ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ๆ ใครถวายอะไรก็ฉันอย่างนั้นเรียบง่ายไม่เรื่องมาก

วันนี้ท่านจำพรรษาที่ “วัดแสงแก้วโพธิ ญาณ” ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าบนเนินเขาบ้านป่าตึง ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย สามารถมองเห็นชุมชน และตัวอำเภอแม่สรวยเกือบ ๑๘๐ องศา ทุกวันจะมีญาติโยมแวะไปกราบนมัสการเนืองแน่น โดยท่านทุ่มเทแรงใจพัฒนาวัดให้สวยงามและน่าศรัทธาอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการก่อสร้างครูบาศรีวิชัยเนื้อโลหะองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และถาวรวัตถุต่าง ๆ ภายในวัดแสงแก้วโพธิญาณด้วย เช่น พระอุโบสถ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ พระอุปคุตปางจกบาตร (ปางปราบมาร) เป็นต้น

http://www.romphosai.com/

. . . . . . . . .