วิหารหลวงปู่ขาว อนาลโย

วิหารหลวงปู่ขาว อนาลโย
ตั้งอยู่ที่วัดบ่อชะเนง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ

วิหารหลวงปู่ขาว อนาลโย ตั้งอยู่ที่วัดบ่อชะเนง อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ หลวงปู่ขาว อนาลโย ได้ศึกษาอบรมปฏิบัติธรรมกับ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตลอดชีวิตในเพศบรรพชิต ท่านได้อุทิศชีวิตไปในการศึกษาและปฏิบัตธรรมอย่างมุ่งมั่น เดินธุดงค์จำพรรษาตามป่าเขา เผชิญกับอุปสรรคมากมายอย่างไม่สะทกสะท้าน จนภูมิธรรมเต็มจิตใจหมดความสงสัยในธรรมอย่างสิ้นเชิง ชาวบ้านในเขตอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร่วมกันก่อสร้างวิหารและรูปเหมือนของหลวงปู่ เพื่อเป็นอุเทสิกเจดีย์ แห่งความดีงามให้ชนรุ่นหลังได้กราบไหว้และศึกษาถึงวัตรปฏิบัติที่งดงาม
ความเชื่อและความศรัทธา : เชื่อกันว่าใครที่ได้มากราบไหว้รูปเหมือน หลวงปู่ขาว อนาลโย จะทำให้สิ้นทุกข์ สิ้นภัย จิตใจผ่องใส สติปัญญาเฉียบแหลม

ลิงก์ http://www.amnat.info/board/index.php/topic,22.msg24.html#msg24

http://www.amnat.info/board/index.php?topic=22.0

ประวัติการสร้างเหรียญ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

ประวัติการสร้างเหรียญ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

รุ่นแรก
สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นลักษณะรูปไข่หน้าตรงครึ่งตัว ด้านหน้าจารึกชื่อ
“หลวงปู่ขาววัดถ้ำกลองเพลอุดรธานี” ด้านหลังลงอักขระยันต์บอก พ.ศ. ๒๕๐๙ ไว้ด้วยรุ่นนี้ร้านไทยสามัคคี อุดรธานี ผู้ซึ่งเป็นหลานชายของท่านสร้างถวาย จำนวน ๔,๐๐๐ เหรียญ

รุ่นสอง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ เนื่องในงานสมโภชเจดีย์วัดถ้ำกลองเพล ครูชาลี ตุละวรรณ สร้างถวายจำนวน ๑๕,๐๐๐ เหรียญ ลักษณะเป็นเหรียญกลมเท่าเหรียญเงินบาท รูปเอียงครึ่งตัว
มีรูปเจดีย์อยู่ด้านหลัง และในปีเดียวกันนั้นเองคุณกิมก่าย เอียสกุล คฤหบดีหนองคาย ก็ได้สร้างเหรียญหลวงปู่ขึ้นอีกชุดหนึ่งถวายท่านเนื่องในงานฉลองอายุครบ ๘๑ ปี เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๑
ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน ลักษณะเป็นเหรียญรูปไข่หน้าตรงครึ่งตัว เหรียญที่ส้รางในปี ๒๕๑๑ ปลายปีนี้ถือว่าเป็นรุ่นสองด้วยกัน เพราะสร้างในระยะไล่เลี่ยกัน อ่านเพิ่มเติม

หลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย

สติ

สตินี่ ทำให้มันมีกำลังดีแล้วจิตมันจึงจะล่วง เพราะสติคุ้มครองจิต ตัวสติก็คือจิตนั่นแหละ แต่ว่าลุ่มลึกกว่า

สตินั่นอบรมจิต ครั้นอบรมจนขั้นจิตรู้เท่าตามความเป็นจริงแล้ว มันจึงหายความหลง พบความสว่าง ความหลงนั้นก็คือไม่มีสติ ครั้งมีสติคุ้มครองหัดไปจนแน่วแน่แล้ว ให้มันแม่นยำ ให้มันสำเหนียกแล้ว มันจะรู้แจ้งทุกสิ่งทุกอย่าง

สติแก่กล้าจิตย่อมทนไม่ได้ เมื่อทนไม่ได้ก็สงบลง ครั้งสงบลงแล้วมันก็รู้ เดี๋ยวนี้มันไม่มีปัญญา มันก็ส่ายไปมาเพราะมันไปหลายทาง จิตไปหลายทางเพราะเป็นอาการของมัน

เมื่อผู้วางภาระ คือว่าง ไม่ยึดถือว่าขันธ์ห้านี้เป็นตัวเป็นตนแล้ว ไม่ยึดถือแล้วปลงเป็นผู้วางภาระก็มีความสุข จะยืน เดิน นั่ง ก็มีความสุข ไม่ยึดถือเพราะรู้ตามความเป็นจริงของมันแล้ว ไม่ถือเอา ไม่ยึดเอา ได้ชื่อว่าเป็นผู้ขุดตัณหาขึ้นได้ทั้งราก เป็นผู้เที่ยงแล้ว เที่ยงว่าจะเขาสู่ความสุข ตามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เที่ยงแล้ว เมื่อจิตมันรวมมันก็รู้ตามความเป็นจริง มันจะวางขันธ์นี้ เมื่อมันรวมนั้นแหละ ถ้าจิตรวมแล้วมันก็วาง วางแล้วก็มีแต่ว่าง ๆ แล้วค้นหาตัวก็ไม่มี เมื่อค้นหาตัวไม่มีแล้ว ก็อันนั้นแหละ จิตพอสงบลงแล้วปัญญาก็เกิดขึ้นเองน่ะแหละ ถึงตอนนั้น แม้จิตมันฟุ้งขึ้นมาแล้วมันก็ไป มันไม่มีอันใด แม้แสงสว่างหมดทั้งโลกก็ตาม มันไม่ไปยึด

(คัดมาจาก หนังสือรวมคำสอนจากพระป่า)
(จากหนังสือรวมคำสอนพระสุปฏิปันโน เล่ม 1)

http://kaskaew.com/index.asp?contentID=10000004&title=%CB%C5%C7%A7%BB%D9%E8%A2%D2%C7++%CD%B9%D2%C5%E2%C2&getarticle=21&keyword=&catid=2

กรรมกับจิต โดยหลวงปู่ขาว อนาลโย

กรรมกับจิต โดยหลวงปู่ขาว อนาลโย

อย่าให้มีความประมาท จงพากันสร้างคุณงามความดี มีการให้ทาน มีการรักษาศีลของฆราวาส พวกฆราวาสก็ดี ให้ถือศีลห้า ศีลแปด วันเจ็ดค่ำ แปดค่ำ สิบสี่ค่ำ สิบห้าค่ำ เดือนหนึ่งมีสี่หน อย่าให้ขาด ให้มีความตั้งใจ เรื่องเข้าวัดฟังธรรม รักษาศีล ภาวนา อันนี้เป็นทรัพย์ภายในของเรา การรักษาศีลเป็นสมบัติภายในของเรา ควรใช้ปัญญาพิจารณาค้นคว้าร่างกาย ให้มันเห็นว่า ความจริงของมันตกอยู่ในไตรลักษณ์ ตกอยู่ในทุกขัง ตกอยู่ในอนิจจัง ตกอยู่ในอนัตตา มีความเกิดอยู่ในเบื้องต้น มีความแปรไปในท่ามกลาง มีความแตกสลายไปในที่สุด อย่างนี้แหละ อย่าให้เรานอนใจ ให้สร้างแต่คุณงามความดี อย่าไปสร้างบาปอกุศล อย่าไปก่อกรรมก่อเวรใส่ตน ผู้อื่นไม่ได้สร้างให้เรา

คุณงามความดีเราสร้างของเราเอง ตนสร้างใส่ตนเอง ผู้อื่นบ่ได้ทำดอก เมื่อเราเป็นบาป ก็เราเป็นผู้สร้างบาปใส่เราเอง ความดีก็แม่น เราใส่เราเอง จึงได้เรียกกุศลกรรม อกุศลกรรม สัตว์ทั้งหลายจะ หรือจะร้ายก็ดี จะเป็นคนมั่งคั่งสมบูรณ์ หรือยากจนค่นแค้นก็ดี เป็นเพราะกรรมดอก พระพุทธเจ้าว่านั่นแหละ สัตว์ทั้งหลายเป็นแต่กรรม สัตว์มีกรรมของตน เป็นเพราะกรรมดอก กรรมเป็นผู้จำแนกแจกสัตว์ให้ได้ดีได้ชั่วต่างๆ กัน ครั้นเป็นผู้ทำกรรมดี มันก็ได้ความสุข ไปชาติหน้าชาติใหม่ก็จะได้ความสุข ผู้ทำความชั่ว มันก็มีความทุกข์ มีอบายเป็นที่ไป มีนรกเป็นที่ไป อ่านเพิ่มเติม

คำสอนของหลวงปู่ขาว อนาลโย

คำสอนของหลวงปู่ขาว อนาลโย

ทำไมเกิดมาไม่เหมือนกันล่ะ ไม่เหมือนกันคือความประพฤติ

ผู้นี้เขาประพฤติดี เขามีการรักษาศีล มีการให้ทาน มีการสดับรับฟัง เขาจึงมีปัญญาดี

มีการศึกษาเล่าเรียนดี อยู่ไหนก็มีแต่กรรมดี

สติเป็นแก่นของธรรม แก่นของธรรมแท้อยู่ที่สติให้พากันหัดทําให้ดี

ครั้นมีสติแก่กล้าดีแล้วทําก็ไม่พลาดคิดก็ไม่พลาด กุศลธรรมทั้งหลายจะเกิดขึ้น

“….เมื่อบุคคลอยู่กับสติแล้ว

สติเป็นใหญ่สติมีกําลังดีแล้ว

จิตมันจึงรวมเพราะสติคุ้มครองจิต…”

ขึ้นชื่อว่า…กิเลส…แล้ว มันจะไม่ไว้หน้าใคร มันทำลายทั้งสิ้น

แก่นแท้ของธรรมอยู่ที่…สติ

เราเองเป็นผู้ทำจิตของตนให้เศร้าหมอง

ผู้อื่นช่วยไม่ได้ แม้พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้ ทำเอง…รู้เอง…ได้เอง

ที่มา :http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=1418375

http://www.jetovimut.com/forum/index.php/topic,1220.0.html?PHPSESSID=465e739ea8b3c6650e3a13e6c67dc59f

กุศล-อกุศล โดย หลวงปู่ขาว อนาลโย

กุศล-อกุศล โดย หลวงปู่ขาว อนาลโย

กุศล-อกุศล
โดย หลวงปู่ขาว อนาลโย

วัดถ้ำกองเพล
ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ธรรมทั้งหลายก็อยู่ที่นี่แหละ อยู่ที่สกนธ์กายของเรา ไม่ต้องไปหาเอาที่อื่นดอก มีครบบริบูรณ์หมด สติปัฏฐานทั้ง ๔ ก็มีก็แม่น เราควรทำเอา ท่านให้พิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต ให้พิจารณาธรรม ๔ อย่าง แล้วพิจารณาอันใดอันหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่เอาหมดทุกอย่างดอก สัมมัปปธาน ๔ ก็มี เพียรละบาป ให้เพียรบำเพ็ญบุญ สัมมัปปธาน ๔ มีว่า ปหานปธาน ประหารบาป ละบาป บาปปรากฏขึ้นที่จิตนี่แหละ ไม่เกิดขึ้นจากที่อื่น เพราะจิตไปรวบรวมเอาอารมณ์ภายนอก

อารมณ์ภายนอกก็หมายเอา ๕ อย่าง รูป เสียง กลิ่น รส เครื่องสัมผัส มันไปรวบรวมเอามาปรุงมาคิด พิจารณากาย มันก็ไปถูกเวทนาน่ะแหละ ครั้นจะพิจารณาเอาจิต มันก็ไปถูกธรรม จิตมันเกิดขึ้นกับใจ เรียกว่าธรรมารมณ์ สี่อย่างนี้ ธรรมารมณ์ก็ไม่ใช่อื่น คืออดีตที่ล่วงมาแล้วไปนึกเอามา ดีชั่วอย่างไรก็นึกเอามา อารมณ์ที่ชอบใจก็นึกเอามา มาหมักหมมที่ใจนี้ อนาคตยังไม่มาถึงก็เหนี่ยวเอามา เอามาเต็มอยู่ในปัจจุบันนี้ เรียกว่าธรรมารมณ์ นี่เรียกว่า สติปัฏฐาน ๔

สัมมัปปธาน ๔ ปหานปธาน เพียรละบาป ไม่ให้มันเกิด ที่เกิดขึ้นแล้วจะประหาร เพียรทำกุศลให้เกิดให้มี เรียกว่า ภาวนาปธาน อนุรักขนาปธาน เมื่อบุญกุศลเกิดขึ้นแล้ว รักษาไว้ไม่ให้เสื่อมสูญไป ภาวนาปธาน ทำให้เกิดให้มีมากๆ อเสวิตาย ให้เสพมากๆ เสพเพื่อตั้งอกตั้งใจ มีสติประจำใจ ตั้งอกตั้งใจไม่ปล่อยใจให้มันลอยไปตามอารมณ์ คุมจิตใจให้มันอยู่กับที่ เอาสติควยคุมแล้ว เราบำรุงกำลังหรือพละของจิต ศรัทธาพละ วิริยพละ สติพละ ก็มีอยู่นั้นแล้ว แม่นเราจะทำเอง อ่านเพิ่มเติม

ความเพียรและการบรรลุธรรม : หลวงปู่ขาว อนาลโย

ความเพียรและการบรรลุธรรม : หลวงปู่ขาว อนาลโย

โอวาทธรรมของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตฺโต
แสดงเพื่ออบรมพระอาจารย์ขาว อนาลโย
เมื่อสมัยจำพรรษาร่วมกัน
คัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ อนาลโยคุโณ หน้า ๑๓๑-๑๓๔

สมัยพุทธกาลทำไมจึงบรรลุธรรมได้ง่าย

ความสงสัยที่หลวงปู่ขาวเรียนถามหลวงปู่มั่นนั้นมีว่า

“ในครั้งพุทธกาล ตามประวัติว่ามีผู้สำเร็จมรรคผลนิพพานมาก
และรวดเร็สกว่าสมัยนี้ซึ่งไม่ค่อยมีผู้ใดสำเร็จกัน
แม้ไม่มากเหมือนครั้งโน้น หากมีการสำเร็จได้ก็รู้สึกว่าจะช้ากว่ากันมาก”

หลวงปู่มั่นย้อนถามทันทีว่า

“ท่านทราบได้อย่างไร สมัยนี้ไม่ค่อยมีผู้สำเร็จมรรคผลนั้น
แม้สำเร็จได้ก็ช้ากว่ากันมาก ดังนี้”

หลวงปู่ขาวตอบว่า

“ก็ไม่ค่อยได้ยินว่าใครสำเร็จเหมือนครั้งโน้น
ซึ่งเขียนไว้ในตำราว่าสำเร็จกันครั้งละมากๆ
แต่ละครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรด
ตลอดการบำเพ็ญในสถานที่ต่างๆ
ก็ทราบว่าท่านสำเร็จรวดเร็วและง่ายดายจริงๆ
น่าเพลินใจด้วยผลที่ท่านได้รับ
แต่สมัยทุกวันนี้ ทำแทบล้มแทบตาย
ก็ไม่ค่อยปรากฏผลเท่าที่ควรแก่เหตุบ้างเลย
อันเป็นสาเหตุให้ผู้บำเพ็ญท้อใจและอ่อนแอต่อความเพียร” อ่านเพิ่มเติม

กว่าจะถึงฝั่งธรรม หลวงปู่ขาว อนาลโย : เมตตาจิตพิชิตกิเลส

กว่าจะถึงฝั่งธรรม หลวงปู่ขาว อนาลโย : เมตตาจิตพิชิตกิเลส

เทียบธุลี

พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงอานิสงส์ของ “การเจริญเมตตา” ไว้หลายประการ
เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ทั่วไป จิตเป็นสมาธิได้เร็ว เป็นต้น
(ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=24&i=222)
เรื่องราวหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ของการเจริญเมตตา
ได้ปรากฏในประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ขาว อนาลโย
พระกรรมฐานผู้เป็นที่เคารพบูชายิ่งของปวงพุทธศาสนิกชน
บันทึกไว้ใน “จันทสาโรบูชา” เรียบเรียงโดยคุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต

หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ท่านปฏิบัติอยู่กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ณ จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งหลวงปู่ขาวเคยเล่าว่าเดิมทีนั้นตัวท่านเป็นคนโทสจริต มีอะไรนิดหน่อยก็โกรธ
ในครั้งนั้นท่านนั่งสมาธิภาวนาแต่ว่าจิตไม่สงบดังปรารถนา

“…ขณะที่นั่งภาวนาอยู่ข้างล่าง ท่านก็ไม่สบายใจ นึกบ่นว่าทำอย่างไรๆ ทำไมจิตมันจึงแข็งอยู่อย่างนั้น
ทำสมาธิก็ไม่ลง ทำอย่างไรๆ ก็ไม่ลง ทำอย่างไรๆ มันก็ไม่สงบ ท่านรำคาญเต็มที
จึงโกรธว่าตัวเองขึ้นมาว่า “นี่มันผีนรกวิ่งขึ้นมาจากอเวจีนี่นา จิตมันถึงได้แข็งกระด้างอย่างนี้
ไฟเผามันอย่างนี้ น่าจะกลับให้มันลงไปอเวจีอีก อย่าให้มันขึ้นมา ให้อเวจีมันเผา”…” อ่านเพิ่มเติม

อยู่ที่ใจ (หลวงปู่ขาว อนาลโย)

อยู่ที่ใจ (หลวงปู่ขาว อนาลโย)

อยู่ที่ใจ

หลวงปู่ขาว อนาลโย

คัดลอกจากหนังสือ อนาลโยวาท
พระธรรมเทศนาของพระอาจารย์ขาว อนาลโย และ ประวัติความอาพาธ
คณะศิษยานุศิษย์จัดพิมพ์ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล
ในการพระราชทานเพลิงศพ
วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗
ณ วัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอหนองบัวลำพู อุดรธานี

ผู้เห็นเวทนา ผู้เห็นสัญญา ผู้เห็นสังขาร วิญญาณ เป็นผู้เห็นนามรูป นามรูป เป็นปัจจัยให้เกิดอายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย อายตนะ เป็นปัจจัยให้เกิดผัสสะ

เห็นรูปมากระทบตา เกิดวิญญาณขึ้นที่นี่ เสียงมากระทบหู เกิดวิญญาณที่นี่ขึ้นอีก รูปดีก็เกิดความยินดี ชอบใจ เป็นเวทนา อยากได้ รูปไม่ดี เกลียดชัง เกิดทุกขเวทนา ไม่อยากได้ ก็เป็นทุกขเวทนาขึ้น

ตัณหาเกิดขึ้นมันก็เป็นปัจจัยให้ต่อกัน ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน ยึดมั่นถือมั่น ว่าขันธ์ของตน ว่าตัวของกู กูไปอยู่ที่โน่น กูไปอยู่ที่นี่ กูเป็นพระ กูเป็นเณร อุปาทาน เมื่อมีอุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่น ก็เป็นเหตุให้อยากเท่านั้นแหละ เป็นเหตุให้เกิดภพ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ

เกิดภพแล้ว เป็นเหตุให้เกิดชาติ เกิดชาติ ก็เป็นเหตุให้เกิด ชรา มรเณนะ เกิด โศกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัส อุปายาส ความคับแค้น อัดอั้นตันใจ อยู่ในสังสารจักร์ นี่แล

ดับความโง่อันเดียวเท่านั้นแหละ ผลไม่มี ดับเหตุแล้ว ผลก็ดับไปตามกัน ผลคือได้รับความทุกข์ ความสุขไม่มี คือดับอวิชชา ความโง่ นั่นแหละตัวเหตุ ตัวปัจจัย มันเองมันเป็นต้นเหตุ เป็นปัจจัย
อ่านเพิ่มเติม

เหรียญกลมหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกองเพล ปี 2511

เหรียญกลมหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกองเพล ปี 2511

เหรียญกลมหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกองเพล ปี 2511 พิธีหายอาพาธ พ่อแม่ครูอาจารย์ร่วมพิธีมากมาย เหรียญนี้เป็นบล็อกนิยม สระอี ซ้อน อีกหนึ่งในเหรียญดีพิธีไม่ธรรมดา ของหลวงปู่ขาว อริยะเจ้าแห่งวัดถ้ำกองเพล ครับ เหรียญรุ่น 2 หลังเจดีย์ หลวงปู่ขาว อนาลโย ปี 11 พิมพ์นิยม ( สระอี ซ้อน ) เป็นเหรียญท่หายากและมีประสบการณ์ เล่าขานกันไม่จบ รุ่นนี้ครูบาอาจารย์ท่านมางานหายอาพาธของหลวงปู่ขาว ได้เมตตาอธิฐานจิต พระ เครื่องมากประสบการณ์ ของหลวงปู่ขาว อนาลโย ปัจจุบันพระเครื่องของ สายกัมมัฏฐานเริ่มหายากและมีราคาแพงขึ้น เริ่มต้นจาก… ของหลวงปู่ ฝั้น… ตามมาด้วย หลวงปู่แหวน… และหลวงพ่อชา… หลวงปู่เทสก์… ฯลฯ หลวง ปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล ก็แพงแบบเงียบๆ ไม่แพ้ท่านอื่นๆ เช่นเดียวกัน… ในบรรดาพระเครื่องของหลวงปู่ขาวที่มีประสบการณ์มากๆ ก็คือ เหรียญรุ่นสอง… มูลเหตุในการสร้างเหรียญรุ่น ๒ สืบเนื่องมาจากการหายป่วยหนักของหลวงปู่ขาว ชนิดที่ว่าไม่น่ารอด ลูกศิษย์ลูกหารวมทั้งครูบาอาจารย์ทุกรูปที่ร่วมสมัยท่าน เช่น หลวงปู่ ฝั้น หลวงปู่บัว หลวงปู่ชอบ หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่หลุย หลวงตามหาบัว… และ อีกหลายท่าน ได้พากันมาชุมนุมจัดงานพิธีสมโภชกรณีหายป่วยของท่าน… พร้อม จัดสร้างพระเครื่องเป็นที่ระลึก.. ดังนี้… อ่านเพิ่มเติม

ประวัติ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

ประวัติ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล

” ทําไมเกิดมาไม่เหมือนกันล่ะ ไม่เหมือนกันคือความประพฤติ ผู้นี้เขาประพฤติดี เขามีการรักษาศีล มีการให้ทาน มีการสดับรับฟัง เขาจึงมีปัญญาดี มีการศึกษาเล่าเรียนดี อยู่ไหนก็มีแต่กรรมดี” สาระธรรมจาก “หลวงปู่ขาว อนาลโย” พระอาจารย์ขาว วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พระอาจารย์สายพระป่ากัมมัฏฐานชื่อดัง

ประวัติหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล
อัตโนประวัติ หลวงปู่ขาว มีนามเดิมว่า ขาว โคระถา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2431 ที่บ้านชะเนง ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.อำนาจ เจริญ โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายพั่วและนางรอด โคระถา ครอบครัวทำนาและค้าขาย

เมื่ออายุได้ 20 ปี บิดามารดาได้จัดให้มีครอบครัว ภรรยาของท่านชื่อ นางมี และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ซึ่งต่อมาได้แยกทางกัน ท่านเป็นผู้มีนิสัยเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจังมาก ประกอบกับความมีศรัทธาต่อหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา พ.ศ.2462 เมื่อท่านอายุได้ 31 ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดโพธิ์ศรี บ้านบ่อชะเนง ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ โดยมีพระครูพุฒิศักดิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์บุญจันทร์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ อ่านเพิ่มเติม

หลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย

พระเดชพระคุณหลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพระอริยเจ้าที่ได้ชื่อว่า “เป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งวงศ์กรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต” ท่านมี หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร เป็นสหธรรมิกที่เกื้อกูลกันในทางธรรม
ท่านเป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นในเป้าหมาย มีเมตตาธรรมเป็นเลิศ สง่างาม ประดุจช้างสาร ท่านมีอดีตชาติเกี่ยวพันกับสัตว์ป่า มีช้างเป็นต้น ไม่ว่าท่านจะไปเที่ยวที่ป่าเขาลึกเพียงไหน ช้างหัวหน้าฝูงมักจะเข้ามาหาคารวะท่าน ท่านรู้ภาษาสัตว์ และสัตว์เหล่านั้นก็รู้ภาษาของท่านเป็นอย่างดี

มูลเหตุที่ท่านออกบวชนั้น เกิดจากภรรยาของท่านมีชู้ เมื่อท่านได้พบภาพที่เป็นจริงคาหนังคาเขาตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน ท่านจึงเงื้อดาบสุดแรงเกิดหมายจะฆ่าฟันทั้งชายชู้และภรรยาชั่วไห้ตาย แต่เผอิญชายชู้เห็นก่อนและได้ร้องขอชีวิต ด้วยสาวกบารมีญาณมากระตุ้นเตือน ทำให้ท่านเกิดจิตเมตตา จึงได้เรียกชาวบ้านมาดูเหตุการณ์ พร้อมทั้งประชุมญาติและผู้ใหญ่บ้าน ชายชู้ยอมรับผิด จึงได้ปรับสินไหมด้วยเงินพร้อมกับประกาศยกภรรยาให้ชายชู้อย่างเปิดเผย หลังจากนั้นท่านสลดสังเวชใจเป็นกำลัง ใจหมุนไปในทางบวชเพื่อหนีโลกอันแสนโสมม
ท่านสามารถระลึกชาติย้อนหลังได้หลายชาติ ครั้งพุทธกาลท่านเคยเกิดเป็นพระภิกษุ ๑ ใน ๕๐๐ รูปติดตามพระเทวทัตผู้เป็นมัจฉาทิฏฐิ แต่หลังจากได้ฟังธรรมจากพระสารีบุตร จึงหันหลับเข้ามาสู่สัมมาทิฏฐิ สถานที่ต่างๆ ที่ท่านอยู่จำพรรษามักจะเป็นสถานที่เคยเกิดเป็นคนหรือสัตว์ต่างๆ ในอดีตชาติ อ่านเพิ่มเติม

ความเพียรและการบรรลุธรรม : หลวงปู่ขาว อนาลโย

ความเพียรและการบรรลุธรรม : หลวงปู่ขาว อนาลโย

โอวาทธรรมของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตฺโต
แสดงเพื่ออบรมพระอาจารย์ขาว อนาลโย
เมื่อสมัยจำพรรษาร่วมกัน

คัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ อนาลโยคุโณ หน้า ๑๓๑-๑๓๔

: สมัยพุทธกาลทำไมจึงบรรลุธรรมได้ง่าย

ความสงสัยที่หลวงปู่ขาวเรียนถามหลวงปู่มั่นนั้นมีว่า

“ในครั้งพุทธกาล ตามประวัติว่ามีผู้สำเร็จมรรคผลนิพพานมาก
และรวดเร็สกว่าสมัยนี้ซึ่งไม่ค่อยมีผู้ใดสำเร็จกัน
แม้ไม่มากเหมือนครั้งโน้น หากมีการสำเร็จได้ก็รู้สึกว่าจะช้ากว่ากันมาก”

หลวงปู่มั่นย้อนถามทันทีว่า

“ท่านทราบได้อย่างไร สมัยนี้ไม่ค่อยมีผู้สำเร็จมรรคผลนั้น
แม้สำเร็จได้ก็ช้ากว่ากันมาก ดังนี้”
อ่านเพิ่มเติม

“บุญ บาป สวรรค์ นรก นิพพาน” … หลวงปู่ขาว อนาลโย

“บุญ บาป สวรรค์ นรก นิพพาน” … หลวงปู่ขาว อนาลโย

…………..มีผู้ถามหลวงปู่ขาว อนาลโย ว่า “คนส่วนมากสงสัยเรื่องบุญ บาป นรก สวรรค์ นิพพาน ว่าจะมีจริงดังธรรมท่านสอนไว้หรือไม่ หนอ พระพุทธเจ้าผู้สอนธรรมเหล่านี้ก็เข้าสู่นิพพานไปนานสองพันกว่าปีแล้ว พระวาจาของพระองค์ จะยังศักสิทธิ์อยู่หรือไม่หนอ ดังนี้มีมากในชาวพุทธเราเองนี้แล สงสัยและพูดกันอยู่ทั่วไป” หลวงปู่ขาวตอบว่า

“ ข้อนี้น่าเห็นใจ เมื่อไม่รู้ไม่เห็นประจักษ์กับตัวเองตามที่ท่านบอกไว้ อดสงสัยไม่ได้ เป็นธรรมดาคนมีกิเลสตัวมืดมิดปิดทวาร แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าสนใจในเหตุผลอรรถธรรมอยู่แล้ว ก็มีทางจะรู้จะเห็นและเชื่อได้ไม่สุดวิสัย ข้อสำคัญเราเป็นลูกชาวพุทธที่ทรงประกาศสอนธรรมไว้ด้วยความถูกต้อง แม่นยำตามหลักแห่งสวากขาตธรรม ที่ตรัสไว้ชอบแล้วทุกแง่ทุกมุมไม่มีผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงแม้แต่น้อย จึงควรยกศาสดาเป็นหลักใจไว้จะดีกว่ายกความสงสัยไว้ทำลายใจ

ส่วนความเข้าใจว่าบาป บุญ นรก สวรรค์ นิพพานไม่มี นั้น เป็นเรื่องของกิเลสปิดใจไว้ ไม่ยอมให้สัตว์โลกรู้เห็นสิ่งที่เป็นอยู่นั้นตามความเป็นจริงของสิ่งที่มีที่เป็น ไม่ใช่ดินฟ้าอากาศมาปิดเรื่องบาป บุญ นรก สวรรค์ นิพพาน เหล่านั้น แม้พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ตลอดพระสาวกของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ก็ไม่มีพระองค์ใดเคยรู้เคยเห็นมาก่อนที่ธรรมยังไม่เข้าสู่พระทัยและสู่ใจ ต้องปฏิบัติลูบๆคลำๆ กรรมดำกรรมขาวไปก่อน อ่านเพิ่มเติม

ประวัติปฏิปทาหลวงปู่ขาว อนาลโย

ประวัติปฏิปทาหลวงปู่ขาว อนาลโย

ประวัติปฏิปทาหลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย นามเดิมของท่านชื่อ ขาว โคระถา เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๓๑ ณ บ้านบ่อชะเนง ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ บิดาชื่อนายพั่ว มารดาชื่อนางรอด นามสกุล โคระถา หลวงปู่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด ๗ คน เป็นชาย ๓ คน หญิง ๔ คน โดยหลวงปู่เป็นบุตรคนที่๔ สมัยเป็นฆราวาสหลวงปู่มีอาชีพทำนา และค้าขาย ท่านเป็นคนขยันหมั่นเพียร มีนิสัยซื่อสัตย์สุจริต โอบอ้อมอารีต่อญาติมิตรเพื่อนฝูง เมื่ออายุได้ ๒๐ ปี ท่านได้สมรสกับนางมี และได้อยู่กินด้วยกันจนมีบุตรธิดารวม ๓ คน

พบมรสุมชีวิต

หลวงปู่ขาว ได้ใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ถึง ๑๑ ปี ท่านก็ต้องมาประสบพบเหตุสะเทือนใจ คือ ภรรยาของท่านไม่ตั้งอยู่ในความสันโดษ กล่าวคือได้คบชู้สู่ชายอื่น ซึ่งหลวงปู่จับได้คาตา ในช่วงเวลานั้นหลวงปู่แทบสะกดใจไว้ไม่อยู่ เงื้อมีดดาบขึ้นหมายสังหารคนทั้งสองให้ตายคามือ แต่ด้วยอำนาจฝ่ายดีได้ยับยั้งท่านไว้ เมื่อฝ่ายชายสารภาพผิดและกราบขอชีวิต เหตุฆาตกรรมจึงไม่เกิดขึ้น เหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นจุดหักเหของชีวิต ทำให้หลวงปู่ตัดสินใจสละบ้านเรือน แล้วท่านก็เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่นั้นมา อ่านเพิ่มเติม

หลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย
วัดป่าถ้ำกลองเพล อ.หนองบัวลำพู จ.อุดรธานี

“ปล่อยจิตว่าง แล้วจิตสบาย เพราะจิตเป็นหนึ่งไม่ขุ่นมัว ไม่มีอารมณ์มาฉาบทาดวงจิตแล้ว ดวงจิตใส ดวงจิตขาว จิตเย็นมีแต่ความสบาย รู้เท่าสังขาร รู้เท่าความเป็นจริง จิตเราไม่หวั่นไหวต่อสิ่งทั้งปวง ถึงมรณะจะมาถึงก็ตาม ทุกขเวทนา เจ็บปวด มาถึงก็ตาม ไม่มีความหวั่นไหวต่อ สิ่งเหล่านั้น ”

นามเดิม เกิดในสกุล โครัตถา กำเนิด 28 ธ.ค. 2431 สถานที่เกิด ต.หนองแก้ว อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี อุปสมบท อุปสมบท ณ วัดสิทธิบังคม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในพ.ศ.2462 โดยมีพระครูป้อง เป็นพระอุปัชฌาย์ มรณภาพ 16 พ.ค. 2526 อายุ 95 ปี 64 พรรษา

ก่อนอุปสมบทหลวงปู่ได้ดำรงชีวิตตามวิสัยฆราวาสทั่วไปโดยมีบุตร 3 คน กระทั่งใน พ.ศ. 2462 ขณะอายุได้ 31 ปี หลวงปู่จึงตัดสินใจออกบวชเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา หลวงปู่บวชอยู่นาน 6 ปี จึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์ ของ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และได้ขอญัตติเป็นธรรมยุตินิกาย เมื่อปีพ.ศ. 2468 ที่วัดโพธิ์สมภรณ์ จ.อุดรธานี โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์

หลวงปู่มีความเด็ดเดี่ยวในข้อวัตรปฏิบัติมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการเดินจงกรม หลวงปู่ได้เน้นเป็นพิเศษ กล่าวคือ เมื่อฉันเสร็จเริ่มเดินจงกรมเป็นพุทธบูชา พอถึงบ่ายสองโมงเริ่ม เดินจงกรมถวายเป็นธรรมบูชา จนถึงบ่าย 4 โมง และเมื่อทำข้อวัตรเสร็จสิ้นแล้วก็จะเริ่มเดินจงกรมถวายป็นสังฆบูชา จนถึงประมาณ 4-5 ทุ่ม จึงเข้าที่พักเพื่อบำเพ็ญภาวนาต่อไป หลวงปู่ได้บำเพ็ญเพียรออกธุดงค์ เพื่อเผยแผ่พระธรรม คำสอนตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง จนอายุ 70 ปี จึงจำพรรษา เป็นการถาวรที่วัดป่าถ้ำกลองเพล หลวงปู่เป็นภิกษุ ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีข้อวัตรปฏิบัติงดงาม สมควรจดจำเป็นแบบอย่างสืบไป

http://www.dhammathai.org/monk/sangha29.php

ปาฏิหาริย์แห่งเหรียญหลวงปู่ขาว อนาลโย

ปาฏิหาริย์แห่งเหรียญหลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี
นายแพทย์จิมมี่ คงเจริญ เป็นแพทย์เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและโรคไต ปัจจุบันประจำอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี

คราวหนึ่งคุณหมอได้เหรียญหลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล มาใหม่ ๆ อารามดีใจก็นำมาพกรวมไว้ในซองยา และออกปฏิบัติหน้าที่ไปตามเรื่อง ผมจำไม่ถนัดว่าท่านพกไว้ได้นานกี่วัน เพราะวันเกิดเหตุนั้นเหรียญยังอยู่กับตัว

ความเป็นหมอย่อมต้องมีการอยู่เวร วันที่ไร้คนไข้ยามดึกคืนหนึ่งในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาะลอย อ.ศรีราชา คุณหมอเดินไปเดินมาเมื่อเห็นว่าไม่มีคนไข้ด้วยเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว จึงเดินขึ้นชั้นสองเข้าไปพักในห้องแอร์ที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้หมอพักผ่อน

ในห้องนั้นก็เหมือนคอนโดนี่แหละ โซฟาอยู่ใกล้หน้าต่างกระจกบานใหญ่ซึ่งไม่มีช่องระบายอากาศ คุณหมอเปิดทีวีนอนเอกเขนกบนโซฟาดูบอลโลกอย่างสบายใจ รอเสียงกริ่งหากจะมีเหตุฉุกเฉินอะไร อ่านเพิ่มเติม

ประสบการณ์อภินิหารของหลวงปู่ขาวต่อในหลวงและพระราชินี

ประสบการณ์อภินิหารของหลวงปู่ขาวต่อในหลวงและพระราชินี

ประสบการณ์อภินิหารของหลวงปู่ขาวต่อในหลวงและพระราชินี

เจ้าประคุณท่านพระอาจารย์ขาว อนาลโย หรือที่เป็นที่เคารพสักการะเลื่อมใสกันในนามสั้นๆ ว่า “หลวงปู่ขาว” แห่งวัดถ้ำกลองเพล ตำบลโนนทัน อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ อรัญญวาสี สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ ท่านเป็นชาวอุบลราชธานีโดยกำเนิดเช่นเดียวกับอาจารย์ของท่าน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2431 อุปสมบทแล้วตั้งใจปฏิบัติฝ่ายสมถวิปัสสนาอย่างเดียว จนถึงเวลามรณภาพ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2526 สิริชนมายุ 96 พรรษา

ชีวประวัติของท่านระหว่างดำรงชนมายุ ถ้าใช้สำนวนของนักเขียนก็ต้องกล่าวว่า เป็นประวัติที่โลดโผน “มีรส” ที่สุดประวัติหนึ่งในทางโลก…ช่วงจังหวะที่ทำให้ชีวิตของท่านหักเหออกจากเพศฆราวาสออกบวชก็เป็นชีวิตที่ “มีรส” ส่วนในทางธรรม เมื่อท่านออกบวชแล้ว การปฏิบัติธรรมของท่านก็ดำเนินไปอย่างเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว พอใจออกท่องเที่ยวธุดงค์เพลิดเพลินอยู่แต่ในป่าลึก พักปฏิบัติบำเพ็ญความเพียรอย่างอุกฤษฏ์ เฉพาะตามถ้ำตามเงื้อมหิน บนเขาสูงอันสงัดเงียบอยู่ตลอดเวลา เหมือนพญาช้างสารที่พอใจละโขลงบริวารออกท่องเที่ยวไปอย่างเดียวดายในไพรพฤกษ์ ทำให้ท่านได้เห็นธรรมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งประสบพบเห็นสิ่งอัศจรรย์ต่างๆ อย่างมากมาย สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ชีวประวัติของท่าน เป็นชีวิตที่โลดโผน “มีรส” เหลือจะพรรณนา ชวนให้เคารพเลื่อมใสศรัทธา เป็น “เนติ” แบบอย่างให้บรรดาศิษย์ปรารถนาจะเจริญรอยตามท่านเป็นอย่างดี อ่านเพิ่มเติม

หลวงปู่ขาว อนาลโย : พระอริยเจ้าผู้เป็นดั่งเพชรน้ำหนึ่ง

หลวงปู่ขาว อนาลโย : พระอริยเจ้าผู้เป็นดั่งเพชรน้ำหนึ่ง

หลวงปู่ขาว อนาลโย

วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู

พระอริยเจ้าผู้เป็นดั่งเพชรน้ำหนึ่ง

พระเดชพระคุณหลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพระอริยเจ้าที่ชื่อได้ว่า “เป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งวงศ์พระกรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต” ท่านมี หลวงปุ่หลุย จนฺทสาโร เป็นสหธรรมิกที่เกื้อกูลกันในทางธรรม

ท่านเป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นในเป้าหมาย มีเมตาธรรมเป็นเลิศ สง่างามประดุจช้างสาร ท่านมีอดีตชาติเกี่ยวพันกับสัตว์ป่า มีช้าง เป็นต้น ไม่ว่าท่านจะไปเที่ยงที่ป่าเขาลึกเพียงไหน ช้างหัวหน้าฝูงมักจะเข้ามาหาคารวะท่าน ท่านรู้ภาษาสัตว์ และสัตว์เหล่านั้นก็รู้ภาษาของท่านเป็นอย่างดี

มูลเหตุที่ท่านออกบวชนั้น เกิดจากภรรยาของท่านมีชู้ เมื่อท่านได้พบภาพที่เป็นจริงคาหนังคาเขาตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน ท่านจึงเงื้อดาบสุดแรงเกิดหมายจะฆ่าฟันทั้งชายชู้และภรรยาชั่วให้ตาย แต่เผอิญชายชู้เห็นก่อนและได้ร้องขอชีวิต ด้วยสาวกบารมีญาณมากระตุ้นเตือน ทำให้ท่านเกิดจิตเมตตา จึงได้เรียกชาวบ้านมาดูเหตุการณ์ พร้อมทั้งประชุมญาติและผู้ใหญ่บ้าน ชายชู้ยอมรับผิด จึงได้ปรับสินไหมด้วยเงิน พร้อมกับประกาศยกภรรยาให้ชายชู้อย่างเปิดเผย หลังจากนั้นท่านสลดสังเวชใจเป็นกำลัง ใจหมุนไปในทางบวชเพื่อหนีโลกอันแสนโสมม อ่านเพิ่มเติม

หลวงปู่ขาว อนาลโย ธุดงค์เผชิญกับสัตว์ต่างๆ

หลวงปู่ขาว อนาลโย ธุดงค์เผชิญกับสัตว์ต่างๆ

หลวงปู่ขาว อนาลโย
ธุดงค์เผชิญสัตว์ต่างๆ

วัดถ้ำกองเพล
ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ขอกราบอนุญาตและกราบขอบพระคุณ หลวงปู่ขาว อนาลโย ท่านด้วยดวงจิต
กุศลผลบุญใดที่พึงบังเกิดจากธรรมทานนี้ ขอน้อมถวายแด่หลวงปู่ขาว อนาลโย
และจงเป็นบุญเป็นปัจจัยแด่ท่านผู้ที่ได้รวบรวมเรียบเรียงไว้คือ
ท่านรศ.ดร.ปฐม-รศ.ภัทรา นิคมานนท์ รวมทั้ง ท่านเจ้าของภาพทุกท่าน
ตลอดจนท่านผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในธรรมทานนี้ทุกๆ ท่าน

…..poivang…..

พระคุณเจ้าหลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งสำนักวัดถ้ำกลองเพล จังหวัดหนองบัวลำภู ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำเอก และเป็นศิษย์ต้นแห่งวงพระกรรมฐานสายพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต

ท่านเป็นพระธุดงค์กรรมฐานที่มีจิตใจแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น มีเมตตาธรรมเป็นเลิศ มีปัญญาธรรมที่เฉียบคม และเป็นพระอริยะเจ้าที่ทรงคุณธรรมอันบริสุทธิ์ดุจดังเพชรเม็ดงามประดับไว้ในพระพุทธศาสนา ที่หาจุดตำหนิหรือรอยมัวหมองไม่มี นับตั้งแต่ท่านสละเพศฆารวาส ออกบวช ตราบจนวาระสุดท้ายในชีวิต ท่านละสังขารทิ้งในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ เมื่อท่านอายุได้ ๙๖ ปี อ่านเพิ่มเติม

. . . . . . .