รวมเรื่องราวอภินิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

รวมเรื่องราวอภินิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

รอดพ้นภัยโจร

เหตุเกิดที่บ้านหนองกรก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ในคืนวันที่22เมษายน 2497 เวลา21.00 น.นายแดงและภรรยากลับจากทำงานมากินข้าวแล้วเตรียมเข้าห้องนอน พอใกล้จะหลับได้ยินเสียงกริ่งๆอยู่ในขวดโหลบนหิ้งพระ ซึ่งมีพระเครื่องของหลวงพ่อทวดฯขอมาจากวัดช้างไห้ใหม่ๆและได้เก็บไว้บนขวดโหลใบนั้นเขาคิดว่าหนูได้กลิ่นน้ำมันจึงลงไปคาบพระแล้วกระทบกับขวดจึงเกิดเสียงดังขึ้น
นายแดงจึงลุกขึ้นจุดตะเกียงส่องดูก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จึงล้มตัวลงนอนต่อไปจนถึงเวลา 22.00 น. เขากับภรรยาก็ตกใจตื่นขึ้นทันทีเพราะเสียงปืนดังขึ้นที่ชานเรือน 3 นัด นายแดงจึงนึกขึ้นได้ทันทีว่าตนถูกผู้ร้ายปล้นบ้าน จึงตื่นขึ้นจับมีดตัดฟากพื้นเรือนขนาดเป็นช่องแล้วรอดหนีไปทางช่องใต้ถุนเรือน
ฝ่ายภรรยากำลังตกตลึงไม่ได้สติ จึงลุกขึ้นไปเปิดประตูให้พวกโจร ขณะที่พวกโจรกำลังกระแทกบานประตูอยู่พอเขายื่นมือจับกลอนประตู ก็มีมือประหลาดมาผลักหน้าอกเขาก้นกระแทกพื้น เขานึกถึงหลวงพ่อทวดทันที จึงลุกขึ้นไปหน้าหิ้งพระพนมมืออ้อนวอนขอให้หลวงพ่อทวดช่วยคุ้มครองรักษา ฝ่ายพวกโจรก็ออกกำลังพังประตูห้องอยู่โครมครามสั่นสะเทือน เขากลัวจนไม่สามารถทนอยู่ได้จึงพนมมือกล่าวขอให้หลวงพ่อทวดฯช่วยคุ้มครองบ้านให้ลูกหลานด้วยเถิด กล่าวจบแล้วลอดหนีทางช่องตามสามีไป ปรากฏว่าพวกโจรใช้ปืนยิงติดตามหลังแต่ไม่ถูก พวกโจรเมื่อโถมพังประตูไม่ออกจึงพากันหนีเข้าป่าไป

นายชาติ สิมศิริ
กำนันตำบลนาประดู่ เล่าเรื่อง

วันหนึ่งข้าพเจ้าพบกับพนักงานสอบสวนอำเภอโคกโพทธิ์ เขาว่าผมได้ไปสอบสวนพร้มกับนายอำเภอได้ไปตรวจดูความแข็งแรงของบานประตูห้องนอนของนายแดงแล้วปรากฏว่าเก่าแก่และเบาบางมากใช้แรงผลักดันคนเดียวก็พังเพราะประตูมีบานเดียวและสอบถามคนแก่ที่อยู๋นอกห้องได้ความว่าพวกโจร6คนโถมพังประตูอยู๋นานประมาณ25นาที เจ้าพนักงานสอบสวนคนนั้นบอกข้าพเจ้าว่ามันเป็นเรื่องอัศจรรย์ยิ่ง

นายอนันต์ คณานุรักษ์ บันทึก

ที่มา : คุณ NAMO >> http://www.watsakae.com/smf/index.php?topic=371.msg2432#msg2432

รอดเพราะสร้อยพระขาด

พ.ต.อ. วิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ อดีตรอง ผบก.อก.บช.ภ.1 (ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ) สมัยอยู่นครบาล มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลงานคววามเคลื่อนไหวเกี่ยวกับผู้ชึมนุมร้องเรียนหรือม๊อบมานานหลายยุคหลายรัฐบาล คอยหาข่าวความเคลื่อนไหวรายงานผู้บังคับบัญชาเป็นที่วางใจทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุมและหน่วยงานของรัฐ จนได้ฉายาว่าเป็น “นายตำรวจมือประสานม๊อบ”คนแรกของนครบาล
พ.ต.อ.วิวัฒน์ เป็นความเลื่อมใสศรัทธาในพระเครื่องวัตถุมงคลเป็นอย่างมาก นิยมอาราธนาขึ้นคอทุกวัน มีหลวงพ่อทวดเนื้อโลหะ ที่เช่าจากมือพระอาจารย์ทิม อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ ซึ่งได้ทำบุญถวายวัดเช่าจากมือท่านในราคา 20 บาท
“สมัยนั้นยังเด็กอยู่ตามพี่ชายไปที่วัดช้างไห้ หลวงปู่ทิมบอกญาติโยมว่าใครต้องการรับพระให้มารับกับกู พี่ชายได้เบียดเข้าไปรวมเงินทุกคนในกลุ่มเข้าไปเช่าออกมา ได้ประมาณ 20 องค์ มีเนื้อโลหะสีดำองค์ละ40บาทผมได้หลวงพ่อทวดองค์นี้เป็นเนื้อทองเหลืองเช่าบูชาองค์ละ20บาทก็อาราธนาขึ้นคอตลอด”
จากประสบการณ์ที่ประสบพบเจอที่ถือว่าสุดยอดในชีวิต เป็นเรื่องแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุหลายครั้งด้วยกัน ครั้งแกรตอนทำงานอยู่สันติบาลปฏิบัติงานเกี่ยวกับการออกบัตรให้กับคนเวียดนามที่อพยพอ.ท่าอุเทน จ.นครพนม กำลังจะขึ้นรถเดินทางกลับ สร้อยเงินที่ส่วมใส่สร้อยหลุดจาดข้อต่อ ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาขอใส่ข้อต่อสร้อยคอก่อน ท่านอนุญาต ทำให้รถสองแถวที่มีคนนั่งเต็มคันแล้ว จึงออกรถผ่านไป เมื่อตนเสร็จพากันขึ้นรถคันถัดไปทั้งคณะ รถวิ่งไปได้ประมาณ10กิโลเมตร ไปทันคันหน้าคันที่เราไม่ได้ขึ้น
ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวได้ชนประสานกับรถบรรทุกทรายที่วิ่งสวนมา มีคนตายคาที่4ศพ ไปตายโรงพยาบาลอีก2ศพ ไปดูที่นั่งคนขับพบชวดเหล้าแม่โขง1แบน วางอยู่จึงรู้ว่าคนขับดื่มเหล้าแล้วขับไปด้วย ทุกคนบอกโชคดีที่สร้อยของตนหลุด เสียเวลาต่อสร้อยแคล้วคลาดเพราะสร้อยคอหลุดแท้ๆ
อีกครั้งหนึ่ง ตอนที่รอง ผบก.น.1ปรากฏว่ามีอาการปวดหัวมากจนสลบ ต้องเข้าโรงพยาบาล เอกซเรย์พบก้อนเลือดในสมองจึงกำหนดผ่าตัดวันรุ่งขึ้น พอดีมีอาจารย์โสภณรัตน์ สิงหจารุ ท่านมาเห็นฟิมล์เอกซเรย์เข้า บอกว่าผ่านตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทันหรือปล่าวเลยให้ไปตามหมอเจ้าของไข้มาถาม ท่านบอกว่าจผ่าตัดให้เอง
ก่อนลงมือทำกรผ่าตัดในวันนั้นเลย ตอนเช้า เราฟื้นทางมาดูอาการ1-2วัน ก่อนจะบอกเราว่ารอดตายแล้วนะไม่เป็นไรแล้ว ท่านบอกว่าคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะเป็นอัมพฤต หรือ อัมพาตบ้าง เพราะเลือดเราออกในสมองจำนวนมาก ดูดเอาออกเกือบ400 ซี.ซี.
ท่านบอกคนอื่นแค่เลือดคั่งในสมองเพียงแค่หยดนิ้วมือยังทำให้อัมพฤกษ์ได้เลย โชคดีที่เราแขวนหลวงพ่อทวดไปโรงพยาบาลด้วยทำให้เชื่อว่าเพราะบารมีของท่านคุ้มครองอย่างแน่นอน

จากข่าวสด

ที่มา : คุณ NAMO >> http://www.watsakae.com/smf/index.php?topic=371.msg2432#msg2432

ปาฏิหาริย์ข้ามโลก

(จากหนังสือหัวเตียง ของ วิลาศ มณวัด หน้า 28-33)
เมื่อเดือนก่อนมีนักเขียนชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งแวะมาหาผมที่สำนักงาน “สตูดิโอ เท็น” ถนนอรรถการประสิทธิ์ ตอนนั้นสิบโมงเช้าแล้ว ผมกำลังดูเพื่อนฝูงเขาตัดต่อภาพยนตร์สารคดีท่องเที่ยวชุด “ชีพจรลงเท้า” อยู่
นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้นั้นยังหนุ่มอยู๋ หน้าตาหล่อเหลาเล่นหนังได้สบาย พอเขายื่นนามบัตรผมก็นึกออกว่าเป็นใคร เพราะหลานผมที่กำลังเรียนอยู่ที่ปารีสได้มีจดหมายฝากฝังมาก่อนแล้วว่าถ้าเจ้าหนุ่มคนนี้โต๋เต๋มาถึงบางกอกละก็ ขอให้ผมช่วยรับรองหน่อยเพราะเขามีบุญคุณเคยช่วยเหลืออุปการะหลานผมมากในปารีส

นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้นี้กำลังเขียนประวัติชาลส์ เดอโกลล์ ผู้นำคนสำคัญของฝรั่งเศส วิธีเขียนหนังสือของฝรั่งเศสนั้นเขาใช้เวลาค้นคง้ามาก อ่านหนังสือกันเป็นตั้งๆเท่านั้นยังไม่พอ ต้องออกเที่ยวสัมภาษณ์ใครต่อใครให้ยุ่งไปหมด แล้วเอาเรื่องราวมาประติดประต่อกันเข้า ภายหลังจากที่ได้สอบถามแล้วว่าเรื่องเล่าเหล่านั้นเชื่อถือได้
เขาบอกว่าจากการสัมภาษณืนายพลคนสนิทเดอโกลล์ เขาได้ทราบว่า เมืองไทยมีพระดีอยู่องค์หนึ่ง และตอนที่เดอโกลล์ถูกยิงด้วยปืนกลกระสุนปืนกลถูกรถพรุนไปทั้งคัน แต่เดอโกลล์ก็รอดตายมาได้อย่างมหัศจรรย์
“ภริยาของเดอโกลล์เชื่อว่า เดอโกลล์รอดตายครั้งนั้นเพราะพระผู้มีอภินิหารยิ่งใหญ่ในเมืองไทยได้เสด็จไปช่วยชีวิตไว้” เขาบอก
นักเขียนฝรั่งเศสคนนี้เชาเล่าต่อไปว่า เขาเองไม่เชื่อในเรื่องอภินิหารและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีใจกว้างยินดีที่จะรับฟัง เขาจึงได้ไปที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในปารีส สอบถามคนไทยที่นั้นว่าเคยได้ยินเรื่องพระไทยสำแดงอิทธิฤทธิ์ไปช่วยชีวิตประธานาธิบดีเดอโกลล์หรือเปล่า
ไปถามทีแรกไม่มีใครรู้เรื่อง

เขาจึงไปอีกหนหนึ่ง คราวนี้พบผู้หญิงไทย เธอคงจะเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงบอกกับเขาว่า “พระที่มีอภินิหารองค์นี้ชื่อหลวงพ่อเทิด อยู่ทางส่วนใต้ของประเทศไทย” นี่เป็นคำเล่าของนักเขียนฝรั่งเศส
ผมฟังแล้วรู้ทันทีว่าเขาจำชื่อผิด ที่ถูกควรเป็นหลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ ปัตตานี ผมเป็นลูกปักษ์ใต้จึงทราบดี
นักเขียนคนนี้อุตสาบินมาเมืองไทย ก็เพื่อจะถ่ายภาพหลวงพ่อทวดเอาไปลงประกอบในหนังสือประวัติเดอโกลล์ที่เขาเขียนจวนจะเสร็จแล้ว
ผมบอกว่าหลวงพ่อทวดมรณภาพไปนานแล้ว เวลานี้มีแต่พระเครื่อง ถ้าจะถ่ายรูปก็ต้องถ่ายพะเครื่อง ซึ่งคนไทยถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เคยช่วยชีวิตคนมามากแล้ว

แต่บอกตรงๆๆผมก็สงสัยเหมือนกันว่าหลวงพ่อทวดรู้จักนายพลเดอโกลล์ได้อย่างไร
คุยกันอยู่ครู่ใหญ่ๆหมดน้ำชาไปกาหนึ่ง รักเขียนฝรั่งเศสบอกว่าไหนๆก็มาแล้วจะขอเดินทางไปปัตตานีไปถ่ายภาพวัดช้างไห้และจะสัมภาษณ์พระในวัดหรือชาวบ้านบางคนด้วย
“มันเป็นเรื่องน่าสนใจ” เขาว่า “คนฝรั่งเศสเองก็เชื่อในเรื่องของอภินิหารและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย”
ก็เลยผมต้องไปปัตตานี
ไปเจอะเอาเพื่อนจุฬาฯ รุ่นก่อนผมปีหนึ่งเขาเคราพนับถือสมเด็จหลวงพ่อทวดมาก เขาจึงให้หนังสือเล่มเล็กๆผมมาเล่มหนึ่งชื่อ”อภินิหารสมเด็จหลวงพ่อทวด” ผมจึงแปลเป็นเลาๆให้นักเขียนฝรั่งเศสฟังว่า
ในราว พ.ศ.2504หรือ2505 นี้แหละ ได้มีการปลุกเสกหลวงพ่อทวดฯ ทางวัดได้ส่งพระเครื่องจำนวนหนึ่งมาให้จอมพลสฤษฎ์ ธระรัชต์ เพื่อแจกจ่ายให้แก่นายทหารคนใกล้ชิดบางคน

ในจำนวนนายทหารไม่กี่คนที่ได้รับแจกพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดฯนี้มีพลโทอำนวย ชัยโรจน์ ทูตทหารบกประจำฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วยคนหนึ่ง พลโทอำนวย ชัยโรจน์ได้รับแจกไปสององค์ก็เลยได้นำติดตัวไปฝรั่งเศสด้วย
ระหว่างอยู่ที่ปารีสทูตทหารบกประจำฝรั่งเศสผุ้นี้ได้เข้าพบประธานาธิบดีเดอโกลล์ และเนื่องจากมีความนิยมในตัวของเดอโกลล์อยู่แล้ว จึงได้มอบพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดฯให้แก่ประธานาธบิดีฝรั่งเศสไปองค์หนึ่งพร้อมกับอธิบายให้เดอโกลล์ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทวดว่า ถ้าอาราธนานึกถึงด้วยความเคารพละก็ อาจสามารถเสด็จไปช่วยเวลามีภัยมาถึงตัว ถึงอยู่ฝรั่งเศสก็เสด็จไปถึงได้ เพราะในโลกแห่งคามศักดิ์สิทธิ์นั้น ลัดนิ้วมือเดียวกะพริบตาทีเดียวก็ไปฝฝรั่งเศสแล้ว
เมื่อได้พระสมเด็จหลวงพ่อทวดฯไปแล้วประธานาธิบดีเดอโกลล์ก็พกติดตัวไปด้วยทุกหนทุกแห่ง
ผมปะติดปะต่อเรื่องเอาเองได้ความว่า ต่อจากนั้นไม่กี่เดือนก็เกิดเหตุการณืรทึกใจ กล่าวคือ
เดอโกลล์ผู้เข้มแข็งได้ถูกพวกใต้ดินคณะหนึ่งระดมยิงด้วยปืนกลในระหว่างที่อยู่ในรถยนต์กับภริยาในกรุงปารีส เป็นที่น่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง กระสุนปืนกลถูกรถพรุนไปทั้งคัน การยิงก็อยู่ในระยะประชิดมากแต่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสก็รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์
เดอโกลล์เงียบไม่ได้วิจารณ์

แต่ภริยาของท่าน บอกกับเลขานุการว่า เธอเชื่อเหลือเกินว่าสามีรอดตายเพราะสมเด็จหลวงพ่อทวดฯได้เสด็จไปช่วยชีวิตไว้เพราะเธอเป็นคนอธิษฐาน พอได้ยินเสียงรัวปืนกลเธอก็นึกขอให้พระเสด็จมาช่วย
นักเขียนฝรั่งเศสได้สัมภาษณ์พระที่วัดช้างไห้และสัมภาษณ์ชาวบ้านอีกสองสามคน
ผมส่งเขาขึ้นเครื่องบินกลับปารีสไปแล้ว

ปลายปีนี้หังสือประวัติ์เดอโกลล์ของเขาก็คงจะออกวางจำหน่าย เขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะตองส่งมาให้ผมหนึ่งเล่ม
เรื่องอภินิหารแบบนี้ ท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะไม่เชื่อ
ผมเองเมื่อหนุ่มๆก็ไม่ค่อยจะเชื่อหรอก แต่พอหนุ่มน้อยลงก้อเริ่มเชื่เข้าบ้างแล้ว
เมื่อเชื่อแล้วกไม่อยากทำบาปเห็นใครทำบาปก็นึกสงสาร
ใครด่าทีสองที เริ่มจะไม่โกรธ มีแต่สงสารและเมตตา

ที่มา : คุณ NAMO >> http://www.watsakae.com/smf/index.php?topic=371.msg2432#msg243

ขอเพียงจิตอธิษฐาน

ผมย้ายมาจากจังหวัดนราธิวาส มาอยู่อำเภอสุไหปาดี เมื่อผมได้มาอยู่ใหม่ๆได้ฟังใครๆเขาก็เล่าลือกันว่าหลวงพ่อทวดฯวัดช้างไห้มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เป็นที่นิยมแพร่หลายกันมาก แต่บางคนก็ไม่มีโอกาสไปขอจากวัด แต่ก่อนผมเคยไปรับราชการอยู่ที่อำเภอโคกโพธิ์ซึ่งนับว่าได้อยู่ใกล้วัดช้างไห้ ทั้งผมก็เป็นศิษย์หลวงพ่อทวดอยู่ด้วย

อยู่มาวันหนึ่งในเดือนตุลาคม 2502 คุณสมศรีภรรยาของปลัดเปลื่อง เลิศแก้ว ซึ่งเป็นปลัดอำเออยู่ที่อำเภอสุไหงปาดี เกิดมีความเลือมใส่อยากได้พระเครื่องหลวงพ่อทวดฯแบบบูชาอยู๋แล้ว แต่อยากได้พระเครื่องอีก แกจึงขอให้ผมนำไปขอจากวัดช้างไห้ แต่ผมยังไม่มีเวลาว่าง จึงผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา ต่อมาจนถึงเดือนธันวาคมในปีเดียวกัน วันหนึ่งแกได้วิ่งเอะอะมาจากบ้านและในมือกำของอย่างหนึ่งไว้
เมื่อพบผมแล้วแกก็บอกว่า “ไม่ต้องไปวัดช้างไห้แล้ว” พลางแบมือให้ผมดูก็เห็นพระเครื่องหลวงปู่ทวดฯวางอยู่ในมือ แกเล่าให้ผมฟังว่าพระเครื่ององค์นี้ไม่ทราบมาจากไหน ได้ตั้งอยู๋บนหิ้งพระภายในบ้านของแก ผมสังเกตเห็นแกดีใจมาก ใครๆซึ่งอยู่ในที่นั้นลงความเห็นกันว่าคงจะเป็นอภินิหารของหลวงพ่อทวดฯ ปาฏิหาริย์มาให้แกไว้บูชาแน่ เพราะแกมีเจตนาอันแรงกล้า ปรารถนาจะรับท่านไว้บูชา

ต่อจากนั้นเมื่อเดือนเมษายน 2503 เด็กชายตี๋ บุตรคนเล็กของคุณสมศรี อายุ7ขวบ ได้รับทานอาหารเช้าบังเอิญกระดูกไก่ติดคอหุบปากไม่ได้ กลืนน้ำลายก็ไม่ได้ บิดาจึงพาไปหานายแพทย์เพื่อจะให้จัดการคีบเอาออก แต่นายแพทย์ไม่สามารถคีบให้ได้เพราะ กระดูกไก่ติดอยู่ลึกมากมองไม่เห็น จึงต้องนำลูกกลับบ้าน เมื่อผมทราบได้ไปเยี่ยมที่บ้านและแนะนำให้แกจัดการบูชาขอน้ำมนต์ของหลวงพ่อทวดฯ แกก็ได้กระทำตามแล้วเอาน้ำมนต์นั้นให้ลูกชายดื่มทีละหยดๆเพราะดื่มมากไม่ได้พร้อมกับการรดศีรษะให้ด้วย
ปรากฏว่าอีก1ชม.ต่อมาเด็กนั้นก็หุบปากและกลืน้ำลายได้ปกติ ผมเห็นว่าเรืองจากอภินิหารของหลวงพ่อทวดฯประสิทธิ์และขลังเป็นที่ประจัก์เช่นนี้ จึงเล่ามาให้คุณทราบ

ที่มา : คุณ NAMO >> http://www.watsakae.com/smf/index.php?topic=371.msg2432#msg243

อภินิหารกลางทะเล

ผมขอเล่าเรื่องอัสจรรย์เกี่ยวกับอภินิหารหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาให้อาจารย์ทราบคือ
ผมต่อเรือยนต์ให้พลเรือตรี หม่อมเจ้ารังษิยากร ใช้ในสัตหีบ1ลำต่อมาท่านให้นักบินกับช่างเครืองนำเรือลำนี้เข้ากรุงเทพโดยมีเรือยนต์ของตำรวจเป็นพี่เลี้ยงคุ้มกันระหว่างทางเพราะเป็นเรือใหญ่ส่วนเรือที่ผมต่อยาว 18ฟุตเท่านั้น
การนำเรือจากสัตหีบเข้ากรุงเทพนั้น จะต้องแล่นฝ่าคลื่นลมกลางทะเลราวๆ14ชั่วโมง จึงจะถึงกรุงเทพก่อนนำเรือเล็กเดินทางผมเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดอันตรายเสียกลางทะเล ผมจึงอาราธนาหลวงพ่อทวดฯและขอน้ำมนต์พรมเรือ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย
ต่อมาหลายวันนักบินและช่างเครื่องมาถึงสัตหีบ ได้เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อเรือทั้ง2ลำแล่นไปถึงเกาะสีชังท้องทะเลเกิดพายุฝนตกหนักละลอกคลื่นใหญ่โตมาก

นักบินและช่างเครื่องเห็นภัยจะเกิดขึ้นเช่นนั้นก็เตรียมตัวถอเสื้อและกางเกงนอกออกเหลือแต่กางเกงใน นั่งถือชูชีพมั่นอยู่เรือทั้ง2ลำได้โต้คลื่นและพายุมากลางทะเลอย่างแรงเป็นเวลานานถึง2-3ชั่วโมงจึงสงบ
ปรากฏว่าระลอกคลื่นสาดขึ้นท่วมเรือ แต่น้ำไม่ได้เข้าไปในลำเรือจึงปลอดภัย ส่วนเรือตำรวจซึ่งเป็นเรือพี่เลี้ยงคุ้มครองเรือเล็กต้องเสียหายคือเพลาใบพัดหัก หางเสือบิดไม่สามารถแล่นต่อไปได้เรือเล็กจึงกลับต้องเป็นเรือพี่เลี้ยงเรือลำใหญ่ลากจูงเข้าสู่กรุงเทพ
พิจารณาดูเอาเองเถอะครับว่าอภินิหารของพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯมีอภินิหารอย่างไร

ด้วยความเคารพอย่างสูง
บุญเกิด กู้เกียรติ

ปราบเด็กดื้อ

ในงานพิธีแจกพระเครื่องสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดวันแรก มีเด็กชายกับเด็กหญิงหมนสองพี่น้อง ได้รับแจกพระทั้งสองคน เด็กหญิงหมนเมื่อได้รับพระแล้วก็เอาพระนั้นห่อซายพกกลับบ้านซึ่งอยู่บ้านป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
ครั้นถึงบ้านแก้ห่อผ้าจากพกให้แม่ดูปรากฏว่า พระเครื่องนั้นได้กลายเป็นถ่านไฟไปเสียแล้ว ส่วนเด็กชายขณะที่เดินกลับบ้านได้เอาพระเครื่องโยนขึ้นแล้วใช้มือรับเช่นเดียวกับโยนก้อนหินเล่นตามประสาของเด็ก แต่รับไม่ทันพระจึงตกลงบนพื้นเขาจึงก้มลงเก็พระด้วยมือ
ทันทีที่เด็กชายผู้นั้นก็ยืนแกว่งมือตกใจร้องไห้ขึ้น พ่อเขาจึงลงมาดูเห็นลูกยืนแกว่งมือร้องไห้อยู่ จึงเข้าไปจับดูแกะมือออกดูปรากฏมีพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯอยู๋ในมือ

พ่อและแม่เด็กทั้งสองเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากอภินิหารของหลวงพ่อทวดฯบันดาลให้เกิดเขาทั้งสองจึงนำลูกทั้งสองคนมาพบท่านอาจารย์เจ้าอาวาสวัดช้างไห้ประมาณเวลา21.00แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านทราบ
ท่านอาจารย์จึงนำให้เขาพาเด็กทั้งสองไปกราบไหว้สถูปของหลวงพ่อทวดฯและกล่าวขอโทษเสียคืนนั้นข้าพเจ้ากลับบ้านเวลา20.30 จึงมิได้ประสพด้วยตนเองแต่ได้รับคำบอกเล่าจากท่านอาจารย์

นายอนันต์ คณานุรักษ์ บันทึก

ที่มา : คุณ NAMO >> http://www.watsakae.com/smf/index.php?topic=371.msg2432#msg243

http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=84686.0;wap2

. . . . . . . . . . . . . . . . .