เตรียมตัวตาย พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)

เตรียมตัวตาย พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)

โอวาทธรรม พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)

อาตมามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ นิกร อยู่ที่ภาคใต้ แม่เกลียดมากให้ไปอยู่กับพี่ชาย พี่ชายก็ให้ไปเป็นลูกจ้างฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่เคยทำบุญ แต่ตัวเองพอจะเป็นช่างอยู่บ้าง จึงหนีพี่ชายไปรับจ้างเป็นช่างไม้ ที่หนีพี่ชายไปเพราะไม่อยากฆ่าสัตว์ ตอนหลังกลับมาบ้านแม่ก็ทารุณอีก บอกให้ไปอยู่กับพี่ชายเลยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ต้องฆ่าตัวตายแน่

จึงไปหาหลวงตาที่วัด ถามว่าคนจะตายต้องทำอย่างไรบ้าง หลวงตาก็บอกให้ทำบุญ เขาก็ไม่เข้าใจ เขาบอกว่ามีเงินอยู่ ๒๐ บาท จะทำอย่างไร หลวงตาก็บอกว่าให้ถวายผ้าป่า ไปซื้อผ้า กล้วย อ้อย มะพร้าว ขนมจันอับ และไปตัดผม แต่งตัวสวย ๆ

คนเราเข้าใจผิดคิดว่าก่อนตายให้แต่งตัวสวย ๆ จะได้ติดตัวไป ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แต่มีประวัติมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าว่า มีพระองค์หนึ่งเป็นฝีดาษ นอนจมน้ำเลือดน้ำเหลือง พระพุทธเจ้าไปเห็นเข้าก็บอกให้พระภิกษุช่วยกันซักผ้า ลวกน้ำร้อน เช็ดน้ำเลือดน้ำเหลืองให้สะอาดเอาผ้าใหม่มาให้ห่ม แล้วสอนพระกรรมฐานให้พระภิกษุรูปนั้นก็สำเร็จมรรคผล ถ้านอนจมเลือดจมเหงื่อ จิตใจไม่สบายจะสอนอะไรก็ไม่ได้ผลก็เท่านั้นเอง โปรดจำเสียใหม่ อย่าคิดว่าเอาไปได้

เขาก็ไปจัดการแต่งตัว ใส่กางเกงที่ชอบและไปซื้อยามากิน เขาถามหลวงตาว่าคนจะตายเขาท่องอะไรกัน หลวงตาบอกให้ว่าพุทโธ เขากินยาแล้วก็ท่องพุทโธ ๆ ๆ จนกระทั่งขาดใจตาย พนมมือว่าพุทโธ ติดปากไป ไปพบยักษ์ ปากก็ว่าพุทโธ ยักษ์หนีเลย

สิ่งนี้เป็นคติเตือนใจว่าเราจะต้องมีพระนำหน้า เวลาแห่ศพทำไมต้องมีพระนำหน้า ไม่ใช่นำไปสวรรค์นะ แต่เป็นปริศนาธรรมที่ว่าทำอะไรให้เอาพระออกหน้า ดีแน่ ๆ เท่านั้นเอง

นิกรเมื่อออกจากร่างแล้ว ยืนดูร่างตัวเอง แล้วก็เดินทางต่อไป รู้สึกหิวข้าว จะข้ามถนนยักษ์ก็ขวาง ปากก็ว่า พุทโธ ยักษ์ก็หนี แต่ถ้าใครมีพระกรรมฐานไม่ต้องว่าพุทโธหรอกเพราะว่าพุทโธอยู่ที่จิตแล้ว จะไปไหนก็ไปได้ ไปเห็นกับข้าวที่เขาวางไว้ ก็เข้าไปนั่งยอง ๆ ขอรับประทาน เขาบอกว่า ไม่ใช่ของเธอ ของเธออยู่นี่ ก็มีกล้วย มะพร้าว ขนมจันอับที่ถวายผ้าป่าไว้ก้มดูตัวเองก็เห็นตัวเปล่า กางเกงก็ไม่มี สร้อยก็ไม่มี เขาบอกว่า นี่ครับผ้าผืนเดียว ผ้าผืนเดียวที่เธอถวายผ้าป่าไว้ นิกรก็บอกว่า ก่อนตายผมก็เตรียมใส่มาพร้อมแล้ว เขาก็บอกว่า ก็อยู่ที่ศพของเธอ ของเธอมีผืนนี้ที่ถวายผ้าป่ามา

เขาก็เดินทางต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็พบยมบาล ท่านยมบาลบอกว่า ยังไม่ถึงที่ตายให้กลับไปก่อน นิกรบอกว่า ถ้าให้กลับท่านต้องไปบอกแม่ผมก่อน ว่าผมเสียใจที่ถูกแม่ด่า เลยกินยาตาย ยมบาลก็พาไป ยมบาลก็เข้าร่างนิกรก่อน ลุกขึ้นเล่าเหตุการณ์ว่าอย่าไปทำนิกร เดี๋ยวนิกรจะฟื้นขึ้นมา พอเล่าเสร็จก็ล้มวิญญาณนิกรก็เข้าร่าง จะลุกขึ้นก็ลุกไม่ได้ต้องรักษาอีก ๓ เดือน เลยขอบวช เวลากาลต่อมาเขาก็มาที่วัดอัมพวันก็มาเล่าให้อาตมาฟัง

ขอสรุปว่า ความสำคัญของชีวิตนั้นเริ่มตั้งแต่ต้น เริ่มทำให้ชีวิตมีค่า เวลาของท่านจะมีประโยชน์ต่อไป ใครหนอจะทำเวลาแค่วินาทีเดียวให้มีค่าได้ ต้องมีความดีมาแล้วต้องเตรียมการมาก่อน ไม่ใช่มาเตรียมก่อนจะตาย

ขอบคุณข้อมูล : http://www.thammasatu.net/forum/index.php?topic=2120.0

. . . . . . . . .