งานด้านคณะสงฆ์ (สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก)
ส่วนภารหน้าที่หรือการทำงานทางคณะสงฆ์นั้น ก็ทรงเริ่มด้วยการเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม หรือนักธรรม และแผนกบาลี ตั้งแต่ทรงสอบได้เป็นเปรียญธรรม ๕ ประโยค และหลังจากสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยคแล้ว ก็เริ่มมีภาระหน้าที่ทางการคณะสงฆ์ด้านต่าง ๆ มากขึ้นตามลำดับ กล่าวคือ
พ.ศ.๒๔๘๔ เป็นสมาชิกสังฆสภาโดยตำแหน่ง ในฐานะเป็นพระเปรียญ ๙ ประโยคตาม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๔๘๔
เป็นผู้อำนวยการศึกษาสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร มีหน้าที่ที่จัดการศึกษาของภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และแผนกบาลี
พ.ศ.๒๔๘๘ เป็นพระวินัยธรชั้นอุทธรณ์ เป็นกรรมการสภาการศึกษาของมหามกุฎราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทยแห่งแรก ซึ่งตั้งขึ้นในศกนั้น (ปัจจุบันเรียกว่า มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย) และเป็นอาจารย์บรรยายวิชาพระสูตรหรือพระสุตตันปิฎก ในมหาวิทยาลัยดังกล่าวด้วย
พ.ศ.๒๔๘๙ เป็นเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ขณะทรงดำรงพระสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช
การเป็นเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ฯ นั้น นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ในชีวิตมัชฌิมวัยของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้ทรงเรียนรู้งานด้านต่าง ๆ ทั้งงาน คณะสงฆ์ งานวิชาการ และงานสั่งสอนเผยแผ่ รวมทั้งการปฏิบัติฝ่ายวิปัสสนาธุระหรือการ ปฏิบัติสมาธิกรรมฐานด้วย
อ่านเพิ่มเติม





