ธรรมะกับปัญหาทั้งหมด โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

ธรรมะกับปัญหาทั้งหมด โดย ท่านพุทธทาส ภิกขุ

หน้าที่ 1 – คนอันธพาล
อาตมาขอแสดงความยินดีในการมาของท่านทั้งหลายจนมาถึงสถานที่นี้ถ้าท่านมาเพื่อศึกษาธรรมะให้ยิ่งๆขึ้นไปก็นับว่าเป็นการดีที่สุดแล้วเพราะว่ามนุษย์กำลังต้องการธรรมะในโลกนี้มันกำลังจะวินาศเพราะว่าธรรมะมันน้อยลงๆเรื่อยๆหายไปคือไม่มาอยู่ที่บุคคลธรรมะที่บุคคลนั้นกำลังลดลงๆ ธรรมะลดลงเท่าไหล่คนมันก็เป็นคนพาลแล้วคนอันธพาล มันก็ทำให้เกิดปัญหามีความทุกข์ยุ่งยากลำบากเราทุกๆคนทั้งคนอยู่ที่นี่และอยู่ที่อื่นพบกันเข้าก็ควรจะปรึกษาหาลือกันช่วยให้ธรรมมะกลับมามีในบุคคล บุคคลที่ไม่มีธรรมมะต้องเป็นทุกข์ไอ้คนที่ไม่มีธรรมมะจะต้องเป็นทุกข์ไปด้วยเพราะมันจะรักนั่น เกียจไอ้นี้ กลัวไอ้โน้นยุ่งไปหมดมีความทุกข์มึนคิดจนเป็นทุกข์มันคิดไปในทางที่ให้เป็นทุกข์เพราะมันไม่มีธรรมมะบุคคลมันก็ต้องเป็นทุกข์หมู่คณะหรือสังคมของบุคคลที่ไม่มีธรรมมะก็เป็นทุกข์โลกทั้งโลกที่ไม่มีธรรมมะก็เป็นทุกข์มีวิธีเดียวที่จะไม่ให้มีทุกข์ก็คือนำธรรมมะกลับมาเรามาช่วยกันในข้อนี้เท่าที่เราจะช่วยได้นำธรรมมะกลับมาบุคคลก็จะไม่มีทุกข์บ้านเมืองสังคมก็จะไม่มีทุกข์ทั้งโลกก็จะไม่มีทุกข์จึงถือว่าเป็นเรื่องดี วิเศษที่สุดกว่าเรื่องทั้งหลาย เรื่องที่ช่วยกันทำให้ธรรมมะกลับมา เมื่ออาตมาเข้าบรรยายทางวิทยุเรื่องธรรมมะก็เป็นครั้งที่ 29 เมื่อเช้าบรรยาย 8 โมง บรรยายเรื่องธรรมมะเหมือนกันคือบรรยายมา 29 ครั้งที่บรรยายเรื่องธรรมมะกลับมาก็มีความเห็นอย่างนี้ว่าธรรมมะกลับมาโรกาก็วินาศธรรมมะไม่กลับมาพระพุทธศาสนาก็หมดไปจากประเทศไทย ถ้าเราทำให้ธรรมมะสูญไปเราทำให้ธรรมมะหมดไปเองไม่ใช่คอมมิวนิคจะมาทำให้ศาสนาหมดได้ชาวพุทธมันทำให้หมดเองที่คอมมิวนิกย์ยังไม่มาศาสนามันก็หมดได้คือมันสอนกันผิดๆ มันเรียนกันผิดๆแล้วมันปฏิบัติกันผิดๆแล้วมันก็หวังผลกันผิดๆไม่ถูกตามหลักของศาสนา สอนผิด เรียนผิด ปฏิบัติผิด หวังผลผิด ศาสนาก็ไม่มีถ้าเป็นอันอื่นไป แล้วไปตรงกับลัทธิไหนมันก็เป็นลัทธินั้นไป คอมมิวนิคไม่ทันมาศาสนามันหมดได้ เพราะการสอนผิด เรียนผิด ปฏิบัติผิด หวังผลผิด

พระพุทธเจ้าท่านก็ได้ตรัสไว้ชัดเจนอยู่ในพระบาลีนั้นว่าพุทธบริษัททั้ง 4 คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา นั่นแหละจะทำให้พระวินัยของศาสนานี้หมดไปไม่ใช่สิ่งอื่น ไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่พวกอื่น ท่านว่าอย่างนี้ ถ้าเมื่อไหร่พุทธบริษัททั้ง 4 ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา สอนกันผิด มันเรียนกันผิด มันปฏิบัติผิดพระพุทธศาสนาหวังผลที่จะได้ก็ผิดหลักพระพุทธศาสนาเพราะมันเป็นลัทธิอื่นมันก็หมดมันช่วยกันทำให้ดี ให้มีการเรียนถูก ปฏิบัติถูก หวังผลที่ถูก อย่าหวังผลที่เป็นอื่นไปซึ่งไม่ใช่พุทธศาสนา นี่ขอให้ช่วยกันเถอะจะได้บุญสูงสุดคือให้ธรรมมะมันกลับมาสู่มนุษย์แล้วก็อยู่กันเป็นสุขมันได้บุญไอ้ทำอย่างอื่นมันไม่แน่ไอ้ทำอย่างนี้มันแน่ได้ธรรมะ กลับมาแน่ที่คนเราจะมีความสงบสุขไม่ต้องละอายแมวจะพูดให้มันหยาบคายก็ว่าไม่ต้องละอายหมาคือ หมา แมว ไก่ นี่สัตว์เดรัชฉานมันไม่มีความทุกข์เหมือนมนุษย์ มันคิดให้เป็นทุกข์ไม่ได้เราไม่เห็นว่าหมาตัวไหนมันปวดหัว ต้องกินยาปวดหัวหรือกินยานอนไม่หลับแก้นอนไม่หลับเหมือนคน คนเดี๋ยวกินยาปวดหัวเดี๋ยวกินยานอนไม่หลับเดี๋ยวกินยาโรคประสาทก็ต้องเป็นโรคจิตบ้าไปเลย แต่สัตว์เดรัชฉานมันไม่มี เราอย่ามีมันจะละอายกับสัตว์เดรัชฉาน พระพุทธเจ้าท่านสอนธรรมะก็เพื่ออันนี้แหละเพื่อไม่ต้องเป็นทุกข์ ถ้าต้องเป็นทุกข์มันก็ต้องละอายสัตว์เดรัชฉานสัตว์เดรัชฉานคิดไม่เป็นคิดว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร พรุ่งนี้ลูกจะกินอะไรเมียจะกินอะไรกันต่อบ้านจะเตรียมกันอย่างไรจะซื้อรถใหม่แต่หมามันคิดไม่เป็น แต่ว่าคนมันคิดเป็นถ้าคิดเลยความจำเป็นเลยความสมควรมันก็ได้ปวดหัว มันก็ได้นอนไม่หลับได้ออกมาเป็นของรักของหวงมันก็ยิ่งนอนไม่หลับกลัวคนจะขโมยหรือคนขโมยไปมันก็นอนไม่หลับนี่ความคิดของคนแต่สุนัขหรือแมวมันไม่มีปัญหาอย่างนี้เพราะมันสมองของมันคิดไม่ได้ มันไม่ยึดถือเหมือนคนจึงไม่มีความทุกข์ความทุกข์ของคนนี้เกิดมาจากความยึดถือเราไปยึดถืออะไรเราจะมีความทุกข์เพราะเหตุเพราะสิ่งนั้นยึดถือเหมือนกันถ้าเรายึดถือทรัพย์สมบัติอย่างอื่นก็มีความทุกข์เพราะทรัพย์สมบัติอย่างนั้น ยึดถือในเกียจติยศชื่อเสียงมันก็มีความทุกข์เพราะเกียจติยศชื่อเสียงมันมีอย่ายึดถือมิได้อย่ายึดถือมีเงิน หาเงิน เก็บเงิน ใช้เงินและก็อย่าไปยึดถือมันจะเป็นทุกข์ ถ้าไปยึดถือแล้วจะเป็นทุกข์เก็บอยู่ที่ตัวมันก็เป็นทุกข์ฝากไว้ในธนาคารก็เป็นทุกข์ ยังไม่ทันได้มาก็เป็นทุกข์ ได้มาแล้วก็เป็นทุกข์หวงแหนอยู่ก็เป็นทุกข์หายไปก็เป็นทุกข์มันล้วนแต่เป็นทุกข์ไปเสียทั้งนั้นมันต้องทำให้ดีเหมือนกับว่าฝีมือสูงสุดที่จะให้ไม่เป็นทุกข์มีเงินก็อย่าเป็นทุกข์เพราะเงิน มีบุตร ภรรยา สามีก็เป็นทุกข์เพราะบุตร ภรรยา สามี มีเกียจติยศชื่อเสียงก็อย่าเป็นทุกข์เพราะเกียจติยศชื่อเสียงแต่ถ้ามีชีวิตก็อย่าเป็นทุกข์เพราะชีวิตแต่ถ้าเป็นทุกข์ซะแล้วมันไม่ใช่ชีวิตมันคือคนโง่ถ้ามีชีวิตก็อย่าต้องเป็นทุกข์เพราะชีวิตมีอะไรก็อย่าต้องเป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้นนั่นแหละคือมีธรรมะป้องกันเอาไว้ไม่ต้องเป็นทุกข์ ถ้ามันมีอะไรเป็นปัญหาเกิดขึ้นก็อย่าต้องเป็นทุกข์แก้ปัญหาไปโดยไม่ต้องเป็นทุกข์สมมุติว่ายากจนจนไม่มีเงินก็อย่าเป็นทุกข์เพราะความยากจนเลย ทำงานให้สนุกไปก็แล้วกันทำงานให้เหมาะแล้วทำงานให้สนุกได้ไม่ต้องเป็นทุกข์เพราะความยากจน ถ้าทำงานให้สนุกมันจะแก้ความยากจนไปโดยอัตโนมัติยิ่งรวยมามากได้เงินมามากก็ อย่าไปยึดถือมันเข้ามันจะกัดเอา นี่คนไปยึดถืออะไรเข้าสิ่งนั้นมันจะกัดเอายึดถือว่าตัวเราบ้างยึดถือว่าของเราบ้าง ยึดถือว่าตัวกูบ้างยึดถือว่าของกูถ้าถึงขนาดนี้มันตัดเอาหัวใจคนนั้นแล้ว พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าธรรมะทั้งหลาย ทั้งปวงไม่ควรยึดถือ หัวใจพุทธศาสนาว่า สัพเพ ธัมมะ นารัง สัพภเวสายะ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่ากูว่าของกูนั้น พอคุณมีความทุกข์ขึ้นมาในใจเป็นทุกข์ขึ้นมารีบค้นๆเถอะหาดูเดี๋ยว หาดูเดี๋ยวจะพบมันไปยึดอะไรก็ได้ยึดเรื่องของตัวเอง ยึดเรื่องของบุตร ภรรยา สามียึดเรื่องของลูก ของหลานของทุกอย่างอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้มันก็จะต้องพบว่ามันไปยึดถือแล้วมันจึงเป็นทุกข์ถ้าเป็นสมพาลมันก็ไปยึดถึงเรื่องของวัดวาอารามเป็นทุกสมภารเป็นโรคประสาทเป็นเป็นบ้าตายไม่รู้กี่10 กี่100 ร้อยคนแล้วที่ยึดถือมีต่อให้เป็นสมการมันก็ไม่ต้องยึดมันก็ไม่ต้องเป็นทุกข์แล้วมันก็ทำไปด้วยสติสัมปชัญญะ มันก็ไดมันก็ไม่เป็นทุกข์ทำแล้วเป็นทุกข์ ทำแล้วเป็นโรคประสาท ตายแล้วจะดีอะไรมันไม่ควรอย่างนั้น มันก็ควรจะสำเร็จตามที่ต้องการตามที่ ต้องการและใช้ให้เป็นประโยชน์ตนเอง มันก็ควรที่ยกตัวอย่าง ยกตัวอย่างสมภารที่พ่อแม่เรือนก็เหมือนกันเกิด มาเป็นทุกข์มันก็น่าละอายหมาละอายแมวมันควรจะรู้จักทำจิตใจมาให้เป็นทุกข์ ถ้ามันมีธรรมะหัวใจของพุทธศาสนาก็ว่าอย่ายึดถือทำไมไม่ยึดถือเพราะมันเป็นเช่นนั้นเองคำว่าเช่นนั้นเองสรุปหัวใจของพระพุทธศาสนาโดยพระบาลีว่า ตะถะตา เมื่อพระพุทธเจ้าท่านตรัส เรื่องปฏิจตุบาทแล้วท่านจะสรุปเป็นคำย่อสั้นๆว่าตะถะตาแปลว่าเช่นนั้นเองอะวิตะถะตาไม่ผิดจากความเป็นเช่นนั้น อนันยะตะถะตาไม่มีโดยประการอื่นจากความเป็นอย่างนั้นธรรมะจิตตะตาความตั้งอยู่แห่งกฎของธรรมดาธัมมะนิยาตะตาเป็นตัวของธรรมดา อิฐถะปัดจะตาคือความที่สิ่งนี้ๆเป็นปัจจัยนี้ๆก็เกิดขึ้นมันไปตามเหตุตามปัจจัยนี่จึงเรียกว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปแล้วมันก็ยึดถือว่าเป็นอะไรไม่ได้นอกจากว่ามันเป็นของมันเช่นนั้นเองเราไปคว้าเอามาจะให้เป็นของเราเป็นอย่างนั้นที่เราต้องการ อย่างนี้มันโง่ซักเท่าไรคิดดูแม้แต่เนื้อตัว ชีวิต ร่างกายของคนเนื้อตัวมันเป็นของธรรมชาติมันก็ไปยึดถือเอามาเป็นของกูเป็นตัวกูก็เรียกว่าปล้นของธรรมชาติมาเป็นของกู ปล้นเอาของพระเจ้ามาเป็นของกูมันทำผิดเสียแล้วที่ไปปล้นเอามาเป็นของกูคือยึดถือมันก็ได้รับหลตอบแทนคือเป็นทุกข์ได้เป็นทุกข์เพราะปล้นเอาของธรรมชาติมาเป็นของกูเป็นตัวกูทุกอย่างต้องมีถึงขนาดนั้นเลยหรือว่าเราจะต้องทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นเราต้องกินอาหารต้องหาอาหารถ้ากินอาหารก็มีหรือสะสมได้โดยไม่ต้องยึดถือทรัพย์สมบัติวัวควายไร่นาถ้าเราไม่ยึดถือมันก็อยู่ตามที่ของมันวัวอยู่ที่ทุ่งนา ควายอยู่ที่ทุ่งนานาอยู่ที่นาแล้วก็อยู่ตามที่ของมันเงินก็อยู่ที่ของมันที่เราเก็บฝากไว้ที่ธนาคารก็อยู่ที่ธนาคาร แต่พอเรายึดถือว่าของกูนั้นทุกอย่างทุกสิ่งมันจะวิ่งมาสุมอยู่บนหัวของคนนั้นคิดดูจะหนักสักเท่าไรวัว ควาย ไร่ นา เกียจติยศชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทองมันวิ่งมาสุมอยู่บนหัวของคนนั้นนั่นมันจึงเป็นโรคประสาทบ้างเป็นโรคจิตบ้างทำอะไรไม่ถูกมันก็ฆ่าตัวตายกันบ่อยๆเพราะมันยึดถือซึ่งเป็นความโง่ที่สุดโง่เพื่อจะมาเป็นทุกข์ ไม่ฉลาดที่จะวางๆๆไว้ตามที่จะเอามากินมาใช้ก็ทำให้มันถูกเรื่องอย่ายึดถือด้วยจิตใจว่าเป็นตัวกูว่าเป็นของกูควรจะมาอยู่บนหัวแล้วมันจะกัดเอานี่ว่ามนุษย์จะมีความทุกข์เพราะความยึดถือขอเตือนอีกครั้งหนึ่งว่าพอคุณรู้สึกว่าเป็นทุกข์ไม่สบายใจเท่านั้นแหละ

หน้าที่ 2 – เรื่องเงินเรื่องทอง
รีบค้นแล้วก็พลิกดูข้างใต้ว่ามันยึดถืออันนี้อยู่นี่นี่คือเรื่องเงินเรื่องทองเรื่องของทรัพย์สมบัติบุตรภรรยาสามีเกียจติยศชื่อเสียงมันหลาย 10 อย่างที่มันจะไปยึดถือล้วนแต่มันไม่ยอมให้เป็นไปตามธรรมชาติเช่นนั้นเองมันก็เป็นไปตามธรรมชาติเช่นนั้นเองไม่มีอะไรที่จะไม่เป็นไปตามกฎของมันเช่นนั้นเองถ้ามันเกิดขึ้นแก่เราเราก็อย่าเพิ่มเป็นทุกข์เป็นทุกข์นะมันเป็นทุกข์ป่วยการทำไมดูว่าอะไรบ้างที่มันจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เมื่อความทุกข์เป็นเช่นนั้นเองชนิดนี้แล้วอะไรเช่นนั้นเองชนิดไหนละที่มันจะมาแก้ความทุกข์นี้ได้เอาธรรมะเช่นนั้นเองมาแก้ความทุกข์นี้ ได้นั่นมันก็หมดความหมายหมดที่จะแก่จะตาย จะเจ็บจะไข้ จะได้จะเสียมันไม่มีความทุกข์เรามีธรรมะสูงสุดเช่นนั้นเองมันกำจัดออกไปให้หมดจากจิตใจเมื่อใดยึดถือเมื่อนั้นเป็นทุกข์เมื่อใดไม่ยึดถือเมื่อนั้นไม่เป็นทุกข์เมื่อใดยึดถือเมื่อนั้นจิตมันวุ่นวายรกรุงรังเป็นที่พลาดของไอ้สิ่งที่ยึดถือจิตมันไม่เดี้ยงเมื่อใดเราไม่ยึดถือจิตไม่นับถืออะไร เมื่อนั้นจิตมันเดียงมันว่างมันไม่ยึดถือกันมันก็เป็นอิสระเป็นไทยแก่ตัวถ้ามันไปยึดถืออะไรสิ่งนั้นมันก็เป็นทาสมันไม่ยึดถือก็เป็นอิสระเป็นทาสของกิเลสมันก็เป็นทุกข์เราต้องการให้จิตมันเกลี้ยงจิตมันว่างให้จิตมันเป็นอิสระให้จิตมันสงบเย็นคำว่าสงบเย็นมันคือนิพพานเราเลยตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่าสวนโมกข์โมกข์ก็แปลว่าเกลี้ยงคือจิตมันเกลี้ยงรารามแปลว่าป่าไม้ที่ช่วยให้จิตเกลี้ยงนี่คูณคงไม่ทราบถ้าทราบคุณก็มาสวนโมกข์แล้วโมกข์รารามป่าไม้ที่มันช่วยให้จิตเกลี้ยงความประสงค์อย่างนี้ตั้งชื่ออย่างนี้มีความทำงานจะที่ทำไอ้สิ่งนี้อย่างนี้ เพื่อช่วยให้จิตเกลี้ยงถ้าคุณมานั่งที่นี่แล้วจิตยังไม่เกลี้ยงมาไม่ถึงสวนโมกข์หรอกถ้าคุณมานั่งตรงนี้ แล้วจิตคุณยังไม่เกลี้ยงจากไอ้สิ่งรบกวนในจิตใจแม้แต่ชั่วขณะคุณยังไม่ถึงสวนโมกข์มาเปล่าๆมาทัศนาจรเฉยๆไม่มาถึงสวนโมกข์จะช่วยให้จิตมันเกลี้ยงอาตมาสังเกตเห็นเกือบจะทุกคนเขาบอกว่า ไม่รู้ยังไงมันสบายใจจริงพอมานั่งตรงนี้นั่นเขาไม่รู้เดี๋ยวนี้จิตมันกำลังเกลี้ยงคือมันไม่ได้ยึดถืออะไรว่าเป็นของกูต้นไม้เหล่าหินดินทรายมันเป็นของธรรมชาติพอมานั่งลงตรงนี้ธรรมชาติมันไม่ชวนให้ยึดถืออะไรแล้วมันชวนให้ว่างให้วางให้เกลี้ยงนั้นเราจึงคิดให้เกลี้ยงให้จิตใจมันสงบเย็นเพราะมานั่งตรงนี้ที่นี่เรียกว่าสวนโมกข์ถึงใครมานั่งในสภาพอย่างนี้ในธรรมชาติอย่างนี้แต่จิตยังไม่เกลี้ยงคนนั้นกลับไปหาหมอเถอะกลับไปบ้านแล้วไปหาหมอถ้าคุณมานั่งตรงนี้แล้วจิตมันไม่เกลี้ยงแม้แต่ซักนิดรีบไปหาหมอเพราะมันเป็นโรคประสาทแล้วคือปล่อยไว้มันจะบ้านี่เป็นเครื่องวัดทดสอบอย่างหนึ่งด้วยเหมือนกันพอเรามานั่งธรรมชาติล้วนๆอย่างนี้แล้วจิตยังไม่เกลี้ยงเพราะธรรมชาติเหล่านี้ไม่มีอำนาจที่จะบ่นอะไรทำให้จิตเกลี้ยงได้จิตของเรามันแย่แล้วดูแล้วรีบไปหาหมอช่วยพาไปช่วยภายนอกเสียก่อนแล้วค่อยช่วยภายในในทางจิตใจอีกที

หนึ่งก็ได้นี่ธรรมชาติล้วนๆตามธรรมชาตินั้นมันเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเกลี้ยงขึ้นมาทั้งทางกายวิเวกทางกายวิเวกทางจิตวิเวกทางกิเลสขอให้สนใจธรรมชาติล้วนๆเดี๋ยวนี้มันนั่งกลางดินคนโง่มันไม่รู้ว่าดินมันหมายความว่าอย่างไรแต่คนมีปัญญาเขารู้ว่าแผ่นดินมันเป็นที่ตั้งของสิ่งทั้งปวงไม่มีจะไปอยู่ที่ไหนนี่เราจะดูจากเรื่องราวของพระพุทธเจ้าเพราะว่าพระพุทธเจ้าเมื่อประสูตท่านก็ประสูตกลางดินเมื่อพระเจ้าตรัสรู้เป็นพุทธเจ้าก็ยังนั่งอยู่กลางดินตลอดเวลาท่านสอนท่านทำอะไรต่างๆจะนั่งอยู่กลางดินแล้ว เมื่อท่านจะนิพพานท่านก็นอนนิพพานกลางดิน กลางดินพระพุทธเจ้าท่านประสูติ ตรัสรู้แล้วก็นิพพานจี้คนโง่ๆมันไม่ชอบนั่งกลางดินเขาหาว่าไม่ให้เกียจนั่งกลางดินไม่ให้เกียจอะไรเก้าอี้มีเสื่อก็มีนี่ก็เพราะว่าให้มันรู้จักพระพุทธเจ้ากันเสียบ้างพระพุทธเจ้าท่านประสูตกลางดิน ตรัสรู้กลางดิน นิพพานก็กลางดินท่านเป็นพระราชามหากษัตริย์ทำไมจะต้องมาประสูตกลางดินทำไมไม่ประสูตบนประสาทราชมณเฑียรตอบไม่ได้ตอบได้แค่เพียงพระพุทธเจ้าประสูตกลางดินใต้ต้นไม้ชื่อต้นสาระตามเรื่องที่เรารู้กันแล้วเมื่อตรัสรู้ก็มานั่งกลางดินใต้ต้นไม้ชนิดหนึ่งต่อมาเรียกว่าต้นโพธิ์ทำไมไม่ไปตรัสรู้ในมหาวิทยาลัยมีปริญญามาเป็นหางมาจากเมืองนอกเล่าตรัสรู้ที่โคนต้นไม้กลางดิน นี่เป็นธรรมชาติแล้วถ้าเป็นกลางดินกุฏิก็พื้นดิน ประชุมก็พื้นดิน ทำปาติโมกข์ก็กลางดินต้องเรียกว่าอยู่กันกับดินพระพุทธเจ้าไปบินทะบาทตอนเช้าก็ต้องนั่งแวะฉันอาหารแห่งใดแห่งหนึ่ง ก็นั่งกลางดินจนเวลาล่วงไปพอสมควรตกตอนบ่ายไปวัดก็นั่งอย่างสงบสุขก็กลางดินหลังจากบินทะบาท มันก็จะพูดกันง่ายๆว่าพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยชีวิตกลางดินลูกศิษย์ลูกหามี่มันไม่ชอบมันอยากไปอยู่บนวิมารโน่นนี่ให้บุญให้ทานสักนิดมันอุทิศว่ามันจะไปเกิดในวิมารพระพุทธเจ้า ท่านอยู่กลางดินท่านชอบกลางดินแล้วก็ใต้ต้นไม้นี่จึงมานั่งใต้ต้นไม้และกลางดินกันเสียทีที่นี่นี่เรียกว่าสวนโมกข์ประสูตใต้ต้นไม้ชื่อว่าต้นสาระตรัสรู้ใต้ต้นอัดสะถะต่อมาเรียกว่าต้นโพธิ์สอนใต้ต้นไม้ทั้งหลายที่อยู่ๆกันและนิพพานใต้ต้นไม้ชื่อต้นสาระอีกทีต้นสาระมี 2 ฉากคือประสูติกับนิพพานต้นที่หนาๆเปลือกโตๆอยู่ข้างหน้าท่านนั้นเขียนป้ายต้นสาระไปดูเสียบ้างต้นสาระจะเก็บเอาไปดูเป็นที่ระลึกสักใบหนึ่งก็ได้ว่าต้นสาระมันอย่างนี้ที่พระพุทธเจ้าท่านประสูตและนิพพานหรือจะให้เป็นที่ระลึกก็ไปถ่ายรูปกับต้นสาระดีกว่าบอกตรงๆว่าไปถ่ายรูปกับต้นสาระดีกว่าที่ประสูตและนิพพานของพระพุทธเจ้าดีที่สุดคนเราลดจิตใจให้มันพุ่งไปด้วยอำนาจของจิตกิเลสลงซะบ้างไม่หยุดไม่หย่อนเย็นหมดเกลี้ยงเพราะง่าเดี๋ยวนี้จะมานั่งกลางดินที่เป็นที่ประสูต ตรัสรู้สั่งสอนและนิพพานของพระพุทธเจ้าอาตมาจัดสถานที่ตรงนี้ในสภาพอย่างนี้กลางดินอย่างนี้ต้นไม้อย่างนี้ก็เพื่อให้มันเข้ารูปกับเรื่องของพระพุทธเจ้า เพื่อว่าท่านทั้งหลายมาสู่สถานที่นี้แล้วก็จะได้นั่งกลางดินพอได้นั่งกลางดินก็เอามือลูบดินโอบดินดูนี่มันที่นั่งที่นอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเราถือว่าเป็นเสมือนพ่อของเราพุทธบริษัทโง่ๆมันก็คิดอย่างอื่นแต่ถ้าพุทธบริษัทที่ฉลาดมันก็คิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นพ่อของเรา พระธรรมเป็นแม่ของเรา พระสงฆ์เป็นพี่ของเราอย่างนี้มันก็จะชอบดิน ชอบกลางดินชอบธรรมชาติ ชอบเป็นไปตามธรรมชาติเพราะว่าไอ้ธรรมะนี้มันเรื่องของธรรมชาตินี่ก็จะจัดให้ธรรมชาติสะดวกที่จะมาใกล้ชิดมานั่งกับธรรมชาติเราก็รูเรื่องของธรรมชาติได้ง่ายถ้าเราอยู่ไกลธรรมชาติเราก็รู้เรื่องธรรมชาติได้ยากนั่งมา นอนมาอยู่ใกล้ธรรมชาติอย่างนี้นี่เราจะรู้เรื่องธรรมชาติได้ง่ายขึ้นถ้าเราไปอยู่บนสวรรค์วิมารบริวารห้อมล้อมมันไกลธรรมชาติมันไม่รู้หลอกมันไม่มีทางที่จะตรัสรู้บนสวรรค์พระพุทธเจ้าก็ต้องลงมาตรัสรู้ที่โลกมันต้องมีธรรมชาติเผยตรงๆมันชอบธรรมชาติกันเสียบ้างไปที่ไหนได้ศึกษาธรรมชาติก็ต้องรีบศึกษาธรรมชาติ อยากให้ทุกคนจำไว้ว่าพระธรรมมันเป็นเรื่องของธรรมชาติแม้จะปล่อยออกเป็นหลายๆความหมายมันก็ยังเป็นเรื่องของธรรมชาติอยู่นั่นเองพระธรรมคือตัวธรรมชาติตัวธรรมชาติเป็นพระธรรมและพระธรรมมันคือกฎของธรรมชาติ กฎนั้นก็คือพระธรรมพระธรรมคือหน้าที่ปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติการปฏิบัตินั้นก็เป็นพระธรรมพระธรรมคือผลที่เกิดมาจากการปฏิบัติข้อนี้พระธรรมเป็นสิ่งมีความหมายตัวธรรมชาติเป็นเนื้อหนังร่างกายกระดูกทั้งกายทั้งใจมันก็คือธรรมชาตินี่คือรูปธรรมนามประธรรมเป็นพระธรรม ทีนี้ในร่างกายมันก็มีส่วนของธรรมชาติคือกฎอนิจจัง ทุกขัง อนัตตากำกับอยู่ในร่างกายนี้มันก็มีกฎของธรรมชาติ อยู่ในร่างกายนี้มันก็มีหน้าที่ที่เราจะประพฤติปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติต้องมีการหากินเครื่องนุ่งห่มเหลืออยู่ได้มันเป็นฝ่ายกายมันก็มีธรรมะที่สงบอยู่ได้เป็นฝ่ายจิตนี้เรามันมีหน้าที่ให้ดูสบายทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิตเราจึงทำมาหากินเราจึงศึกษาปฏิบัติธรรมะได้รับผลธรรมะเรียกว่าหน้าที่ตามกฎของธรรมชาตินั่นคือพระธรรมขอให้ทุกคนพอใจว่าเมื่อไหร่ได้ทำหน้าที่แล้ว

หน้าที่ 3 – ปฏิบัติธรรม
ขอให้พอใจว่าเรากำลังปฏิบัติธรรมจะกวาดขยะอยู่ก็ได้ จะล้างส้วมอยู่ก็ได้ทำอะไรกันอยู่สมมุติว่าต่ำทรามที่สุดที่คนโง่มันไม่ยอมทำแต่คนฉลาดก็มองเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติก็พอใจว่าได้ประพฤติธรรมทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติพอใจชนิดนี้มันประกอบไปด้วยธรรมพอใจในธรรม พอใจช่วยธรรมเป็นความสุขที่แท้จริงไอ้พอใจในกามมารมนั้นเป็นเรื่องต้องโกหกหลอกลวงกิเลสนั้นไม่มีทางที่จะเป็นสุขไปได้จริงถ้าพอใจในธรรมะไม่หรอกลวงธรรมชาติเป็นความจริงมันก็เป็นความสุขที่แท้จริงนั้น ขอให้เราทำอะไรให้เป็นความจริงตามกฎของธรรมชาติคือได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติชาวนาก็ทำนา ชาวสวนก็ทำสวนพ่อค้าก็ค้าขาย ข้าราชการก็ทำข้าราชการขอให้ทำให้ตรงตามหน้าที่ของธรรมชาติอย่าโกหกหลอกลวงอย่าคอรัปชั่นคดโกงก็จะมีความสุขเพื่อทำหน้าที่ที่เรียกว่าพระธรรมตามกฎของธรรมชาตินั้นอย่ากลัวว่าจะไม่มีบุญไม่มีกุศลขอให้ทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติไม่ยุ่งยากลำบากอะไรมันมีอะไรขึ้นมาเราก็ช่วยกวาดถนนให้คนเดินก็ได้ยังได้บุญได้กุศลนั้นเรามีธรรมะหรือพระธรรม 4 ความหมายได้แก่ตัวธรรมชาติอย่างหนึ่งตัวคนของธรรมชาติอย่างหนึ่งตัวหน้าที่ตามธรรมชาติอย่างหนึ่งผลเกิดจากหน้าที่ตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง ที่แท้เราก็ทำอยู่ทั้งนั้นแต่ว่าไม่มองเห็นหรือไม่ใช่ด้วยเจตนาก็ได้มันโง่เกินไปมันทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีมากกว่าเดี๋ยวนี้มันรู้ซะบ้างไอ้ตัวเรามันคือธรรมชาติกฎของธรรมชาติบังคับต้องเป็นไปตามกฎแล้วก็ทำหน้าที่ของมันให้ถูกต้องแล้วเราก็จะได้รับผลดีที่สุดต่อมนุษย์อย่าเป็นแต่เพียงคน คนนี้ไม่แน่ว่าจะเป็นสุขคือทุกข์ต้องเป็นมนุษย์จิตใจมันสูงถ้าว่าเป็นคนเกิดมาก็ต้องเป็นคนหมูหมากาไก่เกิดมามันก็เป็นสัตว์ไอ้คนก็เกิดมามันก็เป็นคนเหมือนกันเลยทั้งสัตว์และคนแต่มันแปลกตรงที่จะเป็นมนุษย์เป็นมนุษย์อย่างไรเป็นมนุษย์มนุษย์ต้องมีใจสูงใจสูงอย่างมนุษย์คือไม่ชุ่มอยู่ในกิเลสไม่อยู่ต่ำๆในกิเลสถ้าอยู่สูงเหนือกิเลสนี่จะเป็นมนุษย์โรงเรียนเขาสอนผิดการศึกษาไม่สมบูรณ์

เขาสอนเด็กๆมนุษย์แปลว่าคน คนคือมนุษย์เป็นการสอนที่ผิดเป็นการเล่าเรียนที่ผิดทำลายประโยชน์คนเกิดมาก็เป็นคนแต่มนุษย์นี่ต้องอบรมกันมากถามตัวเองว่าเป็นมนุษย์แล้วหรือยังถ้าใจมันยังต่ำยังไหลไปทางต่ำยังไม่เป็นมนุษย์ก็เป็นคนเท่านั้นแหละถ้าอยากเป็นมนุษย์ก็รีบยกจิตใจให้สูงเถอะด้วยธรรมะมันจึงว่าธรรมะกลับมาๆๆมันรีบกลับมาให้ทันกลับเวลาอย่าให้โลกมันวินาศเสียก่อนแต่เดี๋ยวนี้มันไปตรงกันข้ามคือมันช่วยให้ธรรมะหายไปเร็วๆเข้าชอบอบายมุข ชอบอันธพาล ชอบทำอบายมุขเอาอบายมุขมาเป็นบุญเป็นกุศลทอดกฐินก็กินเหล้าก็เล่นไพ่ก็ตายทั้งคันรถขับรถมันเมาทำบุญอย่างนั้นถ้าทำบุญไม่ใช่อย่างนั้นมันก็ต้องเพื่อล้างกิเลสเพื่อล้างความผิดต่างๆถ้าธรรมะกลับมาเดี๋ยวนี้เราไปทำผิดเหลือใช้ที่เคยถูกเป็นเครื่องมือที่มีกิเลสอยู่เอาอบายมุขมาล่อให้คนทำบุญก็เป็นเรื่องหลอกลวงกันชัดๆ อย่าเอาเลยอย่าไปเอาเรื่องอบายมุขมาเป็นเรื่องทำบุญเลยทำบุญมันต้องสะอาด มันต้องสว่าง มันต้องสงบมันต้องเกลี้ยงมันต้องบริสุทธิ์มันต้องเป็นอิสระแก่กิเลสถ้าคุณมานั่งตรงนี้จิตใจมันเกลี้ยงก็ยังเป็นปัจจัยสำหรับนิพพาน นิพพานแปลว่าเย็นไม่มีกิเลส กิเลสเป็นของร้อนทีนี้เรามานั่งตรงนี้ธรรมชาติทำให้เราจิตใจเกลี้ยงไปนิดหนึ่งก็ยังได้ชิมรสพระนิพพานเขาเรียกว่าเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานคือจะทำให้เราชอบพระนิพพานมากขึ้นมากขึ้นทำอะไรก็ตามที่ทำให้เราชอบความเย็นแห่งจิตใจเขาเรียกว่าปัจจัยแฝงพระนิพพานทำทานสักนิดหนึ่งก็ได้ รักษาศีลสักนิดหนึ่งก็ได้ ทำบุญสักนิดหนึ่งก็ได้ทำอะไรที่เป็นความดีสักนิดแล้วมันเกิดความชอบใจในความสงบความเย็นแล้วก็เป็นปัจจัยแก่พระนิพพานนั้นคนโบราณเขาคิดถูกแล้วเมื่อทำบุญกุศลอะไรก็จะใช้คำว่านิพพาน ปั จ จะโย โ ห ตุขอให้มันเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานเทอญในการกระทำนี้อย่ามัวไป หลงใหล ในสวรรค์วิมารอะไรเลยเราพบความเย็นเพราะว่าจิตมันเกลี้ยงแล้วก็ดีมากขึ้นสวรรค์มันอยู่ที่ทำถูก ทำถูกต้องในชีวิตเรามีแต่การกระทำถูกต้องทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายมันถูกต้องมันก็เป็นสุขที่เรียกว่าสวรรค์ถ้าทำผิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจมันมีกิเลส เมื่อเกิดกิเลสมันก็ร้อนเป็นไฟที่ว่านรกเมื่อในจิตมันร้อนมันขอถือว่าตกนรกชนิดที่แท้จริงไอ้นรกใต้ดินตอนตายแล้วหรือไอ้สวรรค์บนฟ้าตอนตายแล้วมันยังไม่แน่มันยังอยู่ไกลมันน่ากลัวไม่น่ารักอะไรแต่สวรรค์ที่นี่เดี๋ยวนี้มันน่ารักด้วยจิตที่มันสะอาดมันเกลี้ยงมันเป็นปัจจัยแก่นิพพานนรกที่มันเผาร้อนอยู่ในจิตใจที่ดีเดี๋ยวนี้มันน่ากลัวกว่านรกตอนตายแล้วอย่าตกนรกที่นี่ตายแล้วไม่มีตกนรกไหนให้ได้สวรรค์กันที่นี่ เดี๋ยวนี้ตายไปแล้วมันก็ได้สวรรค์หมดท่านปู่ย่าตายายของเราฉลาดว่าสวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจพระนิพพานอยู่ที่ตายคือดับตัวกูของกูเสียก่อนตายนิพพานอยู่ที่ตายเสียก่อนตายสวรรค์อยู่ในอกนรกก็อยู่ในใจท่านปู่ย่าตายายของเราเคยฉลาดถึงอย่างนี้แต่ลูกหลานสมัยนี้มันโง่มันบรมโง่มันไม่เข้าใจสวรรค์ในอกนรกในใจนิพพานมันยิ่งไม่สนใจมันไปหลงใหลด้วยเรื่องสวรรค์ตอนตายแล้วนรกก็ตายแล้วอยู่ใต้ดินสวรรค์ตอนตายแล้วอยู่บนฟ้าคนโง่ก็ค้าไกลๆ คนฉลาดก็ค้าใกล้ๆเอา 1 เบี้ยใกล้มือไว้ก่อนดีกว่า 10 เบี้ยไกลมือคนแก่เขาสอนไว้อย่างนี้ระวังให้ดีสวรรค์ที่มันจะได้จริงๆในใจสงบเย็นที่นี่เดี๋ยวนี้เอาให้ได้ก็คือโง่ไอ้นรกอย่าให้มันร้อนใจทั้งที่นี่และเดี๋ยวนี้ตายแล้วก็ไม่ตกนรกไหนอย่าให้มันตกเพราะมันจะตกก็เพราะความโง่ถ้าไม่โง่มันก็ไม่ตกนรกที่นี่และก็ไปสวรรค์ที่นี่ได้ปัจจัยแห่งพระนิพพานที่นี่ที่รู้เรื่องความเย็นเพราะว่าไม่มีไฟคือกิเลสเมื่อไหล่เรารู้สึกเย็นอกเย็นใจเมื่อนั้นตัวอย่างพระนิพพานเป็นปัจจัยแก่พระนิพพานคำว่าเย็นอกเย็นใจหมายถึงไม่มีกิเลสไม่ใช่ว่าร่ำรวยสวยงามแล้วมีสุขกามารมเย็นใจคนโง่เท่านั้นที่จะเป็นเรื่องนั้นเป็นเรื่องเย็นใจครั้งโบราณเขาก็เคยโง่กันมาแล้ว

หน้าที่ 4 – พระพุทธเจ้า
นิพพานก็เคยมีต่อมาก็รู้ว่าผิดแล้วไม่ได้กามารมนี่เป็นนิพพานไม่ได้หมดกิเลสคือนิพพานนั้นเมื่อไหล่เราเย็นอกเย็นใจบางเวลากิเลสไม่รบกวนจิตใจจิตใจเราเย็นนั่นคือนิพพานน้อยๆจะจริงจะเล็กจะน้อยจะเป็นสั้นๆก็นิพพานเกิดขึ้นแต่นานแล้วนี่ทำให้จิตใจมันเยือกเย็นและเย็นอกเย็นใจที่นี่เดี๋ยวนี้มันอ่อนกิเลสเข้ามารบกวนพอมันเย็นอกเย็นใจกิเลสไม่รบกวนนั้นรีบศึกษาสังเกตทำความเข้าใจให้เข้าใจจะได้ทำให้มากขึ้นไปพอเย็นอกเย็นใจก็ จะขยายตัวนานออกไปยาวออกไปใหญ่ออกไปนี่มันเป็นปัจจัยแก่พระนิพพาน เมื่อไหร่เย็นอกเย็นใจรีบไปศึกษาให้พบมูลเหตุพบปัจจัยและสร้างให้มันมากเย็นอกเย็นใจมากส่วนที่ร้อนเป็นไฟเป็นทุกข์อยู่นั่นหรือว่าเกียจรังเกียจถ้ามีมาเกิดขึ้นเรารีบสลัดออกไปด้วยสติปัญญาสัมปชัญญะเราศึกษาฝึกฝนอบรมที่เป็นกิเลสเป็นความทุกข์เป็นนรกมันก็จะเกิดน้อยขึ้นหรือไม่เกิดเลยส่วนที่เป็นนิพพานจะเกิดมากขึ้นๆนานขึ้นจนกว่าจะสมบูรณ์เจริญธรรมโดยที่กิเลสอยู่ไม่ได้กิเลสมันก็ศูนย์เสียความเคยชินมันเกิดอยากกระทั่งมันไม่เกิดเราเรียกว่าอาสวะได้ อนุสัยได้ ส่วนที่เป็นบุญเป็นกุศลทำให้มันเคยชินให้มันเกิดง่ายให้มันสงบง่าย ว่างง่าย เกลี้ยงง่ายเย็นง่ายแล้วก็มีความเย็นมาก ขึ้นก็ไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์เป็นคนของพุทธศาสนาเรียกว่าในชีวิตนี้จิตใจนี้มันเย็นๆมากขึ้นๆจนเต็มที่นี่ เป็นพระนิพพานพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าถ้ามีการประพฤติชอบปฏิบัติชอบอยู่แล้วโลกไม่ว่างจากพระอรหันต์เมื่อพระพุทธเจ้าท่านจะปรินิพพานอยู่หยกๆท่านอุตส่าห์ทำดีฝากไว้ให้พวกเรา ว่าถ้ายังมีการปฏิบัติชอบสัมมาอะไรยุ่งอยู่แล้วโลกนี้ไม่ว่างจากพระอรหันต์ท่านโยโลโกอะริหะเตอะสะคนนี้จะไม่ว่างจากพระอรหันต์ถ้ามีสัมมาอะไรอยู่เป็นอยู่ถูกต้องทั้งทางวาจาทางใจความคิดความเห็นสติปัญญาถูกต้องหมดแล้วโลกนี้จะไม่ว่างจากพระอรหันต์ใครไม่เชื่อก็ลองดูก็ลองทำดูให้มันเป็นอยู่ถูกต้องไปตลอดมันก็จะเกิดความเป็นอรหันต์หรือบรรลุนิพพานมีเย็นตลอดกาลขึ้นมาได้จริงๆเดี๋ยวนี้ถ้าคุณมานั่งตรงนี้ได้ลิ้มรสความว่างเย็นอกเย็นใจบ้างก็ให้ถือเอาเป็นตัวอย่างคือของชิมลองว่าเย็นมันเป็นอย่างนี้

เมื่ออยู่ที่บ้านมันก็จะต่างกันมากมีเรื่องให้ร้อนมากมันก็ร้อน ร้อนอย่างไรก็เคยร้อนมาแล้วมาตรงนี้มันว่าง มันเกลี้ยง มันเย็น เย็นอย่างไร ก็รู้ให้ถึงที่สุดเอาไปเปรียบเทียบกันดูพอไปเปรียบเทียบกันดูจิตของเราจะน้อมมาฝ่ายนี้จะรีบมาฝ่ายนี้เองโดยอัตโนมัติมันจะเลือกมาฝ่ายเย็นฝ่ายสงบ ฝ่ายสะอาดสว่างสงบเองเป็นอัตโนมัติได้นั้นมาเสพพบกับสถานที่อย่างนี้เรียกว่ามันมีประโยชน์มันมี อานิสงค์พอได้สัมผัสกับความเย็นซึ่งเป็นรสของนิพพาน แต่ก็จะบอกว่าไม่ใช่สถานที่นี้สถานที่ไหนก็ได้เมื่อเข้าไปแล้วเกิดเย็นใจก็ใช้ได้เข้าไปแล้วมันใกล้ชิดธรรมชาติสัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ได้ละก็ใช้ได้วัดนี้หรือวัดไหนที่ภูเขาที่ทะเลที่ว่างที่ไหนก็ตามเมื่อเข้าไปสู่ที่นั้นแล้วจิตสงบมันเย็นใช้ได้เมื่อจะสอนธรรมะอย่างลึกซึ้งให้ทั้งนั้นแต่ทีนี้คุณไม่ได้เป็นนักศึกษาอย่างนั้นมาเที่ยวเผลอๆเป็นนักทัศนาจรสุรุ่ยสุหร่ายจ่ายเงินกันเป็นเบี้ยมาทัศนาจรแวะๆวางๆกลับไปก็โง่เท่าเดิมขอบอกอย่างนี้ ถ้าไปที่ไหนพยาย่ามจะเข้าใจธรรมชาติรู้จักแยกแตกต่างกับความสงบกับไม่สงบความเย็นกับความร้อนความไม่เกลี้ยงกับความเกลี้ยงก็ฉลาดขึ้นสักทีจะได้กำไรเกินค่า ค่ารถค่าเรือค่าข้าวปลาอาหารค่าเสียเวลาค่าอะไรต่างๆมันก็มีค่าถ้าราใช้มันไม่คุ้มค่าเราก็โง่เองถ้าเราใช้มันคุ้มค่าให้ได้ประโยชน์ได้ความรู้ความสุขเพิ่มขึ้นเราก็เรียกว่ามันได้ผลช้าเหลือเกิน นั้นควรจะไปเที่ยวทัศนาจรที่ไหนก็ขอให้มันได้ผลคุ้มค่าเกินค่าอย่าโง่เหมือนไอ้พวกนั้นที่กลับไปหัวขาดเป็นฝูงๆสองสามคนมีลูกตานอกนั้นหัวขาดไม่มีลูกตากลับไปเป็นฝูงๆนี่มันทัศนาจรของตนโง่เปลืองเปล่าๆเสียเวลาเปล่าๆได้ตังได้ความหลอกลวงแวบเดียวสนุกโว้ยสนุกโว้ยสนุกสนานแวบเดียวหลอกตัวเองไม่คุ้มค่าอย่างนี้เรียกว่าไม่คุ้มค่าถึงจะไปที่ไหนไปว่ายพระที่ไหนไปทำบุญอะไรที่ไหนขอให้มันมีผลทางจิตใจลดความร้อนหรือกิเลสเพิ่มความเย็นคือนิพพานก็จะเรียกว่าได้ประโยชน์อย่างมหาศาลคืน ขอแสดงความหวังว่าให้ท่านทั้งหลายได้รับประโยชน์อย่างนี้ เรามาขอร้องให้ช่วยกันทำให้ธรรมะกลับมาเขาจะว่าบ้าว่าบอตามใจไม่ทำอย่างอื่นแล้วจะทำอย่างเดียวเพียงว่าให้ธรรมะกลับมาสู่มนุษย์ให้มีธรรมะอยู่ที่กลายวาจาใจของมนุษย์ธรรมะกลับมาคุ้มครองมนุษย์โลกนี้จะอยู่กันเป็นผาสุกช่วยรับเอาตัวการอันนี้ติดตัวกลับไปด้วยทุกคนที่ไหนก็ช่วยกันพูดจาปรึกษาหารือให้ธรรมะกลับมาให้เขากลัวโทษของการที่ธรรมะไม่กลับมาที่จะเดือดร้อนเป็นทุกข์เลวกว่าสัตว์เดรัชฉานเป็นโรคจิตโรคประสาทจะฆ่าตัวตายจะฆ่าผู้อื่นตายไม่ให้อย่างหลับหูหลับตาถ้าธรรมะไม่กลับมาขอให้ธรรมะกลับมาเราก็รู้ว่าอะไรบ้างเป็นธรรมะกลับมาก็ทำอย่างนั้น ทีนี้เรามาคิดหัวข้อจำง่ายๆตามแบบบทกลอนในการที่จะทำให้ธรรมะกลับมาจะขอร้องให้มีความคงเส้นคงวาความถูกฝาถูกตัวความมีหัวมีหางระวังคางระวังคอถอนตอแล้วลงหลักรู้ว่าอะไรกงจักรอะไรดอกบัวรู้ว่ากิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตนเหมือนที่พูดเมื่อตอนเช้าแล้วก็ไม่ได้ฟังคงเส้นคงวาเดี๋ยวนี้เรามันไม่คงเส้นคงวาเราไม่ถือธรรมะอย่างคงเส้นคงวาไม่ถือเป็นเหยื่อของกิเลสไม่เห็นสนุกสนานอย่างนั้นและอบายมุขเดี๋ยวนี้มันไม่คงเส้นคงวาเหมือนปู่ย่าตายายกลับไปหาความคงเส้นคงวาอย่างที่ถูกต้องอย่างนี้อย่างอื่นไม่เอานี่คงเส้นคงวานี้ถูกฝาถูกตัวก็คือให้เหมาะสมแก่สภาพของตัวแก่เวลาสถานะ การเห็นคนบริษัทบุคคลให้มันถูกฝาถูกตัวปิดฝาปิดตัวมันปิดกันไม่ลงนั้นเราก็รู้จักตัวเราเองให้ได้รับประโยชน์ได้รับธรรมะอย่างถูกฝาถูกตัวให้เต็มที่นี่ไปปรับปรุงกันเสียใหม่ให้มีเรื่องถูกต้องสำเร็จประโยชน์ในการเป็นอยู่ประพฤติปฏิบัติในการต้องการ ในการแสวงหา ในการได้มาในการบริโภค ในการเก็บไว้ ในการสะสมทำให้ มันถูกเรื่องถูกราวถูกฝาถูกตัวไปเสียทั้งหมดก็ไม่มีความทุกข์ที่มีหัวมีหางมันมีสูงมีต่ำให้พ่อเป็นพ่อให้แม่เป็นแม่ให้ลูกเป็นลูกให้หลานเป็นหลานให้มันมีสูงมีต่ำพูดกันได้บังคับกันได้ เดี๋ยวนี้มันไม่มีหัวมีหางมันจะกับหัวกับหางกันเสียนี่สมัยก่อนเราพูดกันว่าพ่อแม่มีบุญคุณแก่ลูกเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าลูกมีบุญคุณกับพ่อแม่นี่มันกับหัวกับหางลูกมันไม่เชื่อฟังเคารพพ่อแม่นี้เรียกไม่เป็นหัวเป็นหาง ครูบาอาจารย์กับศิษย์ก็เหมือนกันบังคับกันไม่ได้มันกับหัวกับหางกันเสียนั้นประชาธิปไตยโง่ๆมันทำให้ไม่มีหัวมีหางเสมอกันไปหมดจนปกครองกันไม่ได้นี่ประชาธิปไตยโง่ถ้าประชาธิปไตยฉลาดมันต้องให้มีหัวมีหางทำตามหน้าที่บังคับ บัญชากันได้ปกครองกันได้ขอให้มีหัวมีหางมีใหญ่มีน้อยมีสูงมีต่ำเราก็ทำกันให้ถูกต้องระวังคางระวังคอก้อย่าไปหากินด้วยความเชื่อ คางอย่าไปงับของชั่ว เข้ามาขยอกออกมาเสีย แม้ว่าปากคอมันจะงับเอาของชั่วสกปรกเข้ามาแล้วคอมันอย่ากลืนเข้าไปขยอกทิ้งเสีย ระวังคางระวังคอแล้วถอนตอลงหลักตอมันใช้ไม่ได้มันเกะกะไม่มีประโยชน์ไอ้หลักมันอาศัยได้มันมีประโยชน์เป็นตอเป็นเสี้ยนเป็นหนามถอนทิ้งเสียเอาไว้แค่เพียงเป็นหลักพึ่งพาอาศัยได้ถอนตอแล้วลงหลักรู้ว่ากงจักรหรือดอกบัวเพราะเดี๋ยวนี้มันโง่เอาดีไปชั่วเอาชั่วไปดีเอาสุขเป็นทุกข์เอาทุกข์เป็น สุขกับหมดเรียกคนโง่เห็นกงจักรเป็นดอกบัวที่เราไปชอบอะไรอบายมุขทั้งหลายหนาแน่นขึ้นทั่วบ้านทั่วเมืองอบายมุขเป็นกงจักรแต่มาเห็นเป็นดอกบัวนั้นสถานเริงรมกามารมมันก็เปิดเต็มบ้านเต็มเมืองคนก็เห็นเป็นดอกบัวไปติดไปหลงมันนั่นมันตั้งแต่เงินเดือนมันไม่พอใช้มันก็เกิดความแตกร้าวในครอบครัวมันฆ่าฟันกันเองแล้วมันก็หลงระเริงจนนึกเสียว่ามันไม่ถือธรรมะแล้ว มันเป็นสัตว์เดรัชฉานแล้วพ่อมันยังข่มขืนลูกสาวของมันเองสมัยนี้มันเป็นอย่างนี้มัน บูชากามมารมเป็นดอกบัวได้ถนัดนักนี่รู้อะไรเป็นกงจักรรู้อะไรเป็นดอกบัวนี่กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตนพูดว่าไอ้ความรู้สึกว่าตัวกูของกูเป็นกิเลสมันเห็นแก่ตัวใช้ไม่ได้ธรรมะเป็นตนคือความถูกต้องที่ประพฤติถูกต้องมีผลออกมาจากการประพฤติที่ถูกต้องทางกายทางวาจาทางใจมีสติปัญญาถูกต้องถูกขั้นตอนแห่งชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายนี่เรียกว่าธรรมะนี่เป็นตนที่แท้จริงพระพุทธเจ้าท่านว่ามีตนเป็นที่พึ่งมีตนเป็นสรณะอย่าเอาอื่นเป็นที่พึ่งสรณะเลยเอาธรรมะเป็นที่พึ่งเอาธรรมะเป็นสรณะ อย่าเอาสิ่งอื่นเป็นธรรมะเป็นที่พึ่งเป็นสรณะเลยท่านตรัสว่าตนกับธรรมะสิ่งเดียวกันเอาตนเป็นที่พึ่งเอาตนเป็นสรณะเอาธรรมะเป็นที่พึ่งเอาธรรมะเป็นสรณะนั่นคือสติประฐานการมีสติดำรงตนอยู่ในสติมีสตินั้นคือมีปัญญาด้วยเพราะมีสตินั้นคือความรู้สึกต่อเหตุการณ์และก็ไปเอาปัญญามากำจัดเหตุการณ์ที่เขาเรียกว่าสติถ้าไม่มีปัญญาก็มีสติไม่ได้เหมือนกับว่าไม่มีสินค้าไอ้เรือรบก็ตัวเปล่าๆไม่มีประโยชน์นั้นต้องมีสติขนเอาสินค้าคือปัญญามาแก้ปัญหา ทุกเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นทั้งวันทั้งคืนทั้งหลับทั้งตื่นให้มันคุมสติให้มีสติควบคุมอยู่ถูกต้องอยู่เสมอแม้แต่จะฝันก็ไม่ลืมนี่เรียกว่ามีธรรมะเป็นตนกิเลสเป็นตัวอย่าเอากับมันธรรมะเป็นตัวก็ต้องเอามาเป็นที่พึ่งถ้าจำได้ก็จะดีอุตส่าห์ทำให้เป็นกาพกลอนทั้งทีก็เพื่อให้จำง่าย คงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอลงหลัก กงจักรคือดอกบัว กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตนถ้าจำไว้ได้จะมีประโยชน์ยิ่งกว่าร้องเพลงสากลเพลงร้อยเท่าพันเท่าเดี๋ยวนี้เพลงสากลพวกคุณก็ไม่ค่อยชอบชอบเพลงลูกทุ่งซึ่งมันจำกว่านั้นอีกมากนี่จำหลักธรรมะนี้ไว้ให้ติดปากมันจะมีประโยชน์กว่าร้องเพลงสากลคงเส้นคงวาถูกฝาถูกตัวมีหัวมีหางระวังคางระวังคอถอนตอลงหลักกงจักรหรือดอกบัวกิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตนจะว่ากันไปอีก ถ้ายังไม่ตายซะมันจะพูดวันอาทิตย์ที่สามของเดือนต่อๆกันมาแต่เดี๋ยวนี้มันพูดมา 30 ครั้งแล้วเรื่องว่าธรรมะกลับมาๆวิธีที่จะกลับมาคือทำอย่างว่าเห็นว่ามันเป็นการสมควรแก่เวลา สถานการณ์แล้วเท่าที่พูดกับท่านทั้งหลายขอร้องว่าอย่าลืมความหมายว่านั่งกลางดินที่ตรงนี้ในวันนี้ในความหมายอย่างนี้ย่อมมีผลวิเศษกว่าที่ไม่ยอมนั่งกลางดินหรือว่านั่งกลางดินก็นั่งกันอย่างอื่นมันใช่มานั่งที่ดินเพื่อสัมผัสพื้นดินเป็นที่ประสูตตรัสรู้ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าก็ใต้ต้นไม้ด้วยเป็นที่ระลึกถ่ายรูปว่านั่งกลางดินใต้ต้นไม้พระองค์ประสูตใต้ต้นไม้ ตรัสรู้ใต้ต้นไม้ สอนใต้ต้นไม้ นิพพานใต้ต้นไม้อย่ารังเกียจดินรังเกียจธรรมชาติอันเกลี้ยงบริสุทธิ์ตามธรรมชาติเลยแล้วธรรมชาติก็จะบังคับจิตใจแวดล้อมจิตใจปรุงแต่งจิตใจของท่านทั้งหลายเป็นไปอย่างถูกต้องตามกระแสของธรรมชาติที่เป็นตัวธรรมะในอีกความหมายขึ้นมามันก็จะเป็นไปได้โดยง่ายคือไม่ยากคือก้าวหน้าไปตามทางของพุทธศาสนาของสมเด็จพระบรมศาสดาซึ่งเป็นที่พึ่งของเราทั้งหลายขอให้ความหวังดีอันนี้ทั้งของอาตมาและของท่านทั้งหลาย จงเป็นไปอย่างถูกต้องประสบความสำเร็จมีความสุขอยู่ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ

http://www.vcharkarn.com/varticle/33149

. . . . . . . . .