ใครว่า”พุทธทาส”ปฏิเสธนรกสวรรค์ชาตินี้ชาติหน้า.???

ใครว่า”พุทธทาส”ปฏิเสธนรกสวรรค์ชาตินี้ชาติหน้า.???

เมื่อเอ่ยถึงท่านพุทธทาส แห่งสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี
หลายๆ คนต้องรู้จัก เพราะท่านเป็นพระที่สอนการปฏิบัติธรรมแบบทางตรงไม่อ้อมค้อม จนบางครั้งมีผู้สงสัยว่า

ไม่เห็นท่านเอ่ยถึงนรก สวรรค์ ชาตินี้ ชาติหน้า

ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ของท่านหลายๆ คน เลยตัดสินว่าที่ท่านไม่พูดนั้นแสดงว่า ไม่มีจริง
เพราะท่านสอนแบบประโยชน์ในปัจจุบันจริงๆโดยเขาอ้างว่าตามพระไตรปิฎก ที่พระพุทธเจ้าสอนพุทธธรรมกำมือเดียว
แต่ใบไม้ที่นอกกำมือมีอีกมาก จะปฏิเสธไปเลยทีเดียวไม่ได้
ตามการวิเคราะห์ของผู้เขียน
ผู้ที่เข้ามาสนใจในการปฏิบัติธรรม มีหลายจำพวก แยกได้คือ

๑.มาด้วยศรัทธา
๒.มาด้วยความทุกข์
๓.มาเพื่อสร้างปัญญา

พวกที่ศรัทธานั้นมีหลายประเภท
บางคนมาด้วยสนใจในอิทธิฤทธิ์ พวกพระเครื่อง ฯลฯ
โดยเริ่มจากวัตถุมงคลเป็นตัวชักนำ
พวกที่มาด้วยความทุกข์ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
เลยเข้ามาหาศาสนา
พวกที่ศรัทธาแท้ๆ นั้น เสมือนพวกเรียนอุดมศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย
ท่านพุทธทาส ท่านจะสอนเน้นนักศึกษาระดับนี้ เป็นการสอนแบบเซน (สูญญตวาทะ)

บางครั้งการสอนเรื่องจิตว่างของท่านซึ่งใช้คำว่า “จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง”เป็นการทำงานเพื่องานทำบุญโดยไม่หวังอะไรซึ่งระดับจิตต้องพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง
เคยมีวิวาทะระหว่างท่านคึกฤทธิ์กับท่านพุทธทาสในเรื่องนี้มีหนังสือตีพิมพ์ออกมาเป็นการพูดกันคนละมุม

เมื่อมีเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ จึงเกิดข้อสงสัยในพวกปฏิบัติธรรมว่าท่านพุทธทาส อาจเป็นพระประเภทสุขวิปัสสโกทำให้ไม่รู้เรื่องสวรรค์ นรก
แต่ในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ว่าได้แบบปัญญาล้วนๆ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธในเรื่องเหล่านี้

ผู้ที่ปฏิบัติสายอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระและสายมโนมยิทธิของหลวงพ่อฤาษีลิงดำและสายวัดปากน้ำ เกิดความคลางแคลงใจอย่างมาก
แต่ก็มีพระในสายนี้ออกมารับรองท่านพุทธทาสเช่น พระอาจารย์ชา สุภัทโท จ.อุบลราชธานีท่านจะรับรองการเทศน์ของท่านพุทธทาสเป็นอย่างมาก
หลวงพ่อเกษม เขมโก ซึ่งอยู่จังหวัดลำปางพูดถึงท่านพุทธทาสให้ลูกศิษย์ฟังว่าท่านเป็นพระอนาคามี เป็นต้น

เมื่อมีคณะศิษย์ของหลวงปู่ดู่ได้เดินทางไปนมัสการท่านพุทธทาสโดยนำสังฆทานพร้อมพระพุทธรูปที่อธิษฐานจิตโดยหลวงปู่
เพื่อนำไปถวาย พร้อมคำถามที่จะกราบเรียนถึงเรื่องลึกลับต่างๆ ว่าจะมีจริงหรือเป็นตามคำเล่าลือหรือไม่ว่าท่านไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้
ผู้คนไปนมัสการท่านมาก เป็นปกติของพระผู้ใหญ่ คณะที่ไปจัดแจงนำสังฆทานเข้าไปถวาย เมื่อเห็นว่าปลอดคน ท่านพุทธทาสรับสังฆทานเสร็จเรียบร้อย ท่านถามว่า “พระนำมาจากไหน”
เมื่อได้รับคำตอบจากคณะศิษย์ ท่านพูดขึ้นมาว่า
“เรื่องนี้ต้องคุยกันนาน ไว้ตอนกลางคืนมาคุยกันใหม่”
สรุปว่ายังไม่รู้คำตอบที่แท้จริง เพราะภายในวัดสวนโมกข์ไม่ค่อยมีการสร้างพระพุทธรูปและวัตถุมงคลต่างๆ
ตกกลางคืนตามที่ท่านนัดหมายเมื่อคณะศิษย์ของหลวงปู่เข้าไปกราบท่าน
ท่านจึงพูดขึ้นว่า
“เราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า
จะปฏิเสธเรื่องของพระพุทธเจ้าไม่ได้
นรก สวรรค์นั้น ก็เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นจริง
ชาตินี้ ชาติหน้า แม้แต่ยุคพระศรีอาริย์ก็มีจริง
แต่เราเล็งเห็นความหยาบของจิตในมนุษย์เหล่านี้
เราเลยไม่สอน สอนแต่บรมธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้น”

คณะที่ไปกราบรับฟังและพร้อมกับขอขมาโทษในองค์ท่านเพราะทุกคนไม่คิดจะได้ฟังประโยคเหล่านี้ ทำให้หมดสงสัย

ซึ่งตรงกับที่หลวงปู่ดู่เคยพูดไว้เมื่อมีลูกศิษย์ของท่านกล่าวเชิงวิจารณ์ท่านพุทธทาสโดยท่านเตือนว่า

“อย่าไปประมาทท่าน ท่านก็มีดีของท่าน เราไม่รู้จริง เดี๋ยวเป็นบาปนะแก”

ที่มา : ร่มเงาพุทธฉัตร โดยอาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์

http://www.gmwebsite.com/webboard/Topic.asp?TopicID=Topic-090407092137386

. . . . . . . . .