เรื่อง อุบาสกรักษาศีลห้า กับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตายไปเกิดเป็นเทวดา

เรื่อง อุบาสกรักษาศีลห้า กับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตายไปเกิดเป็นเทวดา

เรื่องนี้ wmt ได้ถอดบทความตัดตอนมาจากเทปบันทึกเสียง เทศนาธรรมะของ พระเดชพระคุณพระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) วัดเขาสุกิม ซึ่งท่านเล่าให้ พระ เณร แม่ชี ผู้ปฏิบัติธรรม ได้ฟังสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

……แต่อาตมานี่เคยเห็น แต่ว่าเห็นมันเห็นด้วยตัวเองด้วยตาเนื้อ เห็น ลักษณะเห็นๆเป็นแบบไหน ยุคสมัยนั้น หลวงปู่มั่น ภูริทัตเถระมีชีวิตอยู่ มีแสงสว่างอันหนึ่ง เราก็ไม่ทราบว่าเป็นแสงอะไร ออกมาจากภูเขาลูกหนึ่งเป็นหัวโหนก

ถ้าไปอยู่บ้านหนองผือชี้ให้ดูได้เลย แสงอันนั้นเหมือนฟุตบอล กลมๆอย่างนั้น เป็นแสงเหมือนแสงไฟนีออน ลอย (ลากเสียงยาว)ไปอย่างนุ่มนวลช้าๆ แล้วก็ไปเวียนที่บ้านแม่ชี แล้วก็เวียนมาถึงของหลวงปู่มั่น ทีแรกก็เวียนไกลนะ และก็เวียนใกล้เข้ามา รอบสุดท้ายก็มาตรงพอดีมาดับพรึบ หอมจนขาอ่อน ไม่ใช่หอมและขาแข็งนะ หอมเหมือนๆมันบอกไม่ถูก คือเราจะเอามาเป็นคำพูดว่าหอมแบบไหน สมมุติเอามาเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะว่าหอม ถ้าผู้ใดไปหอมด้วยกันน่ะ บอกว่าหอมนะ อันเนี้ยะพูดคำเดียวก็รู้เรื่อง เพราะว่าหอมด้วยกันมา น่ะดับลงไป

เสร็จแล้วพอถึงวันหลัง เป็นธรรมเนียมของพระกรรมฐาน ต้องเข้าไปหาครูบาอาจารย์เวลาพระเณร (เสียงไม่ชัด) ขึ้นไปก็ไปนวดขานวดแข้ง พอขึ้นไปเสร็จเรียบร้อย ท่านต้องคุยธรรมะก่อน เสร็จแล้วท่านก็เอนนอน พระผู้ใหญ่ก็ถอยหนี พวกเราพระผู้น้อยก็นวดขา

พอขึ้นไปท่านตั้งปัญหาถามก่อนว่า “เฮ้ย เมื่อคืนใครเห็นอะไรวะ”

หันไปถาม หลวงปู่ฝั้นฯ เห็นเทวดา หลวงปู่ฝั้นนตอบว่าเห็นเทวดา

หลวงปู่มั่นก็ อื้อ อื้อ แต่ก็ไม่ได้ขยายความอะไร

องค์ไหนเห็นบ้าง องค์ไหนเห็นอะไรบ้าง ถามกันไปอย่างนั้น

มีอาจารย์สิงห์ทอง เพื่อนกันเองอายุรุ่นเดียวกัน ที่ตกเครื่องบินตายเนี่ย อาจารย์สิงห์ทองนั่งอยู่ อาตมาเองภาวนายังไม่เป็นเลย จะไปเห็นอะไร แล้วเค้าก็ถามปัญหากัน แล้วก็หันมาถาม ว่าไงเฮ้ย สมชาย อาจารย์สิงห์ทองหันมาถาม เห็นอะไรบ้างเมื่อคืน

ก็ผมภาวนายังไม่เป็น ผมพึ่งเริ่มบุก ผมจะไปเห็นอะไร ผมไม่เห็นหรอก แต่ว่าไอ้ที่เห็นภายนอกน่ะมันเห็นอยู่ เห็นภายนอกน่ะเห็นอะไร มันมีแสงอันหนึ่งออกมาจากเขาลูกนี้ กลมๆเหมือนฟุตบอล ลอย(ลากเสียงยาว) มาอย่างนิ่มนวล เหมือนแสงนีออนเนี่ย สว่างมา แล้วก็มาบ้านแม่ชี มาลอยอยู่ที่บ้านแม่ชีนั่นแน่ะ พักนึง แล้วก็ดิ่งเข้ามานี่ ดิ่งทีแรกก็ไปเวียนรอบไกล รอบไกลแล้วก็รอบใกล้เข้ามาๆ พอมาถึงตรงกลางเนี่ยก็ดับพรึบ หอมอย่างที่สุด

เอ่อ หลวงปู่มั่นบอก เอ่อ อื้อ โยมแต้วๆ โยมแต้ว ท่านบอกโยมแต้ว คำว่าโยมแต้วคือคุณนายแต้ว สามีของคุณนายแต้วคือพันเอกสมาน ตอนนั้นยังได้พันเอกพิเศษอยู่ ยังไม่ได้พลตรี พันเอกพิเศษสมาน คือเป็นตำรวจที่โรงเรียนพล คนนี้ชอบเล่นกันพนัน มีงานมีการนี่เค้าชอบแต่ต้องมีรำวงนะ แล้วก็ต้องเล่นไพ่ ชอบกินเหล้าด้วย หลวงปู่ก็ทรมานจนเขาเลิกๆจากการดื่มสุรา มา กราบจนรักษาศีล ๕ ตลอดชีวิต ไม่เล่นการพนันทุกชนิดตลอดชีวิต ไม่ทานหมากไม่สูบบุหรี่ตลอดชีวิต อะไรๆของแก อธิษฐานหมด แล้วแกประพฤติดีปฏิบัติชอบ ต่อมาก็เป็นวัณโรค แกก็เสียชีวิตลง

ท่านบอกอันเนี้ยเค้าระลึกถึงพระคุณของเรา และท่านฝั้นอยู่ที่นี้ ซึ่งเป็นอาจารย์เขา อาจารย์ทั้งสองได้อยู่ที่นี้ เขาละรึกถึงพระคุณ เวลานี้เขาอยู่สวรรค์ชั้นนั้น เขาก็เลยลงมาแล้วเขาก็มาพักกับแม่ชีกั้ง ๆ เป็นพระอรหันต์ด้วย เขาก็เลยไปคารวะแม่ชีกั้ง เสร็จแล้วก็เวียนเข้ามาคารวะเรา เสร็จแล้วเราก็ให้พรเค้าเสร็จ เค้าก็ไปเลย อันเนี้ยเราได้เห็นกับตา แต่ไม่รู้ว่าแสงหรือเทวดาอะไร ไม่รู้ เพราะสมัยนั้นมันยังไม่รู้ อันนี้เรียกว่าเห็น อันเนี้ยะเล่าสู่กันฟัง

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://muangput.com/webboard/index.php/topic,467.0.html

. . . . . . . . .