สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
๑๗ เมษายน ๒๓๓๑ – ๒๒ มิถุนายน ๒๔๑๕
วัดระฆังโฆสิตาราม แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
——————–
ชาตะ
วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ตรงกับเดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 1150 เวลา พระบิณฑบาต 06.45 น. (ย่ำรุ่ง 9 บาท ) มารดาชื่อ งุด เกศ บิดาไม่ปรากฏแน่ชัด(บางแห่ง อ้างว่าเป็นราชวงศ์จักกรี)

บวชเป็นสามเณร
เมื่ออายุได้ 13 ปี ณ วัดใหญ่เมืองพิจิตร ต่อมาย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ เมือง ชัยนาทพออายุได้ 18 ปี ก็ย้ายมาศึกษากับอาจารย์แก้ว วัดบางลำพู กรุงเทพฯ และยังได้ ศึกษาพระปริยัติธรรมกับเสมียนตราด้วง ขุนพรมเสนา ปลัดเสนา ปลัดกรมนุท เสมียนบุญ และพระกระแสร์ต่อมาได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอดิศร สุนทร พระ บรมโอรสาธิราชให้ทรงโปรดมาอยู่กับสมเด็จพระสังฆราช วัดมหาธาตุ

บวชเป็นพระภิกษุ
พอถึง พ.ศ. 2351 อายุ 21 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าพระบรมราชโอรสทรงรับภาระบรรพชาเป็น นาคหลวงโดยให้ไปบวชที่วัดตะไกร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโยมแม่และญาติมีภูมิลำเนาอยู่ที่นั่น แล้วมาประจำอยู่กับพระสังฆราชวัดมหาธาตุต่อไป
อ่านเพิ่มเติม

คาถาชินบัญชร

คาถาชินบัญชร

ในการสวด คาถาชินบัญชร เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งๆ ขึ้น ก่อนจะเจริญภาวนา
จึงขอให้ตั้งนะโม 3 จบ และน้อมจิตระลึกถึงคุณพระคุณสมเด็จโต ด้วยคำบูชาดังนี้

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง
อัตถิกาเยกายะ ญายะ
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต
ธะนะกาโมละเภธะนัง
เทวานังปิยะตังสุตตะวา
ท้าวเวสสุวัณโณ
นะโมพุทธายะ
อ่านเพิ่มเติม

คติธรรมคำสอน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

คติธรรมคำสอน สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ… ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) กล่าวว่า เคล็ดลับสู่ความสำเร็จสุดยอดในทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟันอุปสรรค บรรลุความสำเร็จได้

อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง อากาศจะหนาว ต้องตื่นทันที ไม่มีการผัดเวลา แล้วเข้าสรงน้ำ ชำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์และปฏิบัติสมถกรรมฐานหนึ่งชั่วโมง พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ฝึกจิตให้ได้ผลต้องตรงต่อเวลา กลับจากบิณฑบาตแล้ว ก็เอาอาหารตั้งไว้ ตักน้ำใส่ตุ่ม เสร็จแล้วฉันอาหารเช้า โดยปกติอาตมาฉันมื้อเดียวเว้นไว้มีกิจนิมนต์ จึงฉันสองมื้อ สี่โมงเช้าถึงเที่ยง ถ้ามีรายการไปเทศน์ ก็ไปเทศน์ตามที่นัดไว้ วันไหนไม่ติดเทศน์ก็จะปิดประตูกุฏิทันที ไม่ให้ใครๆเข้าไป ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาศึกษาตำรา เวลาบ่ายโมงจึงออกรับแขก บ่ายสามโมงไม่ว่าใครจะมาอาตมาจะให้ออกจากกุฏิไปหมด เพราะถึงเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฉะนั้น จุดสำคัญจงจำไว้ เราจะปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น ต้องมีสัจจะเพื่อตน โดยไม่เห็นแก่หน้าใคร ถึงเวลาทำสมาธิต้องทำ ไม่มีการผัดผ่อนใดๆ ทั้งสิน

อ่านเพิ่มเติม

ธรรมะของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

ธรรมะของสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )

วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร
ท่านเป็นอมตมหาเถระ ที่มีเกียรติคุณเป็นที่ปรากฏอย่าน่าอัศจรรย์ มีปัญญาเฉียบแหลมแตกฉานในทางธรรม
เป็นเลิศทั้งด้านสมถะและวิปัสสนา พระคาถาที่ทรงอานุภาพยิ่งของท่าน คือ คาถาชินบัญชร

ชาติกาล 17 เมษายน พ.ศ. 2331
ชาติภูมิ บ้านบางขุนพรหม ฝั่งตะวันออก กรุงธนบุรี
บรรพชา เมื่ออายุได้ 13 ปี
อุปสมบท เมื่ออายุได้ 20 ปี
ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อ พ.ศ. 2408
มรณภาพ 22 มิถุนายน พ.ศ.2415
สิริรวมชนมายุได้ 84 ปี

อ่านเพิ่มเติม

คำเทศนา ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี

คำเทศนา ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี

“บุญ” ถ้าเจ้าไม่เคยสร้างไว้ ใครที่ไหนเล่าจะมาช่วยได้ลูกเอ๋ย ก่อนที่เจ้าจะเที่ยวไปอ้อนวอนขอพึ่งบารมีหลวงพ่อองค์ใดองค์หนึ่ง เจ้าจะต้องมีทุน (บุญ) ของตัวเอง เป็นทุนเดิมติดตัวไปบ้างก่อน ต่อเมื่อบารมีของตัวเจ้าเองยังไม่พอ จึงขอร้อง ยืมบารมีของผู้อื่นมาช่วยเหลือ ถ้ามิฉะนั้นแล้วเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะเจ้าจะต้องเป็นหนี้บุญบารมีที่เจ้าร้องขอ หรือยืมคนเขามาจนล้นพ้นตัว

ครั้นเวลาใดที่เจ้ามีโอกาสทำบุญทำกุศลบ้าง เรียกว่า พอจะมีบุญบารมีเป็นของตัวเองบ้าง เจ้าก็จะต้องไปผ่อนใช้หนี้ที่เจ้าเคยขอร้องยืมเขามาจนหมดสิ้นแทบไม่เหลือสำหรับตัวเอง แล้วเจ้าจะมีบุญกุศลใดติดตัวไว้จุนเจือตัวเองในภพหน้าที่ยังจะต้องเวียนว่ายตายเกิด อันเป็นวัฏฏทุกข์ที่เราพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะต้องรับรู้ รับทราบ ถ้าเรามั่นใจในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉะนั้น เจ้าจงหมั่นสะสมบุญทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ไว้อย่างสม่ำเสมอ เทพยดา ฟ้าดินจะเอ็นดูช่วยเหลือเจ้าเอง
อ่านเพิ่มเติม

การแผ่เมตตา โดย หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

การแผ่เมตตา โดย หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

การแผ่เมตตาคือส่งความปรารถนาดีแก่คน สัตว์ ศัตรูหมู่มาร โดยแผ่ไปให้ทั่วจักรวาล ยิ่งแผ่มาก ก็ยิ่งทำให้ใจสบาย รักชีวิตและทรัพย์สิน คนอื่นเหมือนกับของตนเอง สังคมก็จะมีความสุขสงบอย่างถ้วนทั่ว

หลวงปู่แหวนแนะวิธีแผ่เมตตาให้บังเกิดผล โดยให้ทำตนและจิตใจเหมือนมารดาที่เลี้ยงลูก ให้ความรัก ความเอ็นดูสงสาร มุ่งหวังจะให้ลูกสุขกายสบายใจ มีอาชีพการงาน มีวิชาเลี้ยงตนเอง ได้ ความรักที่แม่ให้กับลูกเป็นความรักที่บริสุทธิ์ไม่มีพิษภัย และไม่ต้องการผลตอบแทนจากลูก มีแต่ให้อย่างเดียว

ถ้าเราแผ่เมตตาเหมือนกับพระอาทิตย์ส่องแสง เมตตานั้นจะมีพลังสูงยิ่ง เพราะธรรมชาติของพระอาทิตย์ขณะที่ส่องแสงไม่ได้เลือกชุมชน สรรพสัตว์ยากดีมีจน อยู่ที่สูงหรือที่ต่ำ จะใกล้หรือไกล ก็ได้รับความร้อนเท่ากัน เมตตาธรรมก็เช่นกัน ขอให้แผ่ไปให้แก่ชนทุกชั้นทุกระดับ ใครจะรับได้มากน้อย สุดแต่วาสนาบารมีของผู้นั้น…

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://muangput.com

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อตะกั่วถ้ำชา

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อตะกั่วถ้ำชา

พระตระกูลสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่สำคัญและหายากอีกประเภทหนึ่งคือ พระสมเด็จเนื้อตะกั่วถ้ำชา หรือเนื้อห่อชา ที่มีหลักฐานการสร้างว่า ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ท่านนำเอาเนื้อตะกั่วที่ใช้สำหรับห่อใบชาที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงในขณะนั้น มาสร้างเป็นเนื้อพระสมเด็จ มีข้อสันนิษฐานหนึ่งว่า นอกจากเนื้อตะกั่วถ้ำชาแล้วยังผสมเนื้อเหล็กไหลไพลดำไปด้วย (อันนี้ไม่ขอยืนยัน) ส่วนพลานุภาพของพระตระกูลนี้สูงมากจนถึงไร้ขีดจำกัด มีผู้สามารถสัมผัสพลังแล้วถึงกับอัศจรรย์ในพลังนั้น สาเหตุของการสร้างพระเนื้อนี้จำนวนน้อยมาก อาจเป็นเพราะเนื้อตะกั่วถ้ำชานั้นอ่อน ไม่แข็งเหมือนโลหะอื่นๆ อีกทั้งอาจหายาก จึงทำให้การสร้างมีจำนวนน้อยไปด้วย และว่ากันว่า สร้างในวาระปี 2411 พิธีใหญ่มาก (วาระการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 5) ข้อสังเกตที่สำคัญ เนื้อพระตะกั่วถ้ำชาจะต้องมีความอ่อน สามารถบิดจนรับรู้ได้ว่า มีความอ่อน และเนื้อต้องมีความเก่าเป็นธรรมชาติด้วย ส่วนพระใหม่จะแตกต่างโดยสิ้นเชิงครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
20 เมษายน 2555

ขอขอบคุณ : http://phraputpataweetat.blogspot.com/2012/04/028.html

คำสอนของสมเด็จโต…อานิสงส์ของการสวดมนต์

คำสอนของสมเด็จโต…อานิสงส์ของการสวดมนต์

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่า “ยังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อยและเสียเวลามากหรือฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดีแห่งพระรัตนตรัย ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีคุณวิเศษเช่นไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยเจ้ามีคุณเช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจธรรมที่แท้ ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์ นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผลจนสำเร็จจนเป็นอรหันต์

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ๕ โอกาสด้วยกันคือ
อ่านเพิ่มเติม

บทสวดมนต์พระไตรญาณของสมเด็จโต

บทสวดมนต์พระไตรญาณของสมเด็จโต

สมเด็จโตได้ตรัสว่า ผู้ใดสวดมนต์พระไตรญาณนี้ สักการะบูชา จะเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ สวดทุก ค่ำเช้าแล้ว ผู้นั้นจะไม่ตกสู่อบายภูมิ แม้ได้บูชาบทสวดพระไตรญาณนี้ไว้ที่บ้านเรือน …

บทสวดนี้บูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระอรหันตเจ้า พระสิวลี พระพรหม เทพเทวาทุกพระองค์ในสวรรค์ทุกชั้นทั่วแสนโกฐจักรวาล
สมเด็จโตได้ตรัสว่า ผู้ใดสวดมนต์พระไตรญาณนี้ สักการะบูชา จะเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ สวดทุกค่ำเช้าแล้ว ผู้นั้นจะไม่ตกสู่อบายภูมิ แม้ได้บูชาบทสวดพระไตรญาณนี้ไว้ที่บ้านเรือน ก็จะป้องกันอันตรายต่างๆได้ ถ้าพกพาติดตัวเดินทางไปในที่ต่างๆ จะทำ ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง
หากทำการสวดมนต์อย่างน้อยวันละ ๓ จบ อานุภาพจะคุ้มครองผู้นั้นไป ๑ วันกับ ๑ คืน ถ้าได้สวดวันละ ๑๐๘ จบ จนครบ ๓ ปี จะบังเกิดโชคลาภพ้นเคราะห์ปราศาจากทุกข์โศกโรคภัย และภัยพิบัติทั้งปวง อายุยืนยาว จะทำให้มีความสุขสิริสวัสดิ์ เจริญต่อไปทั้งในปัจจุบัน กาลอนาคต และภายหน้าภพหน้า ผู้ใดบริจาคทรัพย์สร้างถวายพระภิกษุ สามเณร ญาติมิตรสหาย และสวดต่อไปจนครบ ๗ ปี จะสู่สวรรค์นิพพาน
อ่านเพิ่มเติม

พิษณุโลก-พระธาตุผุดออกจากรูปหล่อสมเด็จโต

พิษณุโลก-พระธาตุผุดออกจากรูปหล่อสมเด็จโต

พบรูปหล่อเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม ที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นมีพระธาตุผุดออกจากรูปหล่อ

ที่วัดเจดีย์ยอดทอง ถนนพญาเสือ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หลังจากเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน นายสหราช ทวีพงษ์ อายุ 36 ปี อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้นำรูปหล่อเหมือน สมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม ที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นจากผงอิทธิเจหรือผงจักรพรรดิ (เศษผงช๊อคจากกระดานชนวนในอดีต) เมื่อปีพ.ศ.2532 มอบมอบถวายให้พระครูวินัยธรสน กนตสีโล เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ยอดทอง เจ้าคณะตำบลในเมือง(ฝ่ายธรรมยุทธ) อ่านเพิ่มเติม

ประวัติการสร้างพระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ประวัติการสร้างพระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

พระสมเด็จ|พระสมเด็จ วัดระฆัง โฆสิตาราม

ประวัติการสร้างพระสมเด็จ วัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

การสร้างพระเครื่องไว้ เพื่อสืบทอดพระพุทธ ศาสนานั้น ได้มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวปีพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ ต่อมาท่านโบราณจารย์ผู้เชี่ยวชาญฉลาดได้ประดิษฐ์คิดสร้างพระเครื่อง ด้วยรูปแบบต่างๆนานาตามแต่จะเห็นว่างาม นอกจากนั้นแล้งยังได้บรรจุพระ พุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ตลอดจนพระปริตรและหัวใจพระพุทธมนต์อีกมากมายหลายแบบด้วยกัน และการสร้างพระเครื่องนั้น นิยมสร้างให้มีจำนวนครบ ๘๔,๐๐๐ องค์ ตามจำนวนพระธรรมขันธ์อีกด้วย

ดังนั้น ในชมพูทวีปและแม้แต่ประเทศไทยเราเอง ปรากฏว่ามีพระเครื่องอย่างมากมาย เพราะท่านพุทธศาสนิกชนได้สร้างสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย และในบรรดาพระเครื่องจำนวน มากด้วยกันแล้ว ท่านยกย่องให้พระสมเด็จ วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ซึ่งสร้างโดยท่านเจ้าประคุณพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี ) เป็นยอดแห่งพระเครื่อง และได้รับถวายสมญานามว่าเป็น ราชาแห่งพระเครื่อง อีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม

คำทำนายของสมเด็จ พุทฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)‏

คำทำนายของสมเด็จ พุทฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)‏

พุทธทำนาย เมื่อปี พ.ศ.2485 แปลจากศิลาจารึกในมหาวิหารเจตมหาเชตวัน

สาธุ อะระหังสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเมตตามหาสัพสัตว์ทั่วโลก
ที่เกิดมาแล้วแต่ลำบาก ทั่วหน้าทุกชาติ
ทุกศาสนาตามธรรมชาติเมื่ออาตมาเข้านิพพานแล้วครบ 5000 ปีเป็นที่สุด
โลกจะหมุนเข้าใกล้จำนวนที่ ตถาคตทำนายไว้ 2500
ปีมนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติเสียหนึ่งในระยะ 30 ปี
สิ่งที่สาธุชนไม่เคยเจอะจะได้เห็น ไม่เคยพบจะได้พบ
ยักษ์หินที่ถูกสาบให้หลับกลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งนัก ใกล้กับ พ.ศ. 2550
ยิ่งทวีกันใหญ่ขึ้นทุกทิวาราตรี
มนุษย์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันกันจนถึงเลือดตนเองนองเต็มพื้นดิน
พื้นน้ำจะลุกลามเผามนุษย์ไม่ขาดระยะ ต่างฝ่ายต่างทำลาย เหมือนยักษย์
กระหายเอลืด แผ่นดินจะลุกเปน็นเปลวไฟ อ่านเพิ่มเติม

เรื่องของสมเด็จโตวัดระฆัง

เรื่องของสมเด็จโตวัดระฆัง

มีการคุยกันถึงท่านไว้ในกระทู้วัดปทุมวนาราม ผมขอเชิญคุยกันต่อในกระทู้นี้ครับ เรื่องของท่านสนุกครับ หลายเรื่องที่เกี่ยวกับท่าน ฟังราวกับปริศนาธรรมหรือนิทานเซนของทางฝ่ายมหายาน แต่เป็นเรื่องของพระเถระทางเถรวาทเมืองไทยเรานี่เอง พูดภาษาฝรั่งสมัยนี้ต้องบอกว่าท่านเป็น unconventional wisdom (ไม่ใช่ conventional wisdom)

สมเด็จโตท่านมีชื่อว่าชอบถวายธรรมะกระทุ้งในหลวง ร.4 อย่างแยบยลลึกซึ้ง (และบางทีก็กระทุ้งแรง) สองท่าน 1 พระองค์กับ 1 รูปนี่ท่านทันกันครับ

นอกจากกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินแล้ว กับคนอื่นท่านก็มีวิธีสอนที่กระตุกให้ธรรมะซึ้งกับไปถึงใจหรือกระแทกใจทีเดียว ที่ผมจำได้ก็ตอนที่เทศน์ให้ยายแฟงฟัง คุณนายแฟงเป็นแม่เล้าครับ รวยขึ้นมาจากการเปิดซ่องหาเงินจากหยาดเหงื่อแรงกายสาวๆ ลูกเล้า จนรวยแล้วแกก็สร้างวัด ปากชาวบ้านเรียกว่า วัดใหม่ยายแฟง ชื่อจริงๆ ว่า วัดคณิกาผล แปลว่าผลจาก “หญิงอาชีพพิเศษ” แกถามสมเด็จโตว่า ทำบุญสร้างวัดใหม่ทั้งวัดนี้จะได้อานิสงส์เท่าไหร่ สมเด็จท่านตอบว่าราวสักสลึงเฟื้องหนึ่ง เพราะท่านรู้นี่ครับว่าเงินที่แกเอามาทำบุญเอาหน้านั้นยายแฟงแกไปขูดมาจากลูกเล้าแก
อ่านเพิ่มเติม

พระสมเด็จฝังเม็ดพระธาตุกรุวัดพระแก้ว สมเด็จโตสร้างถวายร.5

พระสมเด็จฝังเม็ดพระธาตุกรุวัดพระแก้ว สมเด็จโตสร้างถวายร.5

ข้อความเดิมของคุณสมบัติ เพ็งพล หรือ IT Man จากเว็บพลังจิต

เป็นที่ยอมรับนับถือกันในวงภายในผู้ศึกษาสะสมพระพิมพ์สายวัง(หลวง หน้า หลัง)ทั้งหลายว่า TOP4 เป็นพระพิมพ์ที่มีพลานุภาพสูงที่สุดนับแต่ค้นพบมา (จากอดีตถึงปัจจุบันตอนนั้น 2553-2554)
แต่หลังจากนั้นมาจวบจนปัจจุบัน (2554-2555) ยิ่งได้ค้นพบสืบค้นมาก จึงพบว่าเหนือฟ้าก็ยังมีฟ้า เพราะฟ้านั้นยากจะวัดวาหาอาณาเขตได้
(ผมคิดว่าเป็นเรื่องอจินไตยที่มนุษย์ธรรมดาหากสงสัยในสิ่งที่เหนือกว่าตนเองมากไปก็ลำบากอยู่)

การได้มีโอกาสครอบครองหรือแม้แต่ได้รับข้อมูลอันถูกต้องไม่เอนเอียงไปในทางมิชอบทั้งหลาย ก็นับว่าเป็นบุญกุศลที่จักไม่ได้เกิดอาการปรามาสต่อพระพิมพ์สำคัญๆที่…
– สูงทั้งผู้ทรงให้สร้าง (พระมหากษัตริย์)
– สูงทั้งรูปเหมือนในการสร้าง (รูปพระพุทธเจ้าทั้งหลาย)
– สูงทั้งพระผู้ทรงอธิษฐานจิต (เจ้าประคุณสมเด็จฯโต)
– สูงทั้งเนื้อหามวลสาร (ผงพระสมเด็จและพระธาตุ)
– สูงทั้งคณะผู้ออกแบบและสร้าง (เจ้ากรมช่างสิบหมู่ ช่างหลวง)
– สูงทั้งเจตนาในการสร้าง (เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์)
– สูงทั้งวาระ สถานที่ในการสร้าง/เสก (ฤกษ์/พิธีหลวง/ในวังและวัดพระแก้ว)

การสำรวมระวังมีสติทุกขณะจิตไม่ให้ก้าวไปในทางที่ชั่วก็นับว่าดีมากแล้ว แต่ครั้นเราได้อัญเชิญพระพิมพ์ที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ พระธาตุ ก็ยิ่งทำให้เรามีจิตใจแนบแน่นในองค์พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์มากยิ่งขึ้น ก็ยิ่งจักเป็นมหากุศล ดังนั้น..เจตนาระหว่างการอัญเชิญพระพิมพ์ จึงเป็นตัวกำหนดดีชั่วมากกว่าใดๆครับ

ขอโมทนาสาธุกับท่านผู้ได้ครอบครองฯในทางที่ชอบทั้งหลาย
IT Man/11.07.55

ขอขอบคุณ : http://chayut4299.blogspot.com/2012/08/106-5.html

มหัศจรรย์พระสมเด็จวัดระฆัง “มรดกโลก มรดกธรรม” ชุดทิ้งทวนของ ดร.นนต์

มหัศจรรย์พระสมเด็จวัดระฆัง “มรดกโลก มรดกธรรม” ชุดทิ้งทวนของ ดร.นนต์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล

ประกาศ
บัดนี้ ผมเป็นนักภาวนาเต็มตัวแล้ว และได้ละวางพระเครื่องและวัตถุมงคลทั้งหมดแล้ว ยังเหลือแต่ความทรงจำและข้อความรวมทั้งภาพที่เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่ของเว็บไซต์นี้ เพื่อประโยชน์และเป็นวิทยาทานแก่ผู้ยังหลงใหลในพระเครื่องเท่านั้น ฉะนั้น ผมจึงไม่ขอพิจารณาพระเครื่องและวัตถุมงคลใดๆให้แก่ผู้ใด ด้วยเหตุแห่งความตั้งใจมั่นเพื่อการเจริญภาวนา และหากยังมีการพิจารณาพระเครื่องอยู่อาจทำให้เกิดความผิดพลาด จนกลายเป็นมุสา นั่นจะทำให้เกิดกรรมตามมาทั้งสองฝ่าย และโดยเฉพาะหากเป็นการรบกวนความสงบของนักภาวนา แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่กรรมจะบังเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นอย่างแน่นอน

ส่วนพระเครื่องที่ผมมีอยู่ ผมยินดีจะแบ่งปันออกไปให้เช่าบูชาเพื่อจะนำรายได้บางส่วนไปสร้างบุญกุศลต่อไป เป็นการเอาสมมุติแลกกับสมมุติ (พระแลกเงิน) เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งส่วนตนและส่วนรวมต่อไป จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันครับ
อ่านเพิ่มเติม

คำสอน ของสมเด็จโต

คำสอน ของสมเด็จโต
คำสอน สมเด็จโต

จุฬาภินันท์บังเอิญไปได้อ่านหนังสือ “อมตะธรรม สมเด็จโต” ครับ ในฐานะของคนเข้าถึงธรรม จุฬาภินันท์รู้ทันทีว่านั่นแหละคือสิ่งที่ควรถูกสอนอย่างยิ่ง คราวนี้เลยเอาบางส่วนที่สำคัญๆมาให้คุณๆรู้กันค่ะ

พระมหาโพธิสัตว์ที่ตอนนี้เข้าสู่พระนิพพานแล้วมีพุทธพจน์ดังนี้ค่ะ

“กรรมเก่าไม่มีใครลบล้างได้ กรรมปัจจุบันจะช่วยเจ้าเอง จงจำไว้ลูกเอ๋ย…กรรมที่ทำด้วยเจตนาไม่ ว่าดีหรือชั่ว ย่อมมีผลต่อผู้กระทำนั้นทั้งสิ้น ไม่มีพรหมเทพองค์ใดจะช่วยเจ้าลบล้างกรรมนั้นได้ เจ้าต้องช่วยเหลือตนเองด้วยการสวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ผลแห่งบุญอันเป็นกรรมปัจจุบันจะช่วยเจ้าเอง”

จาก พุทธพจน์แสดงให้เห็นว่ากรรมนั้นสำคัญต่อชีวิตของคนเรา ทุกๆอย่างเป็นไปเพราะกรรมกำหนด ได้ดีเพราะมีบุญ ได้ชั่วเพราะมีบาป ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มองข้ามการสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่ ใช่ครับ สวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา เป็นการกระทำที่จะได้บุญสูงสุด การไหว้พระไม่ใช่เป็นการสร้างบุญ แต่เป็นไปเพื่อความสบายใจ พรที่ขอไม่มีผลใดๆถ้าไม่สะสมบุญ การทำบุญด้วยวิธีอื่นๆก็ให้ผลบุญเช่นกัน แต่…เงื่อนไขอยู่ที่เจตนาครับ
อ่านเพิ่มเติม

ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ : ก่อนจะเป็นสมเด็จโตฯ

ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ : ก่อนจะเป็นสมเด็จโตฯ
ลีลาวาทะสมเด็จโตฯ
โดย ร้อยเอกประชุม สุขสำราญ

” ๐ ก่อนจะเป็นสมเด็จโตฯ ”

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นพระเถระที่ทรงคุณวิเศษอยู่หลายประการ ยังผลให้ “พระสมเด็จ” ที่ท่านสร้างได้รับความนิยมอย่างสูง แม้นคาถา “ชินบัญชร” ก็ยังเป็นที่นิยมสวดภาวนา จนเป็นคาถาที่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์ สามารถบันดาลผลที่ปรารถนาได้สารพัด ทั้งนี้ก็ด้วยบารมีแห่งคุณวิเศษของท่านนั่นเอง
เจ้าประคุณสมเด็จฯ โต มีอายุยืนยาวถึง 5 รัชกาล คือ เกิดใน พ.ศ. 2331 (รัชกาลที่ 1) และสิ้นใน พ.ศ. 2415 (รัชกาลที่ 5) และเชื่อกันว่า เจ้าประคุณเป็นเชื้อพระวงศ์ด้วย
ผมเคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ พูดถึงประวัติของท่านโดยสรุปว่า
“เกิดที่ไชโย โตที่วัดอินทร์ สิ้นที่วัดระฆัง”
เพราะฉะนั้น ท่านจึงสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ ในสถานที่ที่ท่านเกี่ยวข้องอยู่นั้น นัยว่าเพื่อให้สมกับชื่อ “โต” ของท่าน เช่นที่วัดเกตุไชโย อ่างทอง, หลวงพ่อโต วัดอินทร์ บางขุนพรหม กทม. เป็นต้น
เจ้าประคุณสมเด็จฯ โต ท่านประพฤติปฏิบัติแปลกๆ ซึ่งพระรูปอื่นไม่ทำหรือทำไม่ได้ และเมื่อท่านทำแล้ว แทนที่จะถูกตำหนิ ติเตียนกล่าวโทษท่าน แต่กลับได้รับความนิยมนับถือยิ่งขึ้น แม้พระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นสมมติเทวดาก็ยังยินยอม ไม่ถือโทษ พระราชทานอภัย ทั้งนี้เพราะท่านทรงอภินิหารเป็นวิสามัญบุคคล เรียกว่าเป็นบุคคลประเภท “ปาปมุติ” ทำอะไรก็น่ารัก น่านับถือไปหมด ว่างั้นเถอะ
เจ้าประคุณสมเด็จฯ เองก็เคยพูดถึงความประพฤติของท่านอยู่เสมอว่า
“ที่เขาชมว่าขรัวโตดี นั่นแหละคือ ขรัวโตบ้า ที่เขาติว่านั่นแหละคือ ขรัวโตดี”
หรือท่านพูดว่า “ทีขรัวโตบ้า ก็ว่าขรัวโตดี, ทีขรัวโตดี ก็ว่าขรัวโตบ้า” เป็นงั้นไป
*
*
*
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6927

ขอขอบคุณ : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=01ea36cf60e7f04e

สมเด็จวัดระฆังไม้เสาเอก กุฏิสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

สมเด็จวัดระฆังไม้เสาเอก กุฏิสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี (สภาพสวยเดิมๆ 39 ปี) พิมพ์นิยมพระประธาน

รายละเอียด:
***NEW!!!สมเด็จวัดระฆังไม้เสาเอก กุฏิสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี (สภาพสวยเดิมๆ 43 ปี) พิมพ์นิยมพระประธาน 3 ชั้น หลวงปู่หิน ตอกโค้ดเลข 495 (เลขสวยมาก นับรวมกันแล้วได้เลข 9 ครับ เหมาะสำหรับท่านที่ชอบตัวเลข 9 หน้า) เด่นสง่าเหนือผู้อื่น เสริมดวงบารมีท่วมท้นสิบทิศ เหมาะมากกับผู้ที่ต้องประมูลงานแข่งขันกับผู้อื่น ขายประกัน นายหน้า รับเหมาก่อสร้าง รับราชการ เสริมความรัก แคล้วคลาด มหาอำนาจ มีแต่เจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน เมตตาแรงมากๆๆๆ คัดสวยพิเศษมากๆๆๆ***(รายการแนะนำ)

สมเด็จวัดระฆังไม้เสาเอก กุฏิสมเด็จโต (สภาพสวยเดิมๆ 43 ปี) พิมพ์นิยมเสาเอก 3 ชั้น เป็นวัตถุมงคลล้ำค่าของวัดระฆัง ที่จัดสร้างขึ้นด้วย “ไม้เสาเอก” กุฏิของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งพบว่า จมอยู่ในดินภายในบริเวณคณะ 7 (เดิมนั้น ยังพอมีเค้าให้เห็นทั้งกุฏิ อู่เรือ และบ่อน้ำมนต์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต หลงเหลือยืนยันให้เห็นอยู่)
อ่านเพิ่มเติม

พระสมเด็จวัดระฆังนอกสายตาเซียน

พระสมเด็จวัดระฆังนอกสายตาเซียน

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

พระสมเด็จวัดระฆัง

พระสมเด็จวัดระฆัง คือพระที่หลวงปู่โต หรือบรรดาสานุศิษย์ของพระคุณท่านสร้างขึ้นมาต่อหน้าท่านที่วัดระฆัง โดยอยู่ในการควบคุมของท่าน ซึ่งทราบจากประวัติการบอกเล่าจากหลาย ๆ ที่ว่าแทบทุกวันจะมีการตำโขกมวลสารต่าง ๆ และอัดเป็นองค์พระกันที่หน้ากุฏิของท่าน เมื่อตากแห้งดีแล้วก็นำขึ้นไปเก็บไว้ที่หอสวดมนต์ของท่าน ซึ่งท่านจะนั่งสวดมนต์ภาวนาปลุกเสกพระของท่านทุกวัน

แม่แบบหรือแม่พิมพ์พระก็มีมากมายหลายแบบ มีทั้งที่ช่างจากวังหลวงบ้าง วังหน้าบ้าง วังหลังบ้าง ชาวบ้านผู้มีฝีมือในการแกะพิมพ์บ้าง ลูกหลานของท่านบ้าง ช่วยกันแกะแม่พิมพ์ถวาย ถ้าเป็นชาวบ้านแม่พิมพ์ก็เป็นไม้ธรรมดา ถ้าเป็นช่างหลวงแม่พิมพ์ก็เป็นไม้ที่แข็งแรงทนทาน หรือใช้หินอ่อนบ้าง หินลับมีดโกนหรือหินทรายบ้าง เครื่องแกะสลักก็มีมาตรฐาน ก็จะได้แม่พิมพ์ที่สวยงาม มาตรฐาน

ดังนั้นพระสมเด็จวัดระฆังจึงมีมากมาย ซึ่งจากการบันทึกย่อประวัติหลวงปู่โตและพระสมเด็จของท่านมีรายละเอียดไว้พอสมควรทีเดียว
อ่านเพิ่มเติม

โอวาทจากดวงพระวิญญาณบริสุทธิ์สมเด็จโต

โอวาทจากดวงพระวิญญาณบริสุทธิ์สมเด็จโต

พิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยเดลี่
ประจำวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๔

ทำไมทำดีแล้วจึงไม่ได้ดี

คุณขีด : กระผมอยากทราบเรื่องกฎแห่งกรรมเพราะเป็นกุญแจของบุญและบาป คนที่ไม่รู้จักบุญและบาปก็เพราะไม่รู้จักกฎแห่งกรรม บางคนไม่เชื่อว่าบุญมีจริงบาปมีจริง แล้วบางทีทำบุญกลายเป็นได้ผลบาป ทำบาปกลายเป็นผลดี ทั้งนี้เป็นเพราะว่าไม่ทราบชัดในเรื่องกฎแห่งกรรม เพราะฉะนั้นกระผมอยากให้หลวงพ่อสมเด็จได้โปรดขยายกฎแห่งกรรมให้กว้างขวาง ให้เป็นที่รู้ชัดสักหน่อยครับว่ามีกฎอันแท้จริงอย่างไร

สมเด็จโต : กฎแห่งกรรมนี้เป็นสิ่งที่ละเอียดมาก ก็เปรียบเสมือนหนึ่งธรรมชาติของการเติบโตของผลไม้ตามฤดูกาล กรรมที่ท่านสร้างในอดีตภพย่อมนำมาสู่ท่านในปัจจุบันภพ ฉันใดก็ฉันนั้น ทีนี้กรรมเหล่านั้นที่ท่านทำไปแล้วแต่ท่านลืมไปเพราะอะไรเล่า เพราะว่ามนุษย์ที่ยึดว่าทำไมทำดีจึงไม่ได้ดี เพราะมนุษย์ผู้นั้นไม่โปร่งในขั้นสมุฏฐานของเหตุและปัจจัย
อ่านเพิ่มเติม

. . . . . . . . .